
ไทยไม่พร้อมรับมือน้ำท่วม
ต่างชาติสวดแผนป้องกันล่าช้า นักลงทุนได้รับข้อมูลยังไม่พอ
ต่างชาติสวดแผนป้องกันล่าช้า นักลงทุนได้รับข้อมูลยังไม่พอ
ต่างชาติมองไทยไร้ศักยภาพรับมือน้ำท่วมใหญ่ มีโอกาสเสี่ยงซ้ำรอย 2554 เหตุรัฐบาลแก้ปัญหาล่าช้า-ระบบป้องกันยังไม่พร้อม
เว็บไซต์เอเชียเซนตินัลในฮ่องกง เปิดเผยรายงานของมูลนิธิเอเชีย เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลไทยว่ามีความล่าช้าอย่างที่สุด ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้หลายพื้นที่ในไทยต้องเผชิญกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่อีกครั้ง ซ้ำรอยเหตุน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ถ้าหากสภาพอากาศเลวร้ายขึ้นฉับพลันจนเกิดฝนตกหนักในช่วงปลายปีนี้
รายงานระบุว่า แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ที่แน่ชัดว่าจะเกิดเหตุอุทกภัยในไทย ที่จะมี ความรุนแรงเทียบเคียงกับเมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากสภาพอากาศในปีนี้อยู่ในภาวะที่ดีขึ้น โดยเฉพาะปริมาณน้ำฝนที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ
กระนั้นก็มีความเป็นไปได้สูง ถ้าหากสภาพอากาศเกิดเลวร้ายขึ้นฉับพลัน ซึ่งจะทำให้ไทยไม่อาจจะรับมือกับเหตุน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากโครงการพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมต่างๆ ของรัฐบาลยังคงล่าช้าอย่างเห็นได้ชัด
รายงานได้ยกตัวอย่างของการก่อสร้างเขื่อนป้องกันน้ำล้อมรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมสำคัญตามโครงการของรัฐบาลยังคงไม่มีความคืบหน้า แม้ว่ามีกำหนดก่อสร้างให้เสร็จทันช่วงฤดูฝนในเดือน พ.ย.ก็ตาม ส่งผลให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตและประกอบชิ้นส่วนรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างชาติ โดยเฉพาะของญี่ปุ่นและสหรัฐ ต้องดำเนินการป้องกันน้ำท่วมล่วงหน้าด้วยตัวเอง
“แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ส่งสัญญาณให้เห็นว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทวีความรุนแรงขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้านี้อย่างแน่นอน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลไทยควรวางแผนและจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างครอบคลุมมากขึ้น” รายงานออกโรงเตือน
นอกจากนี้ รัฐบาลไทยควรเรียนรู้และแบ่งปันบทเรียนที่ได้รับจากเหตุน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้วระหว่างกันในวงกว้าง เพื่อพัฒนาแผนบริหารจัดการน้ำและสิ่งแวดล้อมในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ขณะเดียวกัน รายงานของมูลนิธิเอเชียยังแสดงความกังวลว่า แผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วมของรัฐบาลไทย เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและฟื้นฟูความเสียหายทางเศรษฐกิจในหลายจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมนั้น ยังคงไร้ประสิทธิภาพ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติหลายฝ่ายยังคงวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่าให้ข้อมูลที่ไม่เพียงพอ







