
ศ.ก.มะกัน-ยุโรปทรุดหนักว่างงานวิกฤต!
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนต่างจับตามองมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการขึ้นกล่าวแถลงการณ์ประจำปีของเบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 31 ส.ค. ว่า เฟดพร้อมประกาศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้น่าเป็นห่วง ขณะที่อัตราว่างงานในประเทศยังอยู่ในระดับอันตราย
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนต่างจับตามองมากที่สุด คงหนีไม่พ้นการขึ้นกล่าวแถลงการณ์ประจำปีของเบน เบอร์แนนคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง ในวันที่ 31 ส.ค. ว่า เฟดพร้อมประกาศใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจของสหรัฐในขณะนี้น่าเป็นห่วง ขณะที่อัตราว่างงานในประเทศยังอยู่ในระดับอันตราย
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นการส่งสัญญาณสำคัญ ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะประกาศใช้นโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) รอบ 3 ในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 1213 ก.ย. อย่างแน่นอน
ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างถกเถียงกันอย่างกว้างขวางต่อแนวโน้มความเป็นไปได้ที่เฟดจะประกาศใช้มาตรการคิวอี 3 หรือไม่ โดย บิล กรอส ผู้จัดการลงทุนในตลาดพันธบัตรประจำแปซิฟิก อินเวสเมนต์ แมเนจเมนต์ มองว่า เฟดต้องออกมาตรการคิวอี 3 เนื่องจากอัตราว่างงานในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 8.3% ขณะที่ระดับเงินเฟ้อยังอยู่ในภาวะควบคุมได้ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณของความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม แจ็กสันหว่อง เจ้าหน้าที่ประจำบริษัทตลาดหลักทรัพย์แทนริชในฮ่องกง มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจไม่ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในขณะนี้ หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2 ขยายตัวเล็กน้อยอยู่ที่ 1.7% ที่สูงกว่าคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะโตเพียง 1.5% นับเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่กระเตื้องขึ้น
ขณะเดียวกัน นอกจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐแล้ว สภาวะทางเศรษฐกิจของทางฝั่งยุโรปก็ไร้เสถียรภาพไม่แพ้กัน โดยล่าสุดสำนักงานสถิติของสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า อัตราว่างงานของกลุ่ม 17 ประเทศยูโรโซนในเดือน ก.ค. ได้เพิ่มขึ้นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 18 ล้านคน ในขณะที่หลายชาติสมาชิกกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก ขณะที่ยอดว่างงานในอียูทั้งหมด 27 ประเทศนั้น อยู่ที่ 25.254 ล้านคน
สถิติดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำหลังจากองค์การแรงงานสากลระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) เพิ่งเตือนว่าจะเกิดหายนภัยของการว่างงานครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาว หากกรีซต้องออกจากกลุ่มประเทศยูโรโซน หรือหากกลุ่ม 17 ประเทศ ที่ใช้เงินสกุลยูโรร่วมกันมีอันต้องแตกลง
เอกฮาร์ด เอิร์นสท์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของไอแอลโอ กล่าวเตือนว่า ทุกๆ 1 ใน 10 คน จะประสบภาวะไม่มีงานทำภายในปี 2557 แม้แต่เยอรมนีที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 1 ในยุโรป ซึ่งมีอัตราว่างงานต่ำสุดที่ 5.5% ก็ตาม
นอกจากนี้ สเปน ซึ่งเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปีนี้กำลังประสบภาวะถดถอยที่รุนแรงต่อเนื่องแล้ว ยังมีอัตราว่างงานพุ่งสูงสุดทุบสถิติในภูมิภาคยุโรปคือ มีอัตราการว่างงานสูงสุดทุกๆ 1 ใน 4 คนทีเดียว
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความเชื่อมั่น บริษัท 7,000 แห่งในเยอรมนีเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงเร็วกว่าที่คาดไว้ อยู่ระดับต่ำที่สุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่ง ที่ระดับ 102.3 จุด จาก 103.2 จุด เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าปรับลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมที่ 102.6 จุด สะท้อนว่าเขตเศรษฐกิจอันดับ 1 ในยุโรปแห่งนี้ยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดทางเศรษฐกิจในภูมิภาคยังมีข่าวดีจากจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลยุโรปมากที่สุดชาติหนึ่ง ประกาศภายหลังหารือกับนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ว่า จีนจะเดินหน้าลงทุนในพันธบัตรของชาติยุโรปต่อไป เพื่อช่วยยุโรปรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมย้ำว่าจีนยังคงมีความเชื่อมั่นในสกุลเงินยูโร
ส่ง ‘รอมนีย์’ ชิงเก้าอี้ ปธน.สหรัฐ ลั่นทำสิ่งที่ ‘โอบามา’ ทำไม่ได้
มิตต์ รอมนีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ วัย 64 ปี ได้รับเลือกจากคณะผู้แทนเลือกตั้งพรรครีพับลิกันด้วยคะแนน 1,144 เสียง ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง รอน พอล สส.รัฐเทกซัส ซึ่งได้เพียง 190 เสียง ให้เป็นตัวแทนพรรคในการลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐในศึกเลือกตั้ง ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย.นี้ พร้อมมีมติเลือก พอล ไรอัน สส.รัฐวิสคอนซิน เป็นคู่ชิงรองประธานาธิบดีกับรอมนีย์ด้วย
ภายหลังได้รับเลือกอย่างเป็นทางการและสมาชิกคนสำคัญของพรรค รวมทั้ง แอน รอมนีย์ ภรรยา ได้ผลัดกันขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ยกย่องรอมนีย์ พร้อมกับกล่าวโจมตีประธานาธิบดี บารัก โอบามา เกี่ยวกับความล้มเหลวต่างๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา โดยระบุอย่างชัดเจนว่า เจ้าตัวจะกระทำทุกภารกิจที่โอบามาประสบความล้มเหลว
ทั้งนี้ การเลือกตั้งสหรัฐจะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย.นี้ โดยผลการสำรวจล่าสุดพบว่า โอบามายังคงมีคะแนนนำรอมนีย์อยู่ แม้ชาวอเมริกันส่วนหนึ่งจะมองว่า รอมนีย์จะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ดีกว่าโอบามา เนื่องจากมีประสบการณ์ด้านธุรกิจมากกว่าก็ตาม
ซัมซุงปรับแผนใหม่ หันพึ่ง ‘ไมโครซอฟท์’ เปิดตัว ‘วินโดวส์โฟน’
บริษัท ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทไอทียักษ์ใหญ่สัญชาติเกาหลีใต้ กลายเป็นผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกของโลกที่เปิดตัว “วินโดวส์โฟน” หรือสมาร์ตโฟนที่ใช้ซอฟต์แวร์วินโดวส์ 8.0 ของไมโครซอฟท์ นับเป็นความพยายามล่าสุดของซัมซุงในการลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส ภายหลังพ่ายแพ้คดีสิทธิบัตรกับแอปเปิลในสหรัฐ
วินโดวส์โฟนของซัมซุงรุ่นใหม่นี้มีชื่อว่า เอทีไอวี เอส มีหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว หุ้มด้วยกระจกกอริลลา กลาส ซึ่งมีคุณสมบัติบางพิเศษและมีความทนทานสูง มีกล้องหลังที่มีความละเอียด 8 เมกะพิกเซล และกล้องหน้า 1.9 เมกะพิกเซล โดยทางซัมซุงมีกำหนดวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในช่วงเดือน ต.ค.พ.ย.นี้
นอกจากนี้ ล่าสุดศาลแขวงญี่ปุ่นตัดสินว่า เทคโนโลยีซิงโครไนซ์ ซึ่งเปิดทางให้ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์และโปรแกรมมีเดีย เพลเยอร์ สามารถแชร์ข้อมูลกับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตของซัมซุงได้โดยตรงนั้น ไม่เข้าข่ายการละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิล ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้ของบริษัทอเมริกันในคดีระหว่างสองโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดในโลก และทำให้ซัมซุงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.32 หมื่นล้านบาท) ตามที่แอปเปิลยื่นฟ้อง







