
เศรษฐกิจพัง คนไร้บ้านพุ่ง ระเบิดเวลาลูกใหญ่จ่อคอหอยสเปน
“ชาวสเปนซึ่งอยู่ในภาวะที่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุด และไม่สามารถผ่อนชำระค่าบ้านได้ จะไม่ถูกฟ้องขับไล่ออกจากบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี”
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
“ชาวสเปนซึ่งอยู่ในภาวะที่มีความจำเป็นอย่างถึงที่สุด และไม่สามารถผ่อนชำระค่าบ้านได้ จะไม่ถูกฟ้องขับไล่ออกจากบ้านเป็นระยะเวลา 2 ปี” คือคำประกาศของสมาคมธนาคารสเปน ก่อนที่รัฐบาลกรุงมาดริดจะประกาศย้ำอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ เพื่อบรรเทาความกังวลของคนในประเทศ
เพราะนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดกรณีการฆ่าตัวตายที่เกี่ยวกับการถูกฟ้องขับไล่แล้วถึง 3 ราย ทั้งหมดล้วนเป็นผู้ใหญ่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ที่ไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่าเช่าบ้านได้ และมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลก็มีขึ้นตามมาเพียงไม่ถึงสัปดาห์หลังจากที่มีหญิงวัย 53 ปีรายหนึ่ง ตัดสินใจจบชีวิตหลังชนฝาด้วยการกระโดดจากระเบียงห้องพักในอพาร์ตเมนต์
รัฐบาลสเปนได้ตัดสินใจที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้ไร้ทางออกอย่างเร่งด่วน โดยคาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยผู้ที่มีรายได้หลังหักภาษีแล้วต่ำกว่า 1.44 หมื่นยูโรต่อปี หรือคนที่ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากการว่างงานแล้ว
ผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ยังต้องมีบุตรมากกว่า 3 คน หรือมีบุตรอายุต่ำกว่า 3 ปี หรือเป็นผู้สูงอายุ หรือมีผู้พิการอาศัยอยู่ในครอบครัวด้วย หรือเป็นพ่อ/แม่ที่เลี้ยงลูกตามลำพัง หรือเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว หากเป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าว ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือจะสามารถอยู่ในบ้านได้นานสุด 2 ปี โดยไม่ต้องจ่ายค่าบ้าน
ทว่า รัฐบาลไม่ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะช่วยเหลืออย่างไร หากคนเหล่านี้ยังไม่สามารถหางานทำและหาเงินได้ ซึ่งอัตราการว่างงานของสเปนมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงต่อเนื่องอีกจากระดับปัจจุบันที่ 25%
“เราต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ครอบครัวต่างๆ ต้องถูกไล่ออกมาอยู่ข้างถนน จากผลพวงของวิกฤตเศรษฐกิจ สิ่งที่เรากำลังพยายามทำอยู่ก็คือ สร้างความมั่นใจว่าจะไม่มีใครต้องลงท้ายด้วยการไม่มีบ้านอยู่” ลูอิส เด กินดอส รัฐมนตรีเศรษฐกิจสเปน กล่าว
อย่างไรก็ตาม นักเคลื่อนไหวบางรายมองว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นได้ ซึ่งก็คือการเป็นหนี้ของชาวสเปนและเป็นตลอดชีวิต
ส่วนหนึ่งของปัญหาก็คือ กฎหมายด้านที่อยู่อาศัยของสเปนนั้นมีความเข้มงวดสูงมาก แม้จะไม่สามารถจ่ายค่าผ่อนบ้านและถูกฟ้องให้ออกไปแล้ว ทว่าหนี้กลับไม่ได้หายไปด้วย เพราะธนาคารไม่ต้องการขายทอดบ้านต่อในราคาที่ถูกลง หลังจากที่อยู่อาศัยในสเปนมีราคาตกต่ำลงจากพิษเศรษฐกิจ ทำให้เจ้าของบ้านยังคงต้องเป็นผู้แบกรับภาระทั้งหมด
สถานการณ์ดังกล่าวนับว่าตรงกันข้ามกับในสหรัฐ เพราะหากไม่สามารถจ่ายค่าบ้านได้อีกต่อไป ธนาคารก็จะเข้ามารับช่วงเพื่อนำบ้านไปขายทอดตลาดต่อ และเจ้าบ้านก็สามารถยื่นคุ้มครองต่อศาลล้มละลายได้ แม้ว่าจะเสียเครดิตไป แต่ก็ไม่ต้องรับผิดชอบหนี้บ้านอีก
มิเกล ออร์โดเนซ เจ้าหน้าที่จากกลุ่มวางแผนเพื่อเหยื่อถูกฟ้องการยึดบ้าน เปิดเผยว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าไปก้าวหนึ่งแล้ว แต่ทางกลุ่มต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบและเริ่มต้นใหม่
“คนที่ถูกยึดบ้านกลับยังต้องเป็นหนี้ไปตลอดชีวิต พวกเขาไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ในประเทศนี้ พวกเขาไม่สามารถหางานทำได้ หรือถ้าได้ก็จะถูกแบงก์ยึดเงินไป” ออร์โดเนซ กล่าวภายหลังเข้าร่วมการประท้วงกฎหมายดังกล่าวในเมืองบาร์เซโลนา
การฟ้องขับไล่กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันมากที่สุดในวิกฤตการณ์การเงินของสเปน ณ วันนี้ เกิดการประท้วงต่อต้านกฎหมายฟ้องขับไล่ในหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งมีทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายร่วมด้วย เพื่อเรียกร้องให้ประเทศมีกฎหมายฉบับใหม่ที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น
ปัจจุบันมีชาวสเปนมากถึงกว่า 3.71 แสนคน ที่ถูกฟ้องขับไล่ออกจากบ้านนับตั้งแต่ที่ประเทศเริ่มเผชิญวิกฤตการณ์การเงินในปี 2551
ธนาคารกลางสเปนระบุว่า ปัจจุบันมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากถึงราว 1.91 หมื่นล้านยูโร ที่เสี่ยงต่อการกลายเป็นหนี้เสีย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิม 4,100 ล้านยูโร เมื่อปี 2550 ทำให้มีบ้านร้างที่ผู้ซื้อถูกฟ้องไล่ออกมาและยังไม่สามารถหาผู้ซื้อรายใหม่ได้มากถึงราว 7 แสนหลัง โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะธนาคารหลายแห่งลังเลที่จะปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อบ้านให้ในยามที่เศรษฐกิจประเทศกำลังตกต่ำเช่นนี้ ขณะที่คนมีเงินก็ลังเลที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์หลังภาวะฟองสบู่แตกเช่นกัน
ซินเธีย โอดิจี ซิงเกิลมัมที่เลี้ยงลูกตามลำพังรายหนึ่งในเมืองบาร์เซโลนา ได้รับแจ้งข่าวดีจากธนาคารว่า สามารถไปเช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้เคียงได้ในราคาเดือนละ 200 ยูโร ทำให้โอดิจี และลูกชาย รวมถึงน้องสาวและหลานไม่ต้องไปนอนหนาวกันข้างถนน เพราะแม้เงินสงเคราะห์จากการว่างงานจะหมดอายุลง แต่ก็ยังได้รับเงินสวัสดิการอื่นๆ ตกรวมแล้วเดือนละ 426 ยูโร ทำให้สามารถพอจ่ายค่าเช่าห้องที่ใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม โอดิจียังคงมีหนี้บ้านอยู่อีกถึง 1.26 แสนยูโร ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าคงไม่สามารถหามาจ่ายได้ หลังจากที่ตกงานตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจของสเปนที่เลวร้ายลง
ขณะที่เบเนดิก โอบี คนงานก่อสร้างรายหนึ่งที่กำลังตกงาน ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อที่เพิ่งถูกศาลตัดสินให้ต้องออกจากบ้าน เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่รัฐบาลจะประกาศแผนช่วยเหลือออกมา
“ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากจ่าย ผมก็อยากจ่ายเพราะยังมีครอบครัว ผมมีลูก 2 คนให้ต้องเลี้ยงดู ผมก็อยากหางานทำ หาเงินมาจ่าย แต่ตอนนี้ผมไม่มีปัญญาจริงๆ” โอบี กล่าว







