posttoday
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง (19)

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง (19)

14 ตุลาคม 2555

นอกเหนือจาก Disneyland และ DisneySea แล้ว ก็เห็นจะมีเพียง Universal Studios Japan (USJ) จากประเทศเดียวกันเท่านั้นที่พอจะดูสมน้ำสมเนื้อ จะว่าไปแล้วก็เหมือนเขาแบ่งเค้กกันลงตัว ค่าย Disney มาก่อนก็คว้าพุงปลาอย่างโตเกียวไปกินสบายๆ ส่วน Universal มาทีหลังก็ต้องไปกินเมืองใหญ่ถัดไปอย่างโอซากา ถึงจะแข่งกันแต่ก็ไม่ถึงกับห้ำหั่นกัน ด้วยอยู่กันคนละภูมิภาคห่างกันร่วม 600 กิโลเมตร เลยเหมือนว่าสวนสนุกสัญชาติเดียวกันแยกกันโจมตีดูดเงินในกระเป๋าชาวญี่ปุ่นกันอย่างสนุกสนานเลย

นอกเหนือจาก Disneyland และ DisneySea แล้ว ก็เห็นจะมีเพียง Universal Studios Japan (USJ) จากประเทศเดียวกันเท่านั้นที่พอจะดูสมน้ำสมเนื้อ จะว่าไปแล้วก็เหมือนเขาแบ่งเค้กกันลงตัว ค่าย Disney มาก่อนก็คว้าพุงปลาอย่างโตเกียวไปกินสบายๆ ส่วน Universal มาทีหลังก็ต้องไปกินเมืองใหญ่ถัดไปอย่างโอซากา ถึงจะแข่งกันแต่ก็ไม่ถึงกับห้ำหั่นกัน ด้วยอยู่กันคนละภูมิภาคห่างกันร่วม 600 กิโลเมตร เลยเหมือนว่าสวนสนุกสัญชาติเดียวกันแยกกันโจมตีดูดเงินในกระเป๋าชาวญี่ปุ่นกันอย่างสนุกสนานเลย

ใครที่ไปโอซากา ถ้าเป็นครอบครัวหรือวัยรุ่น จุดหมายปลายทางหนึ่งคงไม่พ้นสวนสนุก Universal Studios เป็นแน่ ถ้าสวนสนุกของ Disney คือตัวแทนของความสุข สวนสนุก Universal Studios ก็เป็นตัวแทนของความสนุก ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายหลักของ USJ จึงเป็นคนหนุ่มคนสาวที่เน้นความสนุกสนาน เพราะเครื่องเล่นใน USJ จะอิงกับภาพยนตร์ดังๆ จากหลายๆ ค่าย แต่ของทาง Disney มีที่มาจากการ์ตูนเสียเป็นส่วนใหญ่จึงถูกใจครอบครัวและเด็กๆ มากเป็นพิเศษ แต่ก็ใช่ว่าทาง USJ จะไม่เอาใจเด็กนะครับ หลายดินแดนหลายเครื่องเล่น Disney กินเขาไม่ลงเหมือนกัน

อย่างที่เคยเขียนไปแล้วว่า สวนสนุกระดับมาตรฐานส่วนใหญ่จะมีแผนผังเป็นวงกลมและมีทางเข้าออกทางเดียว Universal Studios Japan ก็ไม่ต่างไปจากนี้ แต่เลย์เอาต์ของ USJ จะมีรูปร่างคล้ายตัว P การเที่ยวยิ่งง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะจากทางเข้าก็ตรงอย่างเดียว ไล่เที่ยวไปจนสุดทางแล้ววนขวาตลอดก็กลับมาจบตรงโซนร้านค้าด้านหน้าทางเข้าพอดี ถ้าจะเทียบแล้วผมให้คะแนนความง่ายของ USJ มากกว่าของค่าย Disney ครับ เรื่องการหลงเส้นทางนี่แทบจะไม่มีทางเลย รายละเอียดภายในสวนสนุกมีอะไรให้ท่านผู้อ่านไปเปิดเว็บไซต์ดูเอาเองที่ www.usj.co.jp/e/ แต่อยากจะเน้นท่านที่เดินทางไปเที่ยวเองก็คือเรื่องเวลาเปิดปิด ผมเคยพลาดมาแล้วหลายครั้งเพราะเชื่อไกด์ ไกด์หลายคนไม่เคยเช็กเวลาเปิดปิด พาลูกทัวร์มารอกันเยอะมากเพราะไปเข้าใจเอาว่าที่ USJ คงเปิดเช้าเหมือนกับของ Disney แต่ไม่ใช่เลยครับ ของ Disney ถ้าเป็นวันหยุดจะเปิด 8 โมงเช้า วันธรรมดาจะเปิด 8 โมงครึ่ง หรือ 9 โมง และปิด 4 ทุ่มทุกวัน ในขณะที่ USJ จะเปิดเช้าสุดก็ 9 โมง บางวันเปิดเอา 10 โมงก็มี ทัวร์ไหนไม่เช็กให้ดี พาลูกค้าไปตั้งแต่ 8 โมง ก็ต้องหาทางเอาตัวรอดกันเอง และเวลาปิดของที่นี่ก็มีหลายเวลาตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจน 3 ทุ่ม จะมี 4 ทุ่มบ้างก็ต้องเป็นช่วงพีกจริงๆ อย่างช่วง Golden Week ปลายเดือนเมษาต่อต้นพฤษภา หรือเทศกาลโอบ้งประมาณกลางๆ สิงหา เพราะฉะนั้นการเที่ยว USJ นั้นถ้าดูจากเวลาเปิดปิดแล้วต้องถือว่าความคุ้มค่านั้นอาจจะสู้ของ Disney เขาไม่ได้ โดยเฉพาะถ้าไปช่วง Low Season อย่างเดือนมิ.ย. บางวันเจอเปิด 10.0018.00 น. นี่ต้องถือว่าไม่คุ้ม เพราะมีเวลาเล่นเครื่องเล่น ดูโชว์ กินข้าว และซื้อของรวมแล้วแค่ 8 ชั่วโมง ใครจะไป USJ ช่วงไหนตรวจสอบเวลากันให้ดีนะครับ

อีกเรื่องคือระบบจองคิวที่คนไทยชอบเรียกกันติดปากว่า Fast Pass แต่ของที่ USJ นี่เขามีชื่อเรียกเต็มยศว่า Universal Express Pass ซึ่งแตกต่างจากของ Disney อย่างชัดเจนคือต้องเสียเงินซื้อ อันนี้น่าจะเป็นนโยบายหลักมาจากยานแม่ที่อเมริกา แต่ทางโน้นเขาเรียกได้โก้กว่าคือ Front of Line Pass แต่จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ เอาเป็นว่าทางค่ายนี้เขาถือคติ เงินซื้อเวลาได้ และไม่ใช่ว่าเขาจะขายแบบเอาเป็นเอาตายนะครับ เขามีจำกัดจำนวนเพื่อให้มันด่วนจริง ถ้าดูจากเวลาเปิดปิดและเรื่องระบบจองคิวแล้ว โดยความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าค่าย Universal นี่อาจจะได้เงินในเบื้องต้นจากระบบจองคิวไปก่อน แต่ทางค่าย Disney นั้นลุ่มลึกกว่าเพราะเวลาที่ผู้คนจะอยู่ในสวนสนุกนั้นนานกว่า การวิ่งจองคิวได้บ้างไม่ได้บ้างเป็นการยืดเวลาอยู่ในสวนสนุกให้ยาวขึ้น คนเที่ยวก็มีโอกาสใช้เงินมากขึ้นทั้งจากอาหารและของที่ระลึก ทาง Universal ที่ปิดตอน 6 โมงเย็นก็หมดโอกาสในการขายสินค้าหมวดกระจายแสง แต่จะว่าไปเขาคงมีเหตุผลและพิจารณามาดีแล้ว เราก็แค่คิดไปตามประสาของเราเท่านั้นเองครับ

