posttoday
ยุโรปผ่าทางตันแก้วิกฤติหนี้งัดแผนกระตุ้น ศก.-อัดฉีดแบงก์

ยุโรปผ่าทางตันแก้วิกฤติหนี้งัดแผนกระตุ้น ศก.-อัดฉีดแบงก์

01 กรกฎาคม 2555

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวคราวของประเทศยุโรป ซึ่งล่าสุดนั้นเพิ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้เป็นผลสำเร็จระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อวันที่ 2829 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินมาตรการหลักๆ 3 มาตรการ เพื่อกู้วิกฤตหนี้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้นข่าวคราวของประเทศยุโรป ซึ่งล่าสุดนั้นเพิ่งบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้เป็นผลสำเร็จระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปเมื่อวันที่ 2829 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมติเห็นชอบให้มีการดำเนินมาตรการหลักๆ 3 มาตรการ เพื่อกู้วิกฤตหนี้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

มาตรการแรก คือ การนำเงินจากกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนถาวรที่จะมาแทนที่กองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (อีเอฟเอสเอฟ) ในเดือน ก.ค.นี้ มูลค่า 5 แสนล้านยูโร ไปช่วยปรับโครงสร้างหนี้ภาคธนาคารที่ประสบปัญหาโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านรัฐบาลของประเทศนั้นๆ ซึ่งจะทำให้รัฐบาลไม่จำเป็นต้องขอรับเงินกู้ช่วยเหลือที่จะเป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะให้สูงยิ่งขึ้น

มาตรการที่สอง คือ อัดฉีดเงินมูลค่า 1.2 แสนล้านยูโร (ราว 4.8 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยจะมีการนำไปใช้เพิ่มทุนในธนาคารเพื่อการลงทุนยุโรปอีก 1 หมื่นล้านยูโร ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของธนาคารในการปล่อยกู้ได้มากถึง 6 หมื่นล้านยูโร (ราว 2.4 ล้านล้านบาท) ซึ่งจะเปิดทางให้ชาติสมาชิกที่กำลังประสบปัญหาการเงินสามารถกู้ยืมเพื่อนำไปใช้กระตุ้นเศรษฐกิจได้

นอกจากนี้ จะมีการนำเงินอีกราว 5.5 หมื่นล้านยูโร จากกองทุนปรับโครงสร้างยุโรปที่ไม่ได้ใช้ มาช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่กำลังประสบปัญหาและนำมาใช้แก้ปัญหาว่างงานในกลุ่มแรงงานหนุ่มสาว

มาตรการที่สาม คือ ก่อนผ่อนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยให้ชาติสมาชิกอย่างสเปนและอิตาลี ซึ่งกำลังเผชิญกับต้นทุนกู้ยืมที่พุ่งสูงแม้จะเดินหน้ารัดเข็มขัดและปฏิรูปเศรษฐกิจแล้วก็ตาม สามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องแลกกับการรัดเข็มขัดเพิ่ม เพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ตลาดเงิน ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม จะมีการบังคับใช้มาตรการทั้งหมด ภายหลังจากที่มีการจัดตั้งหน่วยงานควบคุมดูแลภาคธนาคารของภูมิภาคขึ้นแล้วเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นปีนี้

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวถือเป็นการผ่าทางตันในการแก้วิกฤตครั้งสำคัญ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนท่าทีของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ซึ่งก่อนหน้านี้ต่อต้านแผนการอัดฉีดเงินกู้ช่วยเหลือภาคธนาคารโดยตรง

 

กระนั้นก็ตาม แมร์เกิล ย้ำชัดว่า มาตรการช่วยเหลือดังกล่าวจะเกิดขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับการดำเนินการปฏิรูปทางการเงินของชาติสมาชิกอย่างต่อเนื่องเท่านั้น

ยุโรปผ่าทางตันแก้วิกฤติหนี้งัดแผนกระตุ้น ศก.-อัดฉีดแบงก์

 

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้เห็นพ้องในแผนกลยุทธ์กู้วิกฤตหนี้ระยะยาว ซึ่งหมายรวมถึงการจัดตั้งสหภาพการธนาคารและการคลังขึ้น ซึ่งจะทำหน้าที่หน่วยงานส่วนกลางที่รับผิดชอบการแก้ไขปัญหาภาคธนาคารในยุโรปและรับประกันเงินฝากทั่วยุโรป เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่น

rแบงก์ชาติพม่าเล็งเป็นอิสระ ซูจีเสร็จสิ้นภารกิจเยือนยุโรป

หม่องหม่องวิน รองผู้ว่าการธนาคารกลางพม่า เปิดเผยว่า เตรียมดำเนินการทำให้ธนาคารเป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐบาลและสามารถกำหนดนโยบายทางการเงินได้เอง ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าสำคัญในการปฏิรูปทางการเงินของรัฐบาลพม่า เพื่อนำประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพในหลายด้าน ก่อนการแยกตัวเป็นอิสระ เช่น การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและความรู้ความสามารถของพนักงาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติ โดยเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางพม่าได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับธนาคารแห่งประเทศไทยในความร่วมมือความช่วยเหลือทางเทคนิคแล้ว

ด้าน อองซานซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญในพม่า เสร็จสิ้นการเยือนยุโรปอย่างเป็นทางการแล้ว โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เข้าพบประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ระหว่างเยือนเมืองน้ำหอม โดยออลลองด์ให้คำมั่นว่าฝรั่งเศสจะทำทุกอย่างร่วมกับสหภาพยุโรปเพื่อสนับสนุนกระบวนการถ่ายโอนอำนาจสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ในพม่า

ล่าสุด รัฐบาลพม่าออกโรงเตือน ซูจี ให้หยุดเรียกชื่อประเทศในภาษาอังกฤษว่า “เบอร์มา” และควรจะเรียกตามชื่อที่เปลี่ยนใหม่ “เมียนมาร์” หรือชื่อเต็มอย่างเป็นทางการ “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์” ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศ

rไฟป่าโคโลราโดลามหนัก ดับแล้ว 2 บ้านวอด 346 หลัง

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมืองโคโลราโดสปริงส์ รัฐโคโลราโด ของสหรัฐ เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบ้านเรือนประชาชนมากถึง 346 หลังถูกไฟไหม้ หลังเกิดเหตุไฟป่าครั้งรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์ของรัฐโคโลราโด

รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงควบคุมเพลิงได้บางส่วน ทว่า ต้องเผชิญอุปสรรคจากกระแสลมแรงและอุณหภูมิที่สูง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าไฟป่าครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือจากการลอบวางเพลิง ซึ่งก่อนหน้านี้มีการลอบวางเพลิงหลายครั้งในพื้นที่ใกล้เคียง

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน