
อาเซียนดันการค้าโสมพุ่งกระฉูด
เกินดุลสูงสุดทุบสถิติ21เดือน ชดเชยตลาดยุโรป-มะกันซบ
เกินดุลสูงสุดทุบสถิติ21เดือน ชดเชยตลาดยุโรป-มะกันซบ
เกาหลีใต้เกินดุลการค้าสูงสุดในรอบ 21 เดือน เหตุส่งออกยังอาเซียนตะวันออกกลางพุ่งชดเชยรายได้จากยุโรป
กระทรวงเศรษฐกิจฐานความรู้ของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า เกาหลีใต้มียอดเกินดุลการค้ามูลค่า 4.74 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.422 ล้านล้านบาท) ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าสูงสุดในรอบ 21 เดือน หลังการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น สามารถช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากการส่งออกไปยังสหรัฐและยุโรปที่ซบเซาลงท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าทั้งสองภูมิภาค
รายงานระบุว่า ยอดส่งออกในเดือน มิ.ย. พุ่งขึ้น 1.3% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หลังก่อนหน้านี้หดตัวมา 3 เดือนติด ขณะที่ยอดนำเข้านั้นลดลง 5.4% อยู่ที่ 4.24 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.272 ล้านล้านบาท) ส่งผลให้โสมขาวซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของเอเชีย มียอดเกินดุลการค้า 4,960 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.48 แสนล้านบาท) สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553
สาเหตุสำคัญมาจากยอดการส่งออกรถยนต์ เครื่องจักร และอุปกรณ์ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความต้องการสินค้าเกาหลีใต้จากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในแถบอเมริกาใต้และเอเชียที่สูงขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากการส่งออกไปยังยุโรปที่ดิ่งลงถึง 16.6% ท่ามกลางภาวะวิกฤตหนี้สินในกลุ่มยูโรโซน ขณะที่เศรษฐกิจที่ชะลอตัวในสหรัฐก็ได้ส่งผลให้ยอดส่งออกหดตัว 3.5%
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังมีรายได้จากการส่งออกไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางที่ขยายตัวถึง 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนขณะที่ยอดการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียนก็เพิ่มสูงขึ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน
ทว่าทางกระทรวงได้ปรับลดคาดการณ์ยอดส่งออกในปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 7.5% ลดลงเหลือเพียง 3.5% โดยอ้างปัจจัยด้านวิกฤตหนี้ของยุโรปและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
“การส่งออกจะยังคงเติบโตอย่างช้าๆ เนื่องจากความต้องการสินค้าจากตลาดยุโรปซบเซาลง” นักเศรษฐศาสตร์จากบาร์เคลย์ส แคปปิตอล ในสิงคโปร์ กล่าว
ทั้งนี้ แม้เกาหลีใต้จะสามารถรับมือกับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยุโรปได้ดี ทว่าในส่วนของเวียดนามนั้น ล่าสุดธนาคารกลางประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งถือเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 5 ในปีนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความต้องการสินค้าจากฝั่งยุโรปที่ซบเซาลง
ธนาคารกลางเตรียมลดอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ปล่อยกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์เหลือ 10% จากเดิม 11% ขณะที่ดอกเบี้ยมาตรฐานจะปรับลดลงเหลือ 8% จากเดิม 9% ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ข้ามคืนนั้นจะปรับลดลงเหลือ 11% จาก 12%
เมื่อปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเวียดนามชะลอตัวลงจากการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อสู้กับเงินเฟ้อ ประกอบกับความต้องการสินค้าเวียดนามจากยุโรปซบเซาลง







