posttoday
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง (13)

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตนเอง (13)

02 กันยายน 2555

หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจว่าคูปองรถไฟ Japan Rail Pass นั้นมีแค่แบบเดียวและมีความแตกต่างอยู่ตรงจำนวนวัน คือ 7 วัน 14 วัน และ 21 วันเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้ว Japan Rail Pass นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือก ถ้าเป็นแบบมาตรฐานที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมซื้อไปใช้กันก็แบบใช้ได้ทั่วประเทศ ตรงไหนมีรถไฟ JR ใช้ได้หมด แต่บางท่านที่เลือกเที่ยวเฉพาะจุด เช่น รอบนี้เที่ยวแถบคันไซ ก็อาจจะเลือกใช้ JR West Pass ก็ได้ เพราะราคาถูกกว่า วันนี้ขออนุญาตแนะนำ Japan Rail Pass ที่แยกย่อยตามภูมิภาคต่างๆ ให้ท่านรู้จักกันพอสังเขปครับ

หลายๆ ท่านอาจจะเข้าใจว่าคูปองรถไฟ Japan Rail Pass นั้นมีแค่แบบเดียวและมีความแตกต่างอยู่ตรงจำนวนวัน คือ 7 วัน 14 วัน และ 21 วันเท่านั้น แต่อันที่จริงแล้ว Japan Rail Pass นั้นมีหลากหลายประเภทให้เลือก ถ้าเป็นแบบมาตรฐานที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมซื้อไปใช้กันก็แบบใช้ได้ทั่วประเทศ ตรงไหนมีรถไฟ JR ใช้ได้หมด แต่บางท่านที่เลือกเที่ยวเฉพาะจุด เช่น รอบนี้เที่ยวแถบคันไซ ก็อาจจะเลือกใช้ JR West Pass ก็ได้ เพราะราคาถูกกว่า วันนี้ขออนุญาตแนะนำ Japan Rail Pass ที่แยกย่อยตามภูมิภาคต่างๆ ให้ท่านรู้จักกันพอสังเขปครับ

Japan Rail Pass เป็นความร่วมมือของ JR ทั้ง 6 ภูมิภาค คือ JRHokkaido, JREast, JRCentral, JRWest, JRShikoku และ JRKyushu ซึ่งอันที่จริงก่อนจะแยกร่างเป็น 6 บริษัทนั้น ทั้ง 6 เป็นหน่วยงานเดียวกันมาก่อนภายใต้สังกัด การรถไฟแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ Japanese National Railways (JNR) ซึ่งเป็นสมบัติของรัฐเหมือนของบ้านเรา และเพราะผลประกอบการอันไม่น่าพึงพอใจ (เหมือนของบ้านเรา) รัฐบาลก็ได้ตัดสินใจแปรรูปการรถไฟแห่งนี้ แล้วแยกส่วนของรถไฟโดยสารออกเป็น 6 บริษัท เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ บางแห่งก็กลายเป็นเอกชนเต็มร้อยไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางแห่งที่ครึ่งๆ กลางๆ (เหมือนการบินไทยของเรา) JRHokkaido, Shikoku และ Kyushu นั้น เดาได้ว่าให้บริการที่ไหนบ้างไม่มีทางพลาด แต่ JREast, Central และ West นี่อาจจะยากหน่อย เพราะทั้งสามเส้นอยู่บนเกาะฮอนชูเหมือนกัน JREast ครอบคลุมภาคอีสาน (Tohoku) ไล่ลงมาจนโตเกียว JRCentral เริ่มจากโตเกียวไปถึงโอซากา และ JRWest เริ่มจากโอซากาไปสุดเกาะฮอนชูที่จังหวัด Yamaguchi แต่ถ้าเป็นรถไฟ Shinkansen ก็จะไปสุดทางที่สถานี Hakata จังหวัด Fukuoka

ทีนี้ขึ้นอยู่กับว่า ท่านวางแผนจะไปเที่ยวที่ไหนและควรเลือกใช้ Rail Pass แบบใด เพราะราคาต่างกันไม่น้อย เช่น ถ้าท่านจะไปเที่ยวฮอกไกโดโดยการบินไทยที่กำลังจะเปิดเที่ยวบินไปซัปโปโรปลายเดือน ต.ค.นี้ การจะเที่ยวให้ทั่วฮอกไกโดก็ควรจะใช้ Hokkaido Rail Pass ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นเยน สำหรับตั๋ว 3 วันไปจนถึง 7 วัน 2.2 หมื่นเยน แต่ถ้าท่านจะเที่ยวแถบโทโฮขุและภาคกลางบางจังหวัด ก็สามารถเลือกซื้อ JR East Pass ซึ่งโดยส่วนตัวผมยกให้เป็นอันดับหนึ่งของความยืดหยุ่นเลย เพราะอย่างแรก ท่านไม่จำเป็นต้องซื้อผ่านบริษัททัวร์ สามารถซื้อเองผ่านเว็บไซต์ของ JR East หรือไปซื้อในญี่ปุ่นก็ได้ เพียงแค่สำแดงตั๋วเครื่องบินไปกลับและหนังสือเดินทางให้เจ้าหน้าที่เขาดู ถ้าเงื่อนไขของการเข้าเมืองหรือวีซ่าอยู่ในสถานะนักท่องเที่ยวเป็นอันใช้ได้ ประการที่สองมีราคาวัยรุ่นอายุ 1225 ปีด้วย ในขณะที่ของอันอื่นๆ จะมีแต่ผู้ใหญ่และเด็ก นอกจากนี้ยังมีตั๋วเฉพาะแต่ละเขตแยกขายเพื่อความเหมาะสมของการเดินทางของแต่ละท่าน เช่น ถ้าเที่ยวอยู่เฉพาะโตเกียวและที่เที่ยวข้างเคียงอย่างโยโกฮามะ คามาคูระ ภูเขาไฟฟูจิ หรือเมืองนิกโกะ อันนี้ไปใช้ JR Kanto Area Pass 3 วัน 8,000 เยน จะคุ้มกว่า

แต่ถ้าท่านเลือก Golden Route หรือเส้นทางมาตรฐานทัวร์คือ โตเกียว นาโกยา นารา เกียวโต โอซากา ก็ต้องไปใช้ Japan Rail Pass มาตรฐาน เพราะ JR Central เขาไม่มี Pass ของตัวเอง ผมเข้าใจว่ามันคงไม่จำเป็น เพราะเส้นนี้ที่เขาเรียกว่า Tokaido Line นั้น มันยอดนิยมสุดๆ แล้ว จะไปออกตั๋วเฉพาะพื้นที่ให้เสียแรงงานและงบประมาณทำไม เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จาก Japan Rail Pass เต็มๆ ดีกว่า แต่ถ้าท่านจะเที่ยวแค่แถบคันไซ โอซากา นารา เกียวโต โกเบ ก็ซื้อแค่ Kansai Area Pass ก็จะคุ้มกว่า ราคาเริ่มต้นแค่ 2,000 เยน สำหรับตั๋ววันเดียว และสูงสุด 4 วัน 8,000 เยน ไปได้ไกลถึง Himeji กันเลย ประหยัดกว่าซื้อ Japan Rail Pass ตั้งเยอะ และซื้อได้ทั้งจากบริษัททัวร์ทางออนไลน์ หรือซื้อในญี่ปุ่นได้เหมือน JR East Pass ต่างกันแค่ไม่มีราคาวัยรุ่นเท่านั้นเอง

สำหรับท่านที่เน้นเที่ยวในเกาะคิวชู ก็ต้องใช้ Kyushu Rail Pass ถ้าเน้นเฉพาะเมืองฮิตๆ อย่าง ฟูกุโอกะ คุมาโมโตะ นางาซากิ และเบปปุ ก็ซื้อแบบ Northern Kyushu Area 3 วัน 7,000 เยน หรือ 5 วัน 9,000 เยน ก็พอ แต่ถ้ามีแผนจะไปอบทรายร้อนและกินหมูดำที่จังหวัดคาโกะชิมะด้วย ก็ต้องซื้อแบบ All Kyushu Area ซึ่งจะแพงขึ้นมาอีกเท่าตัว และสามารถซื้อได้ทั้งนอกและในญี่ปุ่น เหมือนกัน อ้อ! ลืมบอกไปว่าที่ซื้อในญี่ปุ่นได้นั้น ต้องซื้อในเขตนั้นๆ ด้วย เช่น จะซื้อ Kansai Area Pass ก็ซื้อได้เฉพาะในเขตคันไซ จะไปซื้อที่โตเกียวหรือฮอกไกโดไม่ได้ เพราะคนละบริษัทกัน และสุดท้ายคือ เกาะชิโกกุ ไม่มี Rail Pass เฉพาะเกาะขายครับ อาจเป็นเพราะเส้นทางรถไฟในเกาะชิโกกุนั้นไม่ครอบคลุม จึงไม่คุ้มที่ทำ Rail Pass ออกมา แต่เขาก็มีตั๋วเหมาระยะทางออกมาพอจะใช้แทนกันได้อยู่

จะเลือกใช้ Japan Rail Pass หรือ Rail Pass ของแต่ละภูมิภาค อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับแผนการเดินทางของท่าน ถ้าวางแผนดีก็ประหยัดได้เยอะ แต่ถ้าขี้เกียจวางแผนอย่างละเอียดก็เอาแบบง่ายเข้าว่า ซื้อ Japan Rail Pass ไปไหนๆ ได้หมด แค่จ่ายแพงกว่า Rail Pass อื่นๆ แค่นั้นเองครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI