posttoday
จีนรอผู้นำคนใหม่งัดยาแรงฟื้นศก.

จีนรอผู้นำคนใหม่งัดยาแรงฟื้นศก.

12 ตุลาคม 2555

จีนเตรียมงัดยาแรงฟื้นชีพเศรษฐกิจ แต่รอให้เสร็จการเปลี่ยนถ่ายผู้นำประเทศก่อนในเดือนหน้า

จีนเตรียมงัดยาแรงฟื้นชีพเศรษฐกิจ แต่รอให้เสร็จการเปลี่ยนถ่ายผู้นำประเทศก่อนในเดือนหน้า

จิมยองคิม ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ต.ค. ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนเตรียมที่จะนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้ง “รุนแรง” มาใช้เพื่อปลุกชีพเศรษฐกิจมังกรที่ซบเซาลงไปพักหนึ่งแล้ว โดยการกระตุ้นในครั้งนี้คาดว่าจะมีขึ้นหลังจากที่จีนจะมีการเปลี่ยนคณะผู้นำประเทศในวันที่ 8 พ.ย.นี้

จิมยองคิม กล่าวว่า หลังจากได้พูดคุยหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีน ทำให้เจ้าตัวเชื่อว่าคณะผู้นำจีนเข้าใจในธรรมชาติ ของปัญหาเศรษฐกิจในครั้งนี้ดี และคณะผู้นำจีนเตรียมงัดมาตรการบางอย่างที่รุนแรงออกมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเติบโตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

“พวกเขากำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในขณะนี้ ซึ่งเมื่อสำเร็จกระบวนการดังกล่าวแล้ว ผมเห็นว่าพวกเขาจะเริ่มใช้นโยบายที่รุนแรงมากขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง” จิมกล่าว

จิมยองคิม เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของธนาคารโลกเมื่อเดือน ก.ค.นี้เอง และอยู่ในระหว่างการเข้าร่วมประชุมของธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ในปัจจุบันจีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤตหนี้ในยุโรป และปัญหาการฟื้นตัวที่เชื่องช้าเกินไปของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งทั้งสองภูมิภาคถือเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของจีน

กระนั้นก็ตาม จีนพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นหลายครั้งผ่านนโยบายการหั่นดอกเบี้ย และลดสัดส่วนการกันทุนสำรองของภาคธนาคารพาณิชย์ลงถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปล่อยกู้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางด้านกองทุนการเงินระหว่างประเทศระบุว่า มาตรการเหล่านั้นของจีนไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการเติบโตได้ และคาดว่าอัตราการเติบโตของจีนในปีนี้จะอยู่ที่ 7.8% เท่านั้น ก่อนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวในปีหน้าที่ 8.2% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่เคยประเมินเอาไว้เมื่อก่อนหน้าที่ว่าจีนจะโตที่ 8% ในปีนี้ และ 8.5% ในปีหน้า

ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เศรษฐกิจจีนมีอัตราการเติบโตที่ 7.6% เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดของเศรษฐกิจในรอบ 3 ปีทีเดียว

ทั้งนี้ จีนกำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำประเทศในเดือนหน้าด้วย โดยรองประธานาธิบดี สีจิ้นผิง จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีต่อจาก หูจิ่นเทา

วันเดียวกัน ทางด้านธนาคารเครดิต สวิส ได้เปิดเผยรายงานการประเมินคาดการณ์ว่า จีนจะแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ในปี 2560 นี้ โดยสหรัฐจะยังอยู่ในอันดับ 1 ต่อไป

รายงานระบุว่า ความมั่งคั่งครัวเรือนใน จีนในปี 2560 จะเพิ่มขึ้นอีก 18 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ความมั่งคั่งรวมในปีดังกล่าวจะพุ่งไปอยู่ที่ 38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะแซงหน้าญี่ปุ่นที่จะมีความมั่งคั่งรวมที่ 38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสหรัฐยังคงรักษาระดับความมั่งคั่งของครัวเรือนได้อยู่ที่ 89 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI