
สหรัฐลั่นปกป้องญี่ปุ่น
ยึดสนธิสัญญาด้านความมั่นคงปัดเรดาร์ต้านนุกไม่เกี่ยว‘จีน’
ยึดสนธิสัญญาด้านความมั่นคงปัดเรดาร์ต้านนุกไม่เกี่ยว‘จีน’
รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยันยึดมั่นสนธิสัญญาความมั่นคง ปกป้องญี่ปุ่นหากจำเป็น
ลีออน พาเนตตา รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่า สหรัฐจะปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านความมั่นคงที่ได้ลงนามกับญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมถึงหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกหากจำเป็น โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นในจีนที่ทวีความรุนแรงขึ้น
“แน่นอนว่า เราต้องยึดมั่นในข้อตกลงกับญี่ปุ่น สิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนแปลง” พาเนตตา กล่าวระหว่างการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา ภายหลังก่อนหน้านี้รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นได้กล่าวถึงข้อตกลงดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ยืนยันว่า สหรัฐจะไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นอย่างแน่นอน โดยได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแก้ปัญหาด้วยกระบวนการทางการทูต
นอกจากนี้ พาเนตตา ยังย้ำชัดว่า การติดตั้งเรดาร์ต้านขีปนาวุธ “เอ็กซ์ แบนด์” เครื่องที่ 2 ในญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจีน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความสามารถในการป้องกันญี่ปุ่น ช่วยกองกำลังสหรัฐกว่า 4.7 หมื่นนาย ที่ประจำอยู่ในแดนปลาดิบ ตลอดจนปกป้องสหรัฐจากขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ท่ามกลางข้อสงสัยของนักวิเคราะห์ที่เห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีไว้เพื่อข่มจีน
“เราได้ชี้แจงต่อทางการจีนแล้ว ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะเดินหน้าติดตั้งเรดาร์ต้านขีปนาวุธ”
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นและจีนต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะเซนกากุ ซึ่งจีนเรียกว่าเตียวหยู ในทะเลจีนตะวันออก โดยล่าสุดนั้นเหตุประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นในจีนได้ทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลให้บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น พานาโซนิค และแคนนอน ต้องสั่งปิดโรงงานในจีนชั่วคราว ภายหลังถูกผู้ประท้วงบุกทำลายและจุดไฟเผา เช่นเดียวกับร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น และร้านเสื้อผ้าชื่อดังอย่างยูนิโคล
ด้านชาวญี่ปุ่นในจีนต่างยังคงไม่กล้าออกนอกบ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้าย โดยการประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นที่ผ่านมานั้นสรุปแล้วเกิดขึ้นใน 85 เมืองทั่วประเทศทีเดียว







