
พม่าเร่งปฏิรูปทวงแชมป์ส่งออกข้าว
ตั้งเป้า1.5ล.ตันปีนี้กูรูชี้อุปสรรคเพียบไม่มีทุนโรงสีไม่พอ
ตั้งเป้า1.5ล.ตันปีนี้กูรูชี้อุปสรรคเพียบไม่มีทุนโรงสีไม่พอ
นักวิเคราะห์ชี้พม่าเดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมข้าว หวังทวงแชมป์ส่งออกข้าวรายใหญ่สุดของโลก
รอยเตอร์สเปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์หลายสำนัก ซึ่งระบุว่า พม่าเตรียมปฏิรูปอุตสาหกรรมข้าวครั้งใหญ่ เพื่อหวังทวงตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลกกลับคืนมาอีกครั้งหลังอุตสาหกรรมดังกล่าว ซึ่งถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศตกอยู่ภายใต้การบริหารอันย่ำแย่ของรัฐบาลทหารมานานเกือบครึ่งศตวรรษ
รัฐบาลพม่ากำลังดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวภายในประเทศ อาทิ การพัฒนาและสร้างโรงสีเพิ่มเพื่อรองรับการผลิตให้ได้มากถึง 200 ตันต่อวัน ตลอดจนการเปิดรับการลงทุนจากบริษัทเพาะเมล็ดพันธุ์ข้าวต่างชาติ เพื่อให้ชาวนาสามารถเข้าถึงแหล่งเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงได้
“เราจะสามารถเพิ่มผลผลิตได้มากถึง 2 ล้านตันในช่วง 1 หรือ 2 ปี ข้างหน้านี้” ทินตั๊ตอู ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเกษตรของพม่า กล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพม่ายังได้สนับสนุนให้มีการตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรในประเทศมากขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมการใช้ปุ๋ยในการปลูกข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตไปพร้อมๆ กัน
รัฐบาลพม่าตั้งเป้าส่งออกข้าวในปีนี้ 1.5 ล้านตัน หรือมากกว่าปีก่อนถึงสองเท่า ในปีหน้า 2 ล้านตัน และ 3 ล้านตัน ภายในปี 2558 โดยตั้งเป้าส่งออกข้าวไปยังแอฟริกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์เลสเต เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญออกโรงเตือนว่า การหวนคืนสู่ตำแหน่งผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของพม่านั้นอาจใช้เวลานาน เนื่องจากรัฐบาลกรุงเนย์ปิดอว์เสี่ยงเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย
สำหรับปัญหาหลักคือ การปฏิรูประบบสินเชื่อเกษตรกร ซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรหลายแห่งขึ้น ทว่าธนาคารดังกล่าวล้วนแต่เป็นธนาคารพาณิชย์ ซึ่งต่างจากระบบสินเชื่อชาวนาในอินโดนีเซีย ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรเป็นธนาคารของรัฐ ทั้งนี้อินโดนีเซียถือเป็นประเทศต้นแบบด้านการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองที่พม่าศึกษาอย่างใกล้ชิด
“ปัญหาก็คือ ธนาคารเอกชนอาจลังเลที่จะปล่อยกู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ยากจน” เดวิด ดาไพซ์ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว พร้อมย้ำข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงเกษตรของสหรัฐ ซึ่งระบุว่า ในปีงบประมาณ 2554 ธนาคารเพื่อการเกษตรในพม่าปล่อยกู้ให้ชาวนาเพียง 25 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 750 ล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน ซึ่งเคยสูงถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3,000 ล้านบาท)
นอกจากนี้ พม่ายังประสบปัญหาเรื่องโรงสี ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนไม่มาก ประกอบกับเป็นโรงสีขนาดเล็กที่ไม่ทันสมัยมากพอที่จะรองรับการผลิตขนาดใหญ่ รวมทั้งส่งผลต่อคุณภาพของข้าวอีกด้วย
พม่าซึ่งปัจจุบันกำลังปฏิรูปประเทศครั้งสำคัญ เคยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 ที่เคยส่งออกมากถึง 2 ล้านตันต่อปี







