
เอเชียแปลกอ้าแขนรับ‘คิวอี3’
เชื่อกระแสทุนร้อนช่วยฟื้นศก. แม้จะทำค่าเงินแข็งโป๊กก็ตาม
เชื่อกระแสทุนร้อนช่วยฟื้นศก. แม้จะทำค่าเงินแข็งโป๊กก็ตาม
นักวิเคราะห์เผย “เอเชีย” ยินดีรับทุนร้อนไหลท่วมภูมิภาคจากผลพวงคิวอี 3 เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา
รอยเตอร์ส เปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียพร้อมรับกระแสเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเป็นผลจากการประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบที่ 3 ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเอเชียที่กำลังชะลอตัวได้เป็นอย่างดี
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับว่าสวนทางกับปฏิกิริยาตอบรับจากการใช้นโยบายคิวอี 2 ครั้งแรก ที่ถูกมองว่าส่งผลร้ายต่อเขตเศรษฐกิจในเอเชียรุนแรง หลังเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้ามายังภูมิภาค ทำให้ค่าเงินในเอเชียนี้แข็งค่าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเผชิญกับแรงกดดันในการสกัดสกุลเงินเอเชียแข็งค่า ตลอดจนถึงการควบคุมภาวะเงินเฟ้อและปัญหาฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ
“ผลพวงจากการใช้คิวอี 3 ของสหรัฐ ช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในเอเชีย เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าจากเอเชียของสหรัฐดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง” ราจิบ บิสวา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของไอเอชเอส โกลบอล อินไซด์ กล่าว
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่าเงินทุนไหลเข้าจำนวนมหาศาลจากนโยบายดังกล่าว ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการลงทุนและกระตุ้นการบริโภคในประเทศเพิ่มขึ้น ตลอดจนผลักดันให้ราคาสินทรัพย์พุ่งขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผลกระทบเชิงบวกต่อสภาพเศรษฐกิจเอเชียทั้งสิ้น
รายงานได้ยกตัวอย่างความเคลื่อนไหวในตลาดหุ้นในภูมิภาค ซึ่งมีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น หลังได้รับอานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้า ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้น 25% ขณะที่ตลาดฟิลิปปินส์ดีดตัวขึ้น 24% และตลาดมุมไบพุ่งขึ้น 20%
อย่างไรก็ตาม แม้นักวิเคราะห์มองว่ามาตรการคิวอี 3 จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในเอเชีย แต่ทว่าจนถึงขณะนี้ภูมิภาคเอเชียยังคงได้รับผลข้างเคียงเชิงลบจากมาตรการดังกล่าวเช่นเดิม
เห็นได้จากกรณีของฮ่องกง ที่เข้าแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 2 สัปดาห์ ด้วยการเทขายเงินเหรียญฮ่องกงเพิ่มเติมอีก 350 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังจากที่ค่าเงินเหรียญฮ่องกงแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 7.75 เหรียญฮ่องกงต่อ 1 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นเพดานต่ำสุดในอัตราแลกเปลี่ยนที่ฮ่องกงผูกค่าเงินไว้กับสกุลเงินเหรียญสหรัฐ จากปริมาณความต้องการเงินเหรียญฮ่องกงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







