
กบฏซีเรียรุกคืบยึดชายแดน
กบฏซีเรียเดินหน้ารุกยึดพื้นที่ชายแดนเพิ่ม ส่งสัญญาณแสดงความแข็งแกร่ง
กบฏซีเรียเดินหน้ารุกยึดพื้นที่ชายแดนเพิ่ม ส่งสัญญาณแสดงความแข็งแกร่ง
จนกองทัพรัฐบาลต้องล่าถอย ด้านเวทีนานาชาติเสียงแตก จีนรัสเซีย ใช้สิทธิวีโตค้านแผนคว่ำบาตรรัฐบาลซีเรีย
รอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรียสามารถยึดครองพื้นที่จุดผ่านแดนตามแนวชายแดนในหลายพื้นที่ของประเทศได้แล้ว รวมถึงด้านที่ติดกับอิรัก เลบานอน และตุรกี ถือเป็นการรุกคืบครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นความสามารถในการประสานงานและประสิทธิภาพของกลุ่มกบฏที่มีมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แก่กองทัพรัฐบาลมาตลอด 16 เดือน
ทั้งนี้ ปฏิบัติการรุกคืบดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่กลุ่มกบฏสามารถลงมือสังหารรัฐมนตรีกลาโหม พี่เขยของ บาชาร์ อัลอัสซัด ประธานาธิบดีซีเรีย เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้
รายงานระบุอีกว่า กลุ่มกบฏยังได้เริ่มรุกคืบเข้าโจมตีและเผาทำลายกองกำลังทหารรัฐบาล ตลอดจนสถานที่ราชการในบางพื้นที่ของกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย รวมถึงอาคารกองบังคับการตำรวจ ขณะที่ในเขตบาร์เซ ทางตอนเหนือของกรุงดามัสกัส มีรายงานเพิ่มเติมว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การยึดครองของกลุ่มกบฏเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ พยานส่วนหนึ่งระบุว่า เริ่มพบสัญญาณการล่าถอยของกองกำลังรัฐบาลที่มีจำนวนลดน้อยลงอีกด้วย
“ทหารซีเรียได้ล่าถอยออกจากเมืองเทล และดูเมีย ทางตอนเหนือของกรุงดามัสกัสแล้ว หลังจากที่ถูกโจมตีอย่างหนัก” ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าว
ด้านความเคลื่อนไหวต่อการแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งซีเรียบนเวทีนานาชาติ ล่าสุดต้องเผชิญกับปัญหาอีกครั้ง เมื่อประเทศจีนและรัสเซียใช้สิทธิยับยั้ง (วีโต) เป็นครั้งที่ 3 คัดค้านการออกมติคว่ำรัฐบาลซีเรียผ่านมาตรการทางการทูตและเศรษฐกิจ ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐเสนอมา ทำให้ร่างมติดังกล่าวต้องตกไป
ทั้งนี้ แม้จีนและรัสเซียจะไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลคัดค้านมติอย่างเป็นทางการ แต่สำนักข่าวซินหัว สื่อกระบอกเสียงหลักของทางการจีน ได้ออกรายงานข่าววิจารณ์ข้อเสนอของชาติตะวันตกว่า ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ถูกต้อง เนื่องจากมุ่งกดดันฝ่ายรัฐบาลซีเรียข้างเดียว ขณะที่ฝ่ายต่อต้านกลับไม่ถูกกดดันเท่าที่ควร
ซูซาน ไรซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้แสดงความผิดหวังต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นบนเวทียูเอ็น และตำหนิการใช้สิทธิวีโตของจีนและรัสเซีย พร้อมกล่าวว่าสหรัฐจะหาหนทางอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาแทน
ขณะที่ทางด้านรัฐสภาสหรัฐได้ลงมติเสียงข้างมากให้ยุติการทำสัญญาการค้าอาวุธสงครามระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐกับบริษัทค้าอาวุธสัญชาติรัสเซียรายใหญ่ เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการที่รัสเซียออกเสียงคัดค้านในเวทียูเอ็นเอสซี และประท้วงการกระทำของรัสเซียที่สหรัฐเชื่อว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการให้การช่วยเหลือทางอาวุธแก่รัฐบาลซีเรีย
ทั้งนี้ เหตุการณ์นองเลือดครั้งล่าสุด ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 300 คน ขณะที่ประชาชนของประเทศหลายพันคน ต่างแห่เก็บทรัพย์สินมีค่าและเดินทางอพยพลี้ภัยไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เลบานอน อย่างต่อเนื่อง







