
แซนดี้ถล่มสหรัฐดับอย่างน้อย12ราย
อิทธิพลจากพายุ เฮอร์ริเคนแซนดี้ ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ แอตแลนติกซิตี้เตือนประชาชนห้ามออกนอกบ้าน พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย12ราย
อิทธิพลจากพายุ เฮอร์ริเคนแซนดี้ ทำให้มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ แอตแลนติกซิตี้เตือนประชาชนห้ามออกนอกบ้าน พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย12ราย
คลื่นลมที่รุนแรงส่งผลให้น้ำทะเลไหลเข้าท่วมรอบๆตึกระฟ้าในย่านโลเวอร์แมนฮัตตัน ตลอดจนสถานีรถไฟใต้ดินและอุโมงค์ถนนหลายแห่ง นอกจากนี้ยังเกิดกระแสไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในรัฐนิวยอร์ก, นิวเจอร์ซีย์, เพนซิลเวเนีย, เวสต์เวอร์จิเนีย และนอร์ทแคโรไลนา รายงานยอดผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่สืบเนื่องจากพายุรวมอย่างน้อย 12 ราย ขณะที่ตำรวจแคนาดาในเมืองโทรอนโตรายงานว่า มีสตรีคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะถูกซากปรักหักพังที่ปลิวว่อนในอากาศลอยมากระแทก
ที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ลูกเรือชาวอเมริกันบนเรือ เอชเอ็มเอส เบาน์ตี ถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำได้ในสภาพหมดสติ ขณะที่กัปตันเรือยังคงสูญหาย และคาดว่าจะเสียชีวิตแล้ว หลังจากที่เรือลำนี้ถูกลมพายุอับปางลงนอกชายฝั่งรัฐแคโรไลนาทั้งสอง
เฮอริเคนแซนดีคร่าชีวิตผู้คนไปทั้งสิ้น 67 รายระหว่างที่เคลื่อนตัวผ่านทะเลแคริบเบียนเมื่อช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ก่อนจะยกระดับความรุนแรงขึ้นเป็นมหาพายุหรือ “ซุปเปอร์สตอร์ม” เมื่อช่วงวานนี้(29)
ทางการสหรัฐฯประกาศเตือนว่า พายุลูกนี้อาจสร้างความเสียหายต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน “อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” พร้อมสั่งให้พลเมืองหลายแสนคนตั้งแต่แถบนิวอิงแลนด์เรื่อยลงไปจนถึงรัฐนอร์ทแคโรไลนารีบอพยพออกไปยังสถานที่ปลอดภัย
ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติสหรัฐฯระบุว่า ความเร็วลมภายในตัวพายุเริ่มลดลงเป็นพายุหมุนเขตร้อน ทว่ายังมีความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนคืออยู่ที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระหว่างที่ทำให้เกิดฝนตกหนักใกล้กับเมืองแอตแลนติกซิตี รัฐนิวเจอร์ซีย์
กระแสลมรุนแรงซึ่งทำให้ต้นไม้หักโค่นและดึงเสาไฟฟ้าล้มระเนนระนาดส่งผลให้บ้านเรือนหลายล้านหลังตกอยู่ในความมืดมิด ขณะที่รถไฟหลายสายต้องหยุดให้บริการชั่วคราว ส่วนผู้โดยสารเครื่องบินอีกหลายพันคนก็ยังตกค้างอยู่ตามสนามบินต่างๆทั่วภูมิภาค
บริษัทประเมินความเสียหายจากภัยพิบัติ อีเควแคต (Eqecat) คาดว่าจะมีชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากเฮอริเคนแซนดีประมาณ 60 ล้านคน หรือราว 1 ใน 5 ของประชากรสหรัฐฯ และสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงสุดถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยเมื่อเวลาประมาณ 19 .00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 6.00น.ที่ผ่านมา ศูนย์กลางของพายุเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเมืองแอตแลนติกซิตี้ราว 30 กิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ในเมือง ได้ประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานในยามวิกาล นับตั้งแต่เวลา 18.00-06.00น. โดย อิทธิพลของพายุทำให้เมืองแอตแลนติกซิตี้เผชิญน้ำท่วมและฝนตกหนักมาก่อนหน้านี้แล้ว แม้จะยังไม่พัดขึ้นชายฝั่ง
ขณะที่ล่าสุด เริ่มมีฝนตกหนักลงมาในหลายพื้นที่ของนิวยอร์คแล้ว คาดว่า จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงและไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง ประชาชนหลายแสนคนในนิวยอร์คและรัฐนิวเจอร์ซี่ ได้อพยพเรียบร้อยแล้ว