นอกเหนือจากตัวสวนสนุกแล้ว USJ เขายังมีโรงแรมและแหล่งกินแหล่งช็อปที่อยู่ด้านนอกอีกด้วย เรียกว่า Universal Citywalk Osaka ซึ่งอาจจะดูมีภาษีกว่าของ Disney ทางโน้นเขาก็มีศูนย์การค้า Ikspiari อยู่ติดกับสถานีรถไฟ Maihama หน้า Disneyland แต่ห่างไกลจากบรรดาโรงแรมส่วนใหญ่ ในขณะที่ Citywalk นั้นอยู่ติดหรือใกล้กับโรงแรมหน้า USJ มากกว่า ใครที่จะเลือกนอนแถวหน้าสวนสนุกก็คงต้องดู Facility เหล่านี้ไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยสำหรับคนไทยเรา การเข้าโรงแรมแล้วนอนเลยนั้นแทบเป็นไปได้ยากครับ และที่ USJ นี่ก็ค่อนข้างสะดวกในการเดินทาง จากกลางเมืองโอซากาย่านอุเมดะมาแค่ 1520 นาทีโดยรถไฟเท่านั้นเอง หรือใครนอนหน้าสวนสนุกจะเข้าไปช็อปปิ้งกลางเมืองก็ง่าย ลงเครื่องที่สนามบินคันไซนั่งรถบัส Limousine ก็ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ค่ารถถูกมาก 1,300 เยนแค่นั้นเอง นอกจากนี้ยังมีเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ไกลอย่าง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Kaiyukan หรือ Osaka Aquarium สามารถเดินทางถึงกันได้ทางเรือโดยสาร สายกัปตัน (Captain Line) ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้ว โดยส่วนตัวผมคิดว่าที่ Kaiyukan นี้มาแล้วคุ้มค่ามากครับ เพราะมีพระเอกอย่าง ฉลามวาฬ ที่มีความยาวเกินกว่า 10 เมตร ว่ายอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่มาก ถ้าปลามันเลือกได้มันคงไม่อยากอยู่ในตู้ แต่ถ้าต้องเลือกว่าให้อยู่ในตู้ไหน ผมว่าที่นี่เป็นเงื่อนไขที่ดีมากๆ สำหรับเจ้าปลาเหล่านั้นครับ นอกจากนี้ยังมีปลาและสัตว์น้ำที่หาดูได้ยากอย่างปูน้ำลึกหน้าตาอย่างกับสัตว์ประหลาด หรือแมงกะพรุนสารพัดชนิด ดูแล้วเพลินดี เคยมีครั้งนึงไปเจอเขาเอาสัตว์น้ำที่เป็นต้นแบบของสัตว์ประหลาดในภาพยนตร์เรื่องยอดมนุษย์หรือก๊อดซิลล่ามาจัดแสดง ก็ได้ความรู้ดีเหมือนกันครับ บางตัวตัวเล็กนิดเดียว ไม่น่าเชื่อว่าพอเอาไปออกแบบเป็นสัตว์ประหลาดแล้วมันจะดูน่ากลัวได้ขนาดนั้น

ใครที่วางแผนจะพาลูกหลานไปเที่ยวโอซากาเอง ผมแนะนำให้ลองมานอนแถวสวนสนุก Universal Studios ดูสัก 2 คืน เพราะมีทั้งสวนสนุก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เดินเล่นก็ได้ นั่งเรือเล่นก็ได้ แถมบรรยากาศยามค่ำคืนก็โรแมนติกดีอีกด้วย ที่สำคัญคือโรงแรมแถวนี้ราคาไม่แพงเหมือนหน้า Disney ราคาพอๆ กันกับนอนในเมือง ลองรับไว้พิจารณาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเที่ยวโอซากาเองของท่านก็แล้วกันครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI