posttoday
‘รัดเข็มขัด’เอาไม่อยู่ ยุโรปต้องกระตุ้นด้วย

‘รัดเข็มขัด’เอาไม่อยู่ ยุโรปต้องกระตุ้นด้วย

16 ตุลาคม 2555

ไอเอ็มเอฟ เอดีบี และอีซี แนะยุโรปปฏิรูปนโยบาย เน้นรัดเข็มขัดควบคู่กระตุ้นการเติบโต มุ่งเป้าฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน

ไอเอ็มเอฟ เอดีบี และอีซี แนะยุโรปปฏิรูปนโยบาย เน้นรัดเข็มขัดควบคู่กระตุ้นการเติบโต มุ่งเป้าฟื้นเชื่อมั่นนักลงทุน

นาโอยูกิ ชิโนะฮาระ รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ฮารุฮิโตะ คูโรดะ ประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) และโอลี เรห์น คณะกรรมาธิการกิจการการเงินของสหภาพยุโรป ต่างเห็นพ้องว่า ยุโรปจำเป็นต้องดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดควบคู่กับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการปฏิรูป เพื่อหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีการคลังเอเชียยุโรป (อาเซม) ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 15 ต.ค.

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสการเงินทั้งสามยังได้แสดงความเห็นว่า การฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค การตัดความเชื่อมโยงระหว่างหนี้สาธารณะกับระบบธนาคารในประเทศ รวมทั้งการ สร้างงาน คือกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ในส่วนของบรรดาเศรษฐกิจเกิดใหม่ ที่ประชุมมองว่า มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจโลกเช่นกัน โดยเฉพาะการปฏิรูปเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อกระตุ้นการเติบโตและอุปสงค์ภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เตือนถึงความเสี่ยงและความผันผวนทั้งในตลาดการเงินและตลาดโภคภัณฑ์ของโลก อันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจเอเชียและยุโรปที่มีความเชื่อมโยงมากขึ้นในปัจจุบัน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางด้าน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ได้กล่าวในที่ประชุมที่กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น เตือนว่า บรรดาประเทศเขตเศรษฐกิจเกิดใหม่จะได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายผ่อนปรนทางการเงินในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ และภาวะร้อนแรงเกินไปของตลาดสินทรัพย์ในประเทศเหล่านี้

ขณะเดียวกัน ทางด้าน เนมาต์ มินูเช ชาฟิก ผู้ช่วยผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวเตือนว่า ในช่วง 6 เดือนข้างหน้านี้ถือเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด ซึ่งรัฐบาลประเทศต่างๆ จะต้องเร่งหาทางออกในวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่า ยุโรป สหรัฐ และประเทศกำลังพัฒนาจำเป็นจะต้องทำอะไรบาง อย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจโลกกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหนึ่ง

ชาฟิก กล่าวด้วยว่า ปัญหาท้าทายในขณะนี้ที่ทั้งสหรัฐ ยุโรป และตลาดเกิดใหม่ ก็คือ ปัญหาการเมืองต่อการใช้นโยบายเศรษฐกิจ

ดังนั้น ในช่วง 6 เดือนต่อจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในหลายประเทศ ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจหลักของโลก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเยอรมนี ประเทศที่มีบทบาทมากที่สุดต่อการแก้ปัญหาหนี้ของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งการเลือกตั้งจะมีขึ้นในปีหน้า ส่วนสหรัฐก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในต้นเดือนหน้านี้ เช่นเดียวกับจีน ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้ปกครองประเทศในเดือนหน้าเช่นเดียวกัน

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน