
แฉHSBCเอี่ยวฟอกเงิน
ลูกค้าพัวพันค้ายาก่อการร้ายละเลยการสอบธุรกรรมผิดกม.
ลูกค้าพัวพันค้ายาก่อการร้ายละเลยการสอบธุรกรรมผิดกม.
วุฒิสภาสหรัฐเปิดโปงเอชเอสบีซี ปล่อยลูกค้าฟอกเงิน เอี่ยวแก๊งค้ายาก่อการร้าย
คณะกรรมการสอบสวนของวุฒิสภาสหรัฐ เปิดเผยผลการสอบธนาคารเอชเอสบีซี โฮลดิงส์ ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่สุดของยุโรป พบว่าทางธนาคารล้มเหลวที่จะป้องกันการฟอกเงินของลูกค้าที่พัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด และองค์กรก่อการร้ายทั่วโลก รวมทั้งฝ่าฝืนคำสั่งของสหรัฐด้วยการเปิดทางให้เอกชนอิหร่านทำธุรกรรม นับเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่ล่าสุดที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาว
“เอชเอสบีซีละเลยการประเมินธุรกรรมที่น่าสงสัยกว่า 1,000 รายการ และไม่มีการยับยั้งธุรกรรมที่ผิดกฎหมายในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา” รายงานความยาว 335 หน้าของวุฒิสภาสหรัฐ ระบุ โดยถูกเปิดเผยก่อนที่จะมีการไต่สวนเอชเอสบีซี
ทั้งนี้ รายงานได้ระบุถึงเอชเอสบีซี สาขาเม็กซิโก โดยเผยว่า ลูกค้าที่มีชื่อเสียงหลายรายของธนาคารมีส่วนพัวพันกับการค้ายาเสพติด
นอกจากนี้ มีการกล่าวหาว่าธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติอังกฤษได้ทำงานร่วมกับธนาคารอัล ราช ของซาอุดีอาระเบีย อย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ากังวลมากเนื่องจากทางผู้บริหารของธนาคารดังกล่าวเคยมีเอี่ยวกับขบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะห์ รวมทั้งยังมีการอนุญาตให้อิหร่านทำธุรกรรมกว่า 2.5 หมื่นรายการ ระหว่างปี 2544-2550 แม้สหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินกับอิหร่านก็ตาม
“เอชเอสบีซีเข้ามาเปิดสาขาในสหรัฐเพื่อเป็นประตูสู่ระบบการเงินของประเทศ ทว่าที่ผ่านมาก็ได้ปล่อยให้ธนาคารในเครือทั่วโลกละเมิดประตูดังกล่าว” คาร์ล เลวิน ประธานคณะกรรมการสอบสวน แสดงความเห็นว่า พร้อมย้ำชัดว่า ความล้มเหลวของธนาคารต่อความรับผิดชอบและหน้าที่ถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก
ด้านโฆษกเอชเอสบีซี ได้ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยยอมรับว่า แม้ในอดีตทางธนาคารเคยล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และความคาดหวังของลูกค้า ทว่ากำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ เอชเอสบีซีไม่ใช่ธนาคารขนาดใหญ่รายแรก ที่ถูกทางการสหรัฐสอบในคดีฟอกเงิน โดยเมื่อเดือนก่อนธนาคารไอเอ็นจีของเนเธอร์แลนด์ยอมจ่ายค่าปรับ 619 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.8 หมื่นล้านบาท) เพื่อรอมชอมคดี หลังถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตรคิวบาและอิหร่านของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ถือเป็นธนาคารขนาดใหญ่รายที่ 3 ที่ตกเป็นข่าวอื้อฉาวในรอบไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลังก่อนหน้านี้ ธนาคารเจ.พี. มอร์แกน ของสหรัฐ ประกาศขาดทุนมหาศาลจากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงจากตราสารอนุพันธ์ รวมทั้งธนาคารบาร์เคลย์สของอังกฤษที่ถูกเปิดโปงว่าปั่นดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร (ลิบอร์)







