
โวย‘สแตนด์ชาร์ต’โทษเบา
จ่ายค่าปรับ1หมื่นล.เคลียร์คดีกูรูชี้ควรถูกเพิกถอนใบอนุญาต
จ่ายค่าปรับ1หมื่นล.เคลียร์คดีกูรูชี้ควรถูกเพิกถอนใบอนุญาต
นักเคลื่อนไหวมะกันไม่พอใจ หลังสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้รับโทษเบา จ่ายค่าปรับ 1 หมื่นล้าน ไกล่เกลี่ยข้อกล่าวหาฟอกเงินให้อิหร่าน
นักวิเคราะห์และนักเคลื่อนไหวในสหรัฐ แสดงความไม่พอใจภายหลังสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของอังกฤษ บรรลุข้อตกลงไกล่เกลี่ยข้อกล่าวหาจากสถาบันการเงินแห่งรัฐนิวยอร์ก (ดีเอฟเอส) ที่ว่า ทางธนาคารลักลอบทำธุรกรรมกับอิหร่าน ด้วยการจ่ายค่าปรับจำนวน 340 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.02 หมื่นล้านบาท) ส่งผลให้รอดตัวจากการถูกยึดใบอนุญาตดำเนินกิจการในสหรัฐ
“ทางการนิวยอร์กยอมอ่อนข้อให้ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบรายอื่นๆ จะต้องไม่เดินรอยตามและทำผิดซํ้า” กลุ่มต่อต้านนิวเคลียร์อิหร่าน แถลง พร้อมย้ำว่า สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดควรได้รับโทษที่หนักกว่านี้ เช่น ถูกยึดใบอนุญาต
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของเอเอฟพี ซึ่งระบุว่า ทางธนาคารจ่ายค่าปรับน้อยมาก หรือคิดเป็นเพียง 9% ของกำไรในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ที่สูงถึง 3,950 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.18 แสนล้านบาท)
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงไกล่เกลี่ยดังกล่าว ทางสถาบันการเงินชื่อดังจะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบการฟอกเงินเข้าสังเกตการณ์การทำธุรกรรมทั้งหมดของธนาคารสาขานิวยอร์กเป็นเวลา 2 ปี รวมทั้งแต่งตั้งผู้ตรวจสอบอิสระมาดูแลงานให้เป็นไปตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยทันทีที่มีการรายงานข่าวดังกล่าว หุ้นของสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดได้ปรับตัวขึ้น 4.2% ที่ตลาดลอนดอน
อย่างไรก็ตาม สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดยังจะต้องถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐ เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงยุติธรรม ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และสำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐ (เอฟบีไอ)
“ทางธนาคารทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะหากไม่จ่ายค่าปรับ ข้อกล่าวหาดังกล่าวก็จะติดตัวพวกเขาไปอีกหลายปี ไม่ว่าจะบริสุทธิ์มากเพียงใดก็ตาม” ฮิวจ์ ยัง ประธานบริหาร บริษัทจัดการหลักทรัพย์ อเบอร์ดีน ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าว
เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางธนาคารถูกดีเอฟเอสยื่นสอบในข้อหาลักลอบทำธุรกรรมกับอิหร่าน คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ







