posttoday
เตือน "แอปเปิล" ผู้แพ้ตัวจริงคดีสิทธิบัตร กระตุ้นซัมซุงพัฒนา เร็ว-ล้ำ แซงหน้า

เตือน "แอปเปิล" ผู้แพ้ตัวจริงคดีสิทธิบัตร กระตุ้นซัมซุงพัฒนา เร็ว-ล้ำ แซงหน้า

27 สิงหาคม 2555

นักวิเคราะห์เตือน ชัยชนะของแอปเปิลในคดีสิทธิบัตรจะฉุดบริษัทในระยะยาว เหตุกระตุ้นคู่แข่งก้าวข้ามความพ่ายแพ้ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้ล้ำแซงหน้า

นักวิเคราะห์เตือน ชัยชนะของแอปเปิลในคดีสิทธิบัตรจะฉุดบริษัทในระยะยาว เหตุกระตุ้นคู่แข่งก้าวข้ามความพ่ายแพ้ เร่งพัฒนาเทคโนโลยีให้ล้ำแซงหน้า

รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนัก ซึ่งออกโรงเตือนว่า ชัยชนะของบริษัท แอปเปิล อิงค์ ผู้ผลิตสินค้าไอทียักษ์ใหญ่ เหนือบริษัทซัมซุงในคดีละเมิดสิทธิบัตรในสหรัฐนั้น อาจส่งผลเสียต่อบริษัทในระยะยาว เนื่องจากจะยิ่งกระตุ้นให้คู่แข่งพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น โดยในทางกลับกัน ความพ่ายแพ้ของซัมซุงจะช่วยเสริมความแกร่งและช่วยดันบริษัทไอทีชื่อดังสัญชาติเกาหลีใต้ ผงาดขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ตโฟนของโลก

“ในระยะยาวนั้น ภัยคุกคามที่แท้จริงของแอปเปิลไม่ใช่การถูกลอกเลียนแบบเทคโนโลยีเพื่อสู้กับแอปเปิล แต่เป็นการที่คู่แข่งสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่แตกต่างเพื่อเปลี่ยนเกมการแข่งขัน” นักวิเคราะห์จากยูบีเอส แอนาไลซิส กล่าว

เตือน "แอปเปิล" ผู้แพ้ตัวจริงคดีสิทธิบัตร กระตุ้นซัมซุงพัฒนา เร็ว-ล้ำ แซงหน้า

 

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า ที่ผ่านมาแอปเปิลได้รับประโยชน์จากการมีภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะผู้ผลิตสินค้า “ของแท้” ขณะที่ภาพลักษณ์ของสินค้าซัมซุงคือสินค้าลอกเลียนแบบ ดังนั้นภาพลักษณ์ดังกล่าวอาจเปลี่ยนไป หากหลังจากนี้ซัมซุงหันไปพัฒนาสินค้าและเทคโนโลยีที่แตกต่างจากแอปเปิลเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์อีกหลายราย ซึ่งต่างมองว่าซัมซุงจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากผลการตัดสินของศาลสหรัฐเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา

สาเหตุหลักมาจากความสามารถของซัมซุงในการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว โดยหลายฝ่ายคาดว่าบริษัทไอทีจากแดนโสมขาวนั้นจะสามารถปล่อยสินค้าที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว

“ซัมซุงเป็นบริษัทที่แข็งแกร่ง พวกเขาจะสามารถก้าวผ่านความพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้” เจอโรม โชฟิลด์ อาจารย์ด้านเทคโนโลยีจากสถาบันวอร์เซสเตอร์โปลิเทคนิค ในสหรัฐ กล่าว

ด้าน ดีเจจุง อัยการฝ่ายคดีทรัพย์สินทางปัญญา จากบริษัทที่ปรึกษาคดีทรัพย์สินทางปัญญาเอสยู แสดงความเห็นว่า แม้ภาพลักษณ์ของซัมซุงจะได้รับความเสียหาย ทว่าผลกระทบจะจำกัดอยู่ในวงแคบ เนื่องจากสินค้ารุ่นใหม่ๆ ของบริษัทนั้น ไม่ได้มีเทคโนโลยีที่แอปเปิลกล่าวอ้างว่าลอกเลียนแบบ

นอกจากนี้ รายงานของรอยเตอร์สยังระบุอีกว่า คดีดังกล่าวยังถือเป็นการโฆษณาบริษัท ซัมซุง ทางอ้อมอีกด้วย

ในส่วนของค่าชดเชยค่าเสียหายจำนวน 1,050 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.15 หมื่นล้านบาท) ที่ทางซัมซุงต้องจ่ายให้แอปเปิลนั้น ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเพียง 1.5% ของรายได้ทั้งหมดของซัมซุงต่อปี รวมทั้งเป็นจำนวนที่ต่ำกว่าที่ทางแอปเปิลเรียกร้องในเบื้องต้นถึงเท่าตัว

“ซัมซุงสามารถขึ้นราคาสินค้าเพื่อครอบคลุมค่าปรับครั้งนี้ได้” ซอวอนซุก นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์โคเรียอินเวสเมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี กล่าว พร้อมย้ำชัดว่า ทางบริษัทได้หันมาปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิตนับตั้งแต่คดีเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีก่อน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า บรรดาบริษัทคู่แข่งอื่นๆ ที่พึ่งพาระบบแอนดรอยด์ เช่น เอชทีซี โมโตโรลา และแอลจี จะได้รับผลกระทบหนักกว่าซัมซุง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กูเกิล ซึ่งเป็นผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และพึ่งพาระบบดังกล่าวในฐานะตัวสร้างรายได้ด้านโฆษณาให้กับทางบริษัท โดย ไบรอัน มาร์แชล นักวิเคราะห์จากไอเอสไอกรุ๊ป บริษัทการลงทุนชื่อดัง ชี้ว่า ชัยชนะของแอปเปิลเสี่ยงฉุดการเติบโตของแอนดรอยด์

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา คณะลูกขุนศาลสหรัฐตัดสินว่า บริษัทซัมซุงมีความผิดฐานละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีสมาร์ตโฟนของแอปเปิลจริง ด้วยการจงใจลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์และซอฟต์แวร์ปฏิบัติงานของแอปเปิลหลายข้อ เช่น คุณสมบัติของระบบตอบโต้หน้าจอสัมผัส ที่ผู้ใช้สามารถเลื่อนและขยายภาพด้วยนิ้วมือ

ล่าสุด แอปเปิล เปิดเผยว่า เตรียมยื่นฟ้องเพื่อแบนสินค้าซัมซุงบางชนิดในสหรัฐอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน