
โป๊ปฟรานซิสประณามยุโรป ไม่แยแสผู้อพยพ
โป๊ปฟรานซิส ไม่พอใจกลุ่มประเทศในยุโรปที่นิ่งเฉยต่อการช่วยเหลือผู้ลี้ภัย โดยเฉพาะกลุ่มที่อพยพเข้ายุโรปผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังถูกผลักดันออกนอกยุโรป หรือถูกส่งตัวเข้าสถานกักกันจนเป็นเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์จำนวนมาก
สมเด็จพระสันตะปาปา ซึ่งได้กล่าวต่อผู้ศรัทธาที่รวมตัวกันในจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์เมื่อวันเสาร์ ระบุว่าผู้อพยพมักจะถูกทิ้งให้ตาย หรือถูกส่งกลับไปยังลิเบีย หรือยังค่ายกักกันที่เรียกว่า “lager” ซึ่งคำในภาษาเยอรมันที่แปลว่าค่ายกักกันนาซี พระองค์ตั้งคำถามว่า “เรายินดีต้อนรับพวกเขาในฐานะพี่น้องหรือเอาเปรียบพวกเขากันแน่?” และเสริมว่าการกีดกันผู้อพยพเป็นเรื่องที่บาป โหดร้ายและน่าขยะแขยง พวกเขาถูกทิ้งให้ตาย ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ หรือถูกส่งไปค่ายกักกันผู้อพยพและในที่สุดกลายเป็นเหยื่อในการค้ามนุษย์
ฟรานซิส ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ สกาลาบรานี (Scalabrini) ในการปฏิบัติต่อทุกคนอย่างพี่น้อง โดยเชื้อชาติและศาสนาไม่ใช่อุปสรรค โดยสกาลาบรานี (Scalabrini) เป็นลูกชายของผู้อพยพจากอิตาลีไปอาร์เจนติน่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของซัตตี (Zatti) ขณะที่เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะนิกายเยซูอิตในอาร์เจนตินา จากนั้นเขาเริ่มก่อตั้งมิชชันนารีเพื่อดูแลผู้อพยพชาวอิตาเลียนจำนวนมากที่ลี้ภัยมาเพราะพิษของเศรฐกิจ และสภาพสังคมความเป็นอยู่ เขาถึงแก่กรรมในปี ค.ศ. 1905 ในเมืองปิอาเซนซา ซึ่งขณะนั้นเขาดำรงตำแหน่งอธิการ และได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี 1997
ส่วนซัตตี (Zatti) เป็นลูกชาวนาที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของอิตาลี ครอบครัวของเขาได้อพยพไปยังอาร์เจนตินา พออายุได้ 20 ปีเขาได้ป่วยเป็นวัณโรค และถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลในปาตาโกเนีย ตอนเหนือ เขาได้ให้คำมั่นว่าจะรับใช้คริสตจักรและดูแลคนป่วยไปตลอดชีวิตหากเขาหายดี จากนั้นซัตตีทำงานที่โรงพยาบาลเดิมที่เขาได้รับการรักษาเป็นเวลา 40 ปี เขามีชื่อเสียงในการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้คนชื่นชมที่เขาปั่นจักรยานไปยังเมือง Viedma พร้อมกับกระเป๋าเครื่องมือแพทย์เพื่อไปรักษาคนไข้ หรือแม้แต่ช่วยแบกศพของคนไข้ด้วยตัวเอง ซัตตีเสียชีวิตในปี 1951 และได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญในปี 2022







