
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง(23)
และแล้วก็มาถึงบทสรุปของเคล็ดวิชา ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง จนได้เพราะถ้าขืนลงรายละเอียดไปอีกมากกว่านี้ผมอาจจะถอนตัวไม่ขึ้น
และแล้วก็มาถึงบทสรุปของเคล็ดวิชา ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง จนได้เพราะถ้าขืนลงรายละเอียดไปอีกมากกว่านี้ผมอาจจะถอนตัวไม่ขึ้น
ต้องเขียนซีรีส์นี้ไปอีกเป็นปี จึงจำต้องตัดใจ และจะขอใช้พื้นที่ของสัปดาห์นี้สรุปเคล็ดวิชาที่ร่ายรำมาร่วม 5 เดือนไว้ให้ท่านที่กำลังวางแผนจะเดินทางในช่วงปลายปี ได้ใช้ประโยชน์กันครับ
ก่อนอื่นก็ต้องเริ่มจากการตัดสินใจเลือกเส้นทางก่อนเลยครับ เพราะญี่ปุ่นนั้นประกอบไปด้วยหลายต่อหลายภูมิภาค แต่ละภูมิภาคต้องใช้เวลาเที่ยวไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ การเที่ยวข้ามภูมิภาคโดยใช้เวลาน้อยกว่า 1 สัปดาห์นั้น โดยส่วนตัวผมคิดว่าได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะท่านที่มีวัตถุประสงค์จะไปท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน เพราะแต่ละภูมิภาคนั้นประกอบไปด้วยหลายจังหวัด ยกเว้นฮอกไกโดที่มีแค่จังหวัดเดียว ลำพังจังหวัดใหญ่ๆ อย่างโตเกียว เกียวโต โอซากา ฮอกไกโด นี่อาทิตย์เดียวยังเที่ยวไม่ทั่ว เพราะฉะนั้นมีโอกาสเที่ยวเองแล้ว เก็บเกี่ยวให้เต็มที่ครับ
เมื่อเลือกเส้นทางได้แล้วก็ต้องหาตั๋วเครื่องบิน จะซื้อตรงกับสายการบิน จะซื้อผ่านบริษัทท่องเที่ยว หรือซื้อผ่านบริษัทดอตคอม อันนี้สุดแล้วแต่ความสะดวกใจและความสบายกระเป๋าเงินของท่าน แต่ขอให้มั่นใจสิ่งที่ท่านจ่ายเงินไปนั้นมันคือตั๋วเครื่องบินของจริง เพราะเมื่อเดือนก่อนมีข่าวคราวพนักงานบริษัททัวร์เก็บเงินลูกค้ามาแล้ว ไม่ได้ออกตั๋วให้ลูกค้า แต่ออกเป็นแค่ใบยืนยันการสำรองที่นั่ง (Flight Itinerary) ให้กับลูกค้า เพราะหน้าตามันเกือบเหมือนกับตั๋วรุ่นใหม่ (E-Ticket หรือ Electronic Ticket) จนคนที่ไม่ได้ทำงานในสายนี้แทบไม่มีทางรู้ หรืออีกกรณีที่ออกตั๋วมาและใช้วิธีส่งอีเมลหรือก๊อบปี้ให้ท่านแล้ว พอตกเย็นก็ยกเลิกตั๋วในระบบ ดังนั้นไอ้ที่ท่านได้รับไปหรือถืออยู่ในมือมันคือตั๋วก็จริง แต่สถานะมันถูกยกเลิกซึ่งก็คือเศษกระดาษดีๆ นี่เอง เพราะฉะนั้นเพื่อความมั่นใจ เมื่อท่านได้รับตั๋วมาแล้วลองโทรไปตรวจสอบกับสายการบินหน่อยว่า มันเป็นแค่การสำรองที่นั่งเฉยๆ หรือได้ออกตั๋วเรียบร้อยแล้ว และสถานะของตั๋วคงอยู่ ไม่เช่นนั้นนอกจากจะเสียเงินฟรีแล้วยังเสียโอกาสและเสียความตั้งใจอีกด้วยครับ
จากนั้นท่านก็ต้องไปดำเนินการขอวีซ่า ซึ่งตอนนี้วีซ่าญี่ปุ่นนั้นจัดได้ว่าง่าย ตั้งแต่มีนโยบายออกวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (Multiple Visa) ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวนคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นแบบรู้สึกได้ ที่ต้องบอกแบบนี้เพราะยังไม่ได้ตัวเลขจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ แต่จากการเดินทางใน 2 เดือนที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าเจอนักท่องเที่ยวชาวไทยหนาตาขึ้นมาก ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งของจีนที่มีต่อประเทศญี่ปุ่นยังไม่สงบ บรรดาผู้ประกอบการการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นต่างหันหัวเรือมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันแทบทั้งสิ้น และไทยเราก็ดูหล่อที่สุดในบรรดาสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เขาก็เลยทุ่มเทกำลังคนและกำลังเงินมาที่บ้านเราเยอะหน่อย ที่นี้ญี่ปุ่นเขาทำอะไรมันจะไปด้วยกันทั้งระบบ เมื่อภาครัฐบอก เอ้า! ลุยตลาดไทย ทุกภาคส่วนก็ไฟเขียวกันทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่วีซ่า ก็เลยเป็นโอกาสอันดีของเราที่จะได้รับวีซ่าได้ง่ายขึ้นครับ
มาถึงเรื่องของที่พัก อันนี้ก็เช่นกัน จะจากทางตรงหรือทางอ้อมได้หมด แต่ที่อยากแนะนำคือ อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็น และอย่าเชื่อในสิ่งที่ได้อ่านไปเสียทั้งหมด โปรดพิจารณาตัวตนของท่านและสมาชิกผู้ร่วมเดินทางของท่านว่า เหมาะแล้ว ดีแล้ว กับโรงแรมที่ท่านเลือก โดยเฉพาะท่านที่อยู่ในสถานะที่จ่ายได้มากต้องระวัง เพราะข้อมูลที่ดาษดื่นอยู่ในเว็บบ้าง ในบล็อกบ้าง มักจะเขียนออกมาในเชิงบวก ไม่ค่อยมีหรอกครับที่ไปมาแล้วถ่ายรูปมาแล้วเอามาด่าเสียๆ หายๆ โดยเฉพาะในกรณีที่ไปเอง เลือกเอง จองเอง ก็จะออกมาทำนองว่าคุ้มค่าสมราคาเป็นส่วนใหญ่ แต่การตำหนิในเชิงลบมักจะมาจากการเดินทางกับบริษัททัวร์ เพราะคาดหวังสูงแต่ได้มาต่ำกว่าสิ่งที่คาดหวังก็เลยต้องหาช่องทางตำหนิเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นท่านที่มีกำลังจ่ายได้มากและอยากอยู่อย่างสบาย เพราะการไปเที่ยวเป็นการไปพักผ่อนหรือหาความสุข ก็ควรสืบค้นข้อมูลจากโรงแรมโดยตรงหรือจากผู้ที่มีความชำนาญและมีมาตรฐานการดำเนินชีวิตในระดับใกล้เคียงกับท่าน ไม่เช่นนั้นคำตอบที่ท่านได้รับอาจจะเป็นคำตอบที่ถูกสำหรับหลายๆ คน แต่เป็นคำตอบที่ผิดเฉพาะกับท่านก็เป็นได้
เมื่อองค์ประกอบเบื้องต้นพร้อมก็ถึงการเตรียมเนื้อเตรียมตัว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ฤดูกาลชัดเจน ร้อนเป็นร้อน หนาวเป็นหนาว เรื่องร้อนเราไม่ค่อยกลัว แต่เรื่องหนาวนี่เราสู้ไม่ค่อยไหว โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของฤดูกาล ตัวเลขอุณหภูมิมันมักจะลวงความคิดเราเสมอ 25 องศาในห้องแอร์บ้านเรา กับ 25 องศากลางเขาในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน คนละเรื่องกันเลยครับ และ 25 องศากับ 20 องศา ก็ห่างไกลกันมากกับคนเมืองร้อนอย่างเรา ดังนั้นอย่าชะล่าใจและอย่าวางใจกับตัวเลขครับ นอกจากนี้ประเทศเกาะกลางทะเลอย่างญี่ปุ่นมีโอกาสเจอกลุ่มเมฆฝนได้พอๆ กันกับฟ้าใส การเตรียมร่มคันเล็กๆ ไปจะช่วยท่านได้มากในคราวจำเป็น เพราะบ่อยครั้งที่เราดูพยากรณ์ไปไม่มีเมฆสักก้อน แต่พอไปถึงแค่วันเดียวเจอฝนตกติดกันตลอดสัปดาห์ก็มี ดังนั้น ร่มและแจ็กเกตบางมีติดตัวไว้ ได้ใช้ประโยชน์บ่อยๆ ครับ และก็อย่าลืมทำประกันการเดินทางด้วยนะครับ เสียเงินหลักร้อยแต่ความคุ้มครองครบถ้วน ทั้งบาดเจ็บ เจ็บป่วย กระเป๋าหาย เครื่องบินล่าช้า คุ้มค่ากว่าการประหยัดค่าโรงแรมหรือค่ารถไฟอีกครับ
เมื่อถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว การเดินทางเป็นเรื่องสำคัญ หลายท่านเลือกสืบค้นจากเว็บหรือบล็อก (อีกแล้ว) อันนี้ต้องบอกว่าสไตล์ใครสไตล์เขา เราเลียนแบบกันไม่ได้ ที่ญี่ปุ่นมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งเสมอ คนส่วนใหญ่ที่มารีวิวไว้มักจะเลือกแนวทางประหยัด แต่บางครั้งแนวทางสะดวกอาจจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมกว่า หรือแนวทางสบายอาจจะจ่ายเพิ่มไม่มากนัก หลายท่านพลาดไปแล้วกับการซื้อตั๋ว JR Pass เพราะคำนวณไปคำนวณมาเหลือค่าส่วนต่างอีกหลายพันเยน กลุ้มอกกลุ้มใจกันไปอีก ตั๋ว JR Pass จะใช้คุ้มก็ต่อเมื่อท่านมีการนั่งรถไฟข้ามภูมิภาคครับ เช่นเที่ยวโตเกียว นาโกยา โอซากา เกียวโต ใน 7 วัน ซึ่งไม่ใช่แนวทางปกติที่คนเที่ยวทั่วไปเขาทำกัน บางคนหนักข้อกว่านั้น ไล่จากเกาะคิวชูทะลุทะลวงไปถึงโทโฮขุใน 2 สัปดาห์ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นการทำลายสถิติใช้ตั๋วให้คุ้มหรือแข่งถ่ายรูปอัพเฟซบุ๊กว่าใครไปถึงที่ไหนๆ ได้มากกว่ากัน ซึ่งไม่ใช่การท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลินแน่นอน หรือการซื้อตั๋วแบบวันเดียว โดยส่วนตัวผมคิดว่าไม่ค่อยสะดวกเพราะไปบังคับตัวเองว่าต้องใช้ตั๋วนี้เท่านั้น บ่อยครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่สะดวกแต่จ่ายไปแล้วก็ต้องจำใจนั่งอ้อมหรือเปลี่ยนรถกันไป
ก่อนจะไปอยากให้ท่านให้โอกาสตัวเองศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เป็น Fact ไม่ใช่ข้อมูลเฉพาะบุคคลดูบ้างครับ เพราะท้ายที่สุดแล้วผมกล้าพูดเลยว่า ไม่มีเว็บไหนในเมืองไทย ไม่มีบล็อกไหนในเมืองไทย ไม่มีหนังสือเล่มไหนในเมืองไทย ให้ข้อมูลที่เป็น Fact ได้ดีกว่าข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นอีกแล้วครับ แม้แต่บทความหรือความรู้ของผม เมื่อเทียบกับของ JNTO แล้ว เหมือนหนังสือหนึ่งเล่มเทียบกับห้องสมุดทั้งห้องเลยครับ ดังนั้นถ้าท่านคิดจะไปเที่ยวเอง ไม่ต้องไปซื้อหาหนังสือที่ไหนและไม่ต้องไปสืบค้นข้อมูลจากเว็บใดๆ หรอกครับ ไปที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นตรงถนนอโศก ได้ครบและได้ฟรี ที่สำคัญของเขาดีจริงและไม่มีมั่ว รับรองว่าท่านเที่ยวเองได้ไม่มีหลงแน่นอนครับ







