posttoday
เตือนโลกยิ่ง "รักเข็มขัด" สังคมยิ่งเละ!

เตือนโลกยิ่ง "รักเข็มขัด" สังคมยิ่งเละ!

11 ตุลาคม 2555

สมาพันธ์แรงงานโลกเตือนการรัดเข็มขัดต้นเหตุการเมืองไร้เสถียร ภาพและความไม่สงบทางสังคม ด้านชาวกรีกครึ่งแสนชุมนุมต้านผู้นำเยอรมนี

สมาพันธ์แรงงานโลกเตือนการรัดเข็มขัดต้นเหตุการเมืองไร้เสถียร ภาพและความไม่สงบทางสังคม ด้านชาวกรีกครึ่งแสนชุมนุมต้านผู้นำเยอรมนี

สมาพันธ์แรงงานโลก (ไอทียูซี) ออกโรงเตือนว่ามาตรการรัดเข็มขัดและการตัดลดงบประมาณที่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังบังคับใช้อยู่นั้น จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และความไม่สงบในสังคม เนื่องจากส่งผลให้ผู้คนตกงานมากขึ้น รวมทั้งมีรายได้ลดลง

“องค์กรการเงินนานาชาติ รวมทั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็ม เอฟ) มุ่งแต่สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ มีสภาวะการคลังที่สมดุล โดยไม่ตระหนักเลยว่ามาตรการเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบ ต่อแรงงาน ซึ่งต้องเผชิญกับภาวะตกงานและมีรายได้น้อยลง” ไอทียูซี ซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนแรงงาน 175 ล้านคนทั่วโลก ระบุ

นอกจากนี้ ยังเตือนว่ากลยุทธ์ทางเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานของอัตราค่าจ้างต่ำ และความยืดหยุ่นของตลาดแรงงาน เสี่ยงล้มเหลว

“คนทั่วโลกตั้งแต่กรีซไปจนถึงอินโดนีเซีย ชุมนุมประท้วงเพื่อแสดงความไม่พอใจ ดังนั้นหากไม่แก้ปัญหาด้านสิทธิแรงงาน เราก็จะได้เห็นความไร้เสถียรภาพทางการเมืองและความไม่สงบในสังคมที่ทวีความรุนแรงขึ้น”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นภายหลังเกิดเหตุปะทะที่กรุงเอเธนส์ของกรีซ ระหว่างตำรวจกับประชาชนกว่า 5 หมื่นคน ที่ออกมาชุมนุมประท้วงนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ซึ่งเยือนกรีซอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้นำเมืองเบียร์สนับสนุนให้กรุงเอเธนส์รัดเข็มขัดอย่างเข้มงวดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือ

แม้การชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นไปอย่างสงบ เนื่องจากตำรวจได้สั่งตรึงกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 7,000 นาย ตามจุดเสี่ยงต่างๆ ทั่วกรุงเอเธนส์ ทว่าเกิดเหตุปะทะเล็กน้อยในบางพื้นที่ หลังกลุ่มวัยรุ่นขว้างปาก้อนหินและประทัดใส่ตำรวจ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยเพื่อสลายการชุมนุม โดยสุดท้ายสามารถจับกุมผู้ประท้วงได้ราว 200 คน

“ฉันไม่สงสัยในความหวังดีของแมร์เกิลเลย แต่มันก็คงช่วยแก้ปัญหาของยุโรปไม่ได้อยู่ดี เพราะขณะนี้ยุโรปแบ่งเป็นสองขั้วแล้ว การเปลี่ยนแปลงนโยบายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ” ชาวกรีกคนหนึ่ง กล่าว

ด้าน แมร์เกิล ได้กล่าวยกย่องความคืบหน้าของกรีซในการปฏิรูปการคลังและรัดเข็มขัด พร้อมยืนยันว่าต้องการให้กรีซอยู่ในยูโรโซนต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนอินเดีย เตือนว่าเส้นทางของยุโรปยังคงอีกยาวไกล โดยคาดว่าอาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นตัวได้

“แม้ยุโรปและธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ แต่คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าที่มาตรการเหล่านั้นจะมีผลหรือความคืบหน้าอย่างจริงจัง” ไกธ์เนอร์ กล่าว

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของไอเอ็มเอฟ ซึ่งล่าสุดได้ออกโรงเรียกร้องให้ยุโรปเร่งดำเนินมาตรการแก้วิกฤตหนี้ ซึ่งกำลังฉุดเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก

ไอเอ็มเอฟ ย้ำชัดว่า สิ่งที่สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด ซึ่งหากยุโรปล้มเหลวก็เสี่ยงเผชิญภาวะตึงตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าประเด็นวิกฤตหนี้ยุโรป ปัญหางบประมาณของสหรัฐ รวมทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชียจะเป็นหัวข้อประชุมหลักในงานประชุมใหญ่ประจำปีของไอเอ็มเอฟและธนาคารโลก ซึ่งจัดที่ญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11-12 ต.ค.

ล่าสุด มีรายงานว่า โจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน และเซียะซูเหริน รัฐมนตรีคลังจีน ถอนตัวจากการประชุมดังกล่าว ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นกรณีข้อพิพาทหมู่เกาะทะเลจีนตะวันออกที่ทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิเหนือ

โฆษกไอเอ็มเอฟ เปิดเผยว่า ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน ซึ่งก่อนหน้านี้มีกำหนดขึ้นกล่าวบรรยายในพิธีปิด ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้เนื่องจากติดภารกิจอื่น โดยจะส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมแทน

ในส่วนของรัฐมนตรีคลังแดนมังกรนั้น ในเบื้องต้นยังคงไม่มีการชี้แจงสาเหตุที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI