posttoday
ญี่ปุ่นเตือนพิพาทเกาะเสี่ยงฉุดศก.จีน เกาหลีใต้ส้มหล่น ท่องเที่ยวบูม

ญี่ปุ่นเตือนพิพาทเกาะเสี่ยงฉุดศก.จีน เกาหลีใต้ส้มหล่น ท่องเที่ยวบูม

25 กันยายน 2555

ผู้นำญี่ปุ่นเตือนจีนระวังท่าทีที่แข็งกร้าวเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจแดนมังกร

ผู้นำญี่ปุ่นเตือนจีนระวังท่าทีที่แข็งกร้าวเรื่องข้อพิพาทหมู่เกาะเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจแดนมังกร

นายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ ของญี่ปุ่น ออกโรงเตือนว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวและไม่ประนีประนอมของจีนในประเด็นข้อพิพาทหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งทั้งจีนและญี่ปุ่นต่างอ้างสิทธิเหนือนั้น เสี่ยงฉุดเศรษฐกิจแดนมังกรอย่างหนัก ท่ามกลางความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างทั้งสองชาติ

“จีนควรนำเงินลงทุนจากต่างชาติไปใช้พัฒนาประเทศ ผมหวังว่าพวกเขาจะตระหนักดีว่าการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อผลประโยชน์ดังกล่าวจะถือเป็นการทำร้ายตัวเอง” โนดะ กล่าว ระหว่างให้สัมภาษณ์กับวอลสตรีต เจอร์นัล

นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยังแสดงความกังวลต่อกระแสต่อต้านญี่ปุ่นในจีน หลังช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงชาวจีนได้ก่อกวน และบุกทำลายสถานทูต ร้านค้า และโรงงานของชาวญี่ปุ่นในจีน ขณะที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นหลายรายร้องเรียนว่า ถูกทางการจีนกลั่นแกล้ง

“เรากังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะความล่าช้าในการออกวีซ่าให้ชาวญี่ปุ่น และการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าญี่ปุ่นของกรมศุลกากรจีน โดยการทำลายความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ จะไม่เพียงแต่ฉุดเศรษฐกิจจีนและญี่ปุ่นแล้ว แต่ยังเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจโลกอีกด้วย”

ความเห็นของโนดะสอดคล้องกับความเห็นของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ก่อนหน้านี้ที่ได้เตือนว่า เศรษฐกิจจีนจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก หากรัฐบาลแดนมังกรตัดสินใจงัดมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อลงโทษญี่ปุ่น เนื่องจากภาคการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีน ยังต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงที่ผลิตในญี่ปุ่นเท่านั้น

“การคว่ำบาตรญี่ปุ่นจะส่งผลย้อนกลับมายังบริษัทจีนที่พึ่งความรู้ด้านไอทีจากญี่ปุ่น ดังนั้นการงัดมาตรการเพื่อฉุดให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นอ่อนแอลงจะขัดต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีนเอง” อิวาน ซีเลกเชฟ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนิงาตะของญี่ปุ่น เตือน

แม้ปัจจุบันการชุมนุมประท้วงในจีนได้บรรเทาลงแล้ว ทว่าความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศได้ส่งผลให้รัฐบาลจีนตัดสินใจเลื่อนพิธีฉลองครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับญี่ปุ่นออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่จะต้องจัดขึ้นในวันที่ 27 ก.ย.นี้

เช่นเดียวกับคณะนักธุรกิจระดับแถวหน้าของญี่ปุ่น ที่ประกาศยกเลิกการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบปะหารือกับผู้นำระดับสูง ถือเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติต่อเนื่องยาวนานถึง 37 ปี โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย

ทั้งนี้ จีนและญี่ปุ่นมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 1 และ 3 ในเอเชียตามลำดับ โดยแดนมังกรนั้นคือคู่ค้าอันดับ 1 ของญี่ปุ่น ขณะที่ญี่ปุ่นคือคู่ค้าอันดับ 4 ของจีน โดยมูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองประเทศนั้นสูงถึง 3.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 10.3 ล้านล้านบาท) ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทดังกล่าวกลับส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ หลังนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีนและญี่ปุ่นต่างยกเลิกการเดินทางไปมาระหว่างสองประเทศ และหันมาเที่ยวเกาหลีใต้มากขึ้น เนื่องจากเกรงกลัวเรื่องความปลอดภัยประกอบกับเหตุผลด้านชาตินิยม

“ความรู้สึกชาตินิยมในหมู่ชาวจีนนั้นแรงมาก ดังนั้นพวกเขาคงไม่อยากเหยียบแผ่นดินญี่ปุ่นขณะนี้” ผู้อำนวยการบริษัทท่องเที่ยวในจีน กล่าว

ด้านองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลีใต้ คาดการณ์ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนจะพุ่งสูงถึง 36% ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในเกาหลีใต้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมักใช้จ่ายมากกว่านักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ โดยเฉลี่ยแล้วใช้จ่ายราว 1,949 เหรียญสหรัฐ (ราว 5.8 หมื่นบาท) ต่อคนต่อการเดินทาง 1 ครั้ง

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่า ข้อพิพาทหมู่เกาะยังจะช่วยดันการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) อีกด้วย

“เราคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะไหลทะลักเข้ามาไทยมากขึ้น หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น” ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) กล่าว

ในส่วนของความเคลื่อนไหวอื่นๆ นั้น เมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา จีนส่งเรือลาดตระเวน 2 ลำ ไปยังบริเวณน่านน้ำหมู่เกาะข้อพิพาท โดยอ้างสิทธิในการลาดตระเวนเพื่อความมั่นคงของชาติ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากญี่ปุ่น

หน่วยยามชายฝั่งของญี่ปุ่น เผยว่า ในเบื้องต้นได้สั่งให้เรือจีนออกจากน่านน้ำดังกล่าว ทว่าฝั่งจีนไม่มีการตอบสนองใดๆ

ทั้งนี้ สถานการณ์ส่อเค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ภายหลังไต้หวันประกาศทวงสิทธิเหนือหมู่เกาะดังกล่าวเช่นกัน โดยล่าสุดกองเรือประมงของไต้หวันจำนวน 78 ลำพร้อมยามชายฝั่ง ได้ออกเดินทางไปยังหมู่เกาะ โดยคาดว่าจะถึงในวันนี้

เฉินฉุนเชิง ประธานสมาคมชาวประมงของไต้หวัน กล่าวว่า เกาะเตียวหยู หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่าเซนกากุนั้น เป็นแหล่งจับปลาของชาวประมงไต้หวันมานานหลายศตวรรษ และพร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องหมู่เกาะแห่งนี้

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา