
น้ำมันพุ่ง9%แรงสุด3ปี
ทองขึ้น50เหรียญทะลุ1,600เชื่อแผนแก้ปัญหายุโรปฉลุย
ทองขึ้น50เหรียญทะลุ1,600เชื่อแผนแก้ปัญหายุโรปฉลุย
สินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกทำราคาพุ่งพรวดถ้วนหน้า สะท้อนความเชื่อมั่นของตลาดต่อแผนแก้วิกฤตการณ์หนี้ยุโรป
ผลการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรป ระหว่างวันที่ 28-29 มิ.ย. ที่ผ่านมาซึ่งตกลงให้มีการเพิ่มทุนช่วยเหลือภาคธนาคารได้โดยตรงนั้น ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ดีดตัวขึ้นทันที 9% หรือ 7.27 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 84.96 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นรอบวันที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือปรับตัวขึ้น 6.44 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ 97.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
“เป็นเพราะการประชุมอียูซัมมิตครั้งนี้ ได้รับการคาดหวังที่ต่ำตั้งแต่แรกเริ่ม ผู้คนไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นพัฒนาการในทางบวก แต่แล้วก็มีการผ่านเงินช่วยเหลือ 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐออกมา” จัสติน ฮาร์เปอร์ นักยุทธศาสตร์การตลาดของบริษัท ไอจี มาร์เก็ตส์ ในสิงคโปร์ กล่าวกับเอเอฟพี
ทางด้านราคาทองคำในตลาดโคเมกซ์สหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ส.ค. ก็ดีดตัวพุ่งขึ้นถึง 53.80 เหรียญสหรัฐ หรือปรับตัวขึ้นในรอบ 1 วัน แรงสุดนับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.ปีที่แล้ว จนสามารถทะลุระดับ 1,600 เหรียญสหรัฐ ไปปิดที่ 1,604.20 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งสวนทางกับเงินเหรียญสหรัฐ ที่อ่อนค่าลงทันที 1.8% เมื่อเทียบกับเงินยูโร
ทางด้านตลาดหุ้นสหรัฐก็ขานรับมาตรการของยุโรปทันทีกว่า 2% ดัชนีแนสแดกบวกได้ 3% หรือ 85.56 จุด ปิดที่ 2,935.05 จุด ขณะที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 2.2% หรือ 277.83 จุด ไปปิดที่ระดับ 12,880.09 จุด และดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับบวก 2.9% หรือ 33.12 จุด ไปปิดที่ระดับ 1,362.16 จุด
ก่อนหน้านี้ ตลาดทุนทั่วโลกต่างกังวลว่าการประชุมอียูซัมมิตระหว่างวันที่ 28–29 มิ.ย. อาจต้องจบลงอย่างล้มเหลว เพราะไม่สามารถหาทางออกที่เป็นรูปธรรมร่วมกันได้ หลังจากที่การประชุมตลอด 18 ครั้งในรอบ 2 ปีมานี้ ยังไม่สามารถหาทางออกให้วิกฤตการณ์หนี้ที่ยืดเยื้อได้
อย่างไรก็ตาม หลังการหารืออย่างเข้มข้นตลอด 13 ชั่วโมง ในที่สุด ที่ประชุมก็สามารถบรรลุข้อตกลงให้ใช้กองทุนของกลุ่มยูโรโซน โดยเฉพาะกองทุนกลไกเพื่อเสถียรภาพทางการเงินแห่งยุโรป (อีเอสเอ็ม) วงเงิน 5 แสนล้านยูโร เข้าอัดฉีดเพิ่มทุนให้กับธนาคารพาณิชย์ในยุโรปที่เกิดปัญหาทางการเงินได้โดยตรงทันที โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ฝ่ายสเปนและอิตาลีเรียกร้องมาโดยตลอด
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.2 แสนล้านยูโร เพื่อกระตุ้นการจ้างงานและกระตุ้นโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในยุโรปอีกด้วย รวมไปถึงการออกแผนระยะสั้นและแผนระยะยะต่างๆ
ด้านรัฐสภาเยอรมนีนั้น ได้มีมติอย่างท่วมท้นสนับสนุนการผ่านกองทุนอีเอสเอ็มและการรวมกลุ่มทางการคลังยุโรป เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะภายในภูมิภาค และเป็นการยืนยันถึงคำมั่นของนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เกิล ว่า เยอรมนียังคงยึดมั่นกับการใช้เงินสกุลเดียวของกลุ่มยูโรโซน







