
ศก.สเปนวิกฤตหนักต่างชาติขนทุนหนีรัฐบาลท้องถิ่นถังแตก
เศรษฐกิจสเปนอาการหนัก เงินทุนไหลออกเฉียด 6 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนวิตกวิกฤตหนี้ ด้านรัฐบาลท้องถิ่นหนี้ท่วม งดจ่ายสวัสดิการชั่วคราว
เศรษฐกิจสเปนอาการหนัก เงินทุนไหลออกเฉียด 6 แสนล้านบาท เหตุนักลงทุนวิตกวิกฤตหนี้ ด้านรัฐบาลท้องถิ่นหนี้ท่วม งดจ่ายสวัสดิการชั่วคราว
รัฐบาลกลางสเปน เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ว่าปริมาณเงินทุนไหลออกในช่วง 5 เดือนแรกของปีเพิ่มสูงขึ้นกว่า 1.63 แสนล้านยูโร (ราว 6.19 ล้านล้านบาท) หลังนักลงทุนต่างชาติแห่เทขายหุ้นและพันธบัตรรัฐบาลอย่างหนัก ประกอบกับการที่ภาคธนาคารสเปนและประชาชนแห่ฝากเงินในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ส่งสัญญาณให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มขาดความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในการแก้ไขวิกฤตของรัฐบาลสเปน และวิตกกังวลว่าสเปนอาจต้องขอรับเงินช่วยเหลือเต็มจำนวนเป็นรายต่อไป
ในเดือน พ.ค. เพียงเดือนเดียวมีเงินทุนไหลออกจากประเทศสูงถึง 4.13 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.56 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เพียง 9,500 ล้านยูโร (ราว 3.61 แสนล้านบาท) หลังได้รับปัจจัยลบจากการที่ธนาคารแบงเกีย ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสเปน ประกาศขอเงินช่วยเหลือสูงถึง 1.9 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.41 แสนล้านบาท) ในเดือนเดียวกัน ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้รัฐบาลกลางสเปนจำเป็นต้องขอเงินช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นเงินสูงถึง 1 แสนล้านยูโร (ราว 3.9 ล้านล้านบาท) ในเวลาต่อมา
ไม่เพียงแต่กระแสเงินทุนไหลออกจากสเปนอย่างหนักแล้ว ขณะเดียวกันรัฐบาลท้องถิ่นแคว้นคาตาโลเนียของสเปน ซึ่งเป็นแคว้นที่มีหนี้สินสูงที่สุดในประเทศ ประกาศยุติการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมทั้งหมดประจำเดือน ก.ค.อีกด้วย หลังต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนัก จากผลพวงวิกฤตหนี้สาธารณะในภูมิภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นสัญญาณร้ายล่าสุดที่นักลงทุนทั่วโลกต่างจับมองอย่างใกล้ชิด
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุจำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่แน่ชัด แต่ทางด้านหนังสือพิมพ์เอล ปาอีส สเปน เปิดเผยว่า ภาระสวัสดิการสังคมที่ทางรัฐบาลแคว้นคาตาโลเนียจำเป็นต้องจ่ายอาจสูงถึง 400 ล้านยูโร (ราว 1.56 หมื่นล้านบาท) ทีเดียว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าว จุดกระแสความไม่พอใจต่อองค์การสวัสดิการสังคมต่างๆ ภายในแคว้นอย่างยิ่ง เนื่องจากต่างวิตกกังวลว่า อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งต้องพึ่งพาสวัสดิการสังคมเป็นวงกว้าง โดยเบื้องต้นคาดว่าจะส่งผลให้คนงานราว 1 แสนคน ไม่ได้รับเงินเดือนในเดือน ก.ค.นี้
“การงดจ่ายเงินสวัสดิการของทางการในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กร ซึ่งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งค่าสาธารณูปโภคและค่าจ้างพนักงานอย่างมหาศาล” โซเนีย มาร์ติเนซ ประธานสภาองค์กรการศึกษาและดูแลเด็กในแคว้นคาตาโลเนีย ซึ่งมีเด็กอยู่ในความรับผิดชอบมากกว่า 2,000 คน กล่าว พร้อมระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางองค์กรก็ไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลคาตาโลเนียไปแล้วอย่างน้อย 5 ล้านยูโร (ราว 190 ล้านบาท)
ทั้งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นคาตาโลเนีย ซึ่งเป็นรัฐบาลท้องถิ่นที่มีหนี้สินสูงที่สุดในประเทศ ได้พยายามตัดลดการขาดดุลด้านงบประมาณของแคว้นอย่างหนัก ด้วยการประกาศตัดลดค่าจ้างแรงงานภาครัฐ ประกอบกับระงับการลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นการชั่วคราว โดยก่อนหน้านี้แคว้นคาตาโลเนียกำลังพิจารณายื่นขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางมูลค่าสูงถึง 1.8 หมื่นล้านยูโร (ราว 7.02 แสนล้านบาท) เพื่อช่วยผ่อนภาระหนี้สินอีกด้วย
กระนั้น แคว้นคาตาโลเนียไม่ใช่เพียงแคว้นเดียวที่กำลังแบกรับภาระหนี้สินอย่างหนัก เนื่องจากในปัจจุบันยังมีรัฐบาลท้องถิ่นอีก 6 แห่ง จากทั้งหมด 17 แห่ง เตรียมขอความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลเช่นกัน ซึ่งทำให้นักลงทุนมีความวิตกมากขึ้น เนื่องจากกังวลว่าอาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้รัฐบาลกลางจำเป็นต้องขอเงินช่วยเหลือเต็มจำนวนจากนานาชาติ ตามรอยกรีซในอนาคตอันใกล้
ในปัจจุบันรัฐบาลกลางสเปนจะพยายามสั่งการให้รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่ง เร่งดำเนินการตัดลดยอดขาดดุลงบประมาณของเมืองในปีนี้ให้ได้ 1.5% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และ 0.7% ภายในปี 2556 ประกอบกับตั้งเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาลในภูมิภาคให้อยู่ที่ 15.1% ในปี 2555 และ 16% ในปี 2556 แต่ทว่ามาตรการดังกล่าวต้องเจอกับเสียงต่อต้านจากรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่ง โดยเฉพาะรัฐบาลท้องถิ่นจากแคว้นคาตาโลเนีย แอสตูเรียส และหมู่เกาะคานารี ซึ่งโหวตคัดค้านมาตรการดังกล่าว เนื่องจากมองว่ารัฐบาลกลางเข้มงวดกับการตัดลดยอดขาดดุลมากเกินไป
ขณะที่รัฐบาลหมู่เกาะคานารี ยืนยันว่า สถานะการเงินของเมืองอยู่ในภาวะปกติ ซึ่งมาตรการรัดเข็มขัดดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองชะงักลงอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยยอดค้าปลีกของสเปนปรากฏว่า ได้ปรับตัวลดลงติดต่อกัน 2 ปีแล้ว โดยยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย. หดตัว 5.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากลดลง 4.9% ในเดือน พ.ค.
“ตัวเลขทางเศรษฐกิจดังกล่าว เป็นหลักฐานชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจสเปนอยู่ในภาวะถดถอยต่อเนื่อง และการหดตัวของยอดค้าปลีก อาจส่งผลให้ยอดจีดีพีของสเปนหดตัวราว 2%” นักเศรษฐศาสตร์ประจำบริษัทหลักทรัพย์ เอ็มแอนด์จี ประจำกรุงมาดริด กล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้านสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสเปนไว้อยู่ที่ BBB+ เช่นดิม หรือเหนือระดับ “จังก์” เพียงขั้นเดียว โดยให้เหตุผลว่า สเปนยังคงเดินหน้าปฏิรูปทางการคลังเพื่อต่อสู้วิกฤตหนี้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงแนวโน้ม “เชิงลบ” ต่อไป
ด้านความเคลื่อนไหววิกฤตหนี้ยุโรปทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยรอยเตอร์สรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (พีเอ็มไอ) เดือน ก.ค. ของยูโรโซน ซึ่งถือเป็นมาตรวัดภาคการผลิตที่สำคัญนั้นอยู่ที่ระดับ 44 จุด ลดลงจากเดือนก่อน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 45.1 จุด นับเป็นการหดตัวเป็นเดือนที่ 11 ติดต่อกัน และถือเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2552
นักวิเคราะห์ต่างรู้สึกผิดหวังกับตัวเลขของเยอรมนีมากที่สุด เนื่องจากดิ่งลงอยู่ที่ระดับ 43 จุด จากระดับ 45 จุด ในเดือนก่อน เช่นเดียวกับตัวเลขของฝรั่งเศส ซึ่งลดลงอยู่ที่ 43.4 จุด ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 38 เดือน







