
พิษศก.โลกฉุดบริกเสื่อมมนต์
บริกเริ่มสิ้นมนต์ขลัง เหตุสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันทำค่าเงินอ่อนยวบ-ส่งออกน้อยลง
บริกเริ่มสิ้นมนต์ขลัง เหตุสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันทำค่าเงินอ่อนยวบ-ส่งออกน้อยลง
บลูมเบิร์กรายงานว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ขนาดใหญ่ 4 ชาติ อย่าง จีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล หรือบริก ซึ่งเติบโตอย่างร้อนแรงตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กำลังหมดความน่าสนใจในสายตานักลงทุนต่างชาติ เหตุสภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันทำให้สกุลเงินกลุ่มบริกอ่อนค่าลงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2539 โดยค่าเงิน เรียล บราซิล รูเบิล รัสเซีย และรูปี อินเดีย อ่อนค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาค่าเงินของประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน ขณะที่ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2537
บลูมเบิร์กยังระบุอีกว่า นักลงทุนจำนวนมากกำลังขนย้ายเงินลงทุนออกจากตลาดบริก หลังจากในช่วงที่ผ่านมาต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ เช่น อัตราการผิดนัดชำระของลูกหนี้ในบราซิลเพิ่มสูงมากที่สุดตั้งแต่ปี 2552 ราคาน้ำมันส่งออกรัสเซียร่วงต่ำสุดในรอบ 18 เดือน การขาดดุลงบประมาณอินเดียขยายตัวเพิ่มขึ้น และราคาอสังหาริมทรัพย์จีนลดลง จนทำให้นักลงทุนเกรงว่าปัญหาเหล่านี้จะยิ่งเลวร้ายมากขึ้น หากการขยายตัวเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว
ด้าน สตีเฟน เจน ผู้จัดการกองทุนการเงินเอสแอลเจแม็คโครพาสเนอร์แอลแอลพี อดีตนักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ให้ความเห็นว่า เมื่อเศรษฐกิจโลกและการเคลื่อนย้ายเงินทุนเกิดการชะลอตัว จะส่งผลให้ปัญหาที่ซุกไว้เป็นจำนวนมากในประเทศนั้นๆ แสดงตัวออกมา และกลายเป็นว่าสภาพการณ์ที่เห็นในตลาดเงินแลกเปลี่ยนจึงดูย่ำแย่ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ขณะที่รอยเตอร์สรายงานว่า ผลพวงจากหนี้สาธารณะที่ทำให้เศรษฐกิจยุโรปวิกฤตกับภาวะซบเซาทางเศรษฐกิจในสหรัฐ ได้ทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของ 4 ยักษ์ใหญ่ในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ต้องพบกับภาวะชะลอตัวลงหนักขึ้นไปอีก เพราะแม้ขณะนี้ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่จะมีอัตราการบริโภคจากตลาดภายในเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังคงพึ่งพาอาศัยการส่งออกเป็นหลัก ขณะที่ผลจากราคาโภคภัณฑ์ที่ลดลงยังกระทบต่อการขยายตัวให้เพิ่มขึ้นมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะรัสเซียที่ต้องพึ่งพาการส่งออกน้ำมันต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่ร่วงลงถึง 30%
รอยเตอร์สยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ด้วยผลพวงจากการใช้นโยบายทางการเงินที่เข้มงวดในปีที่ผ่านมาของจีน บราซิล และอินเดีย เพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อด้วยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ก็เริ่มส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจบ้างแล้ว
นอกจากนี้ ความผันผวนในตลาดการเงินก็ส่งผลให้นักลงทุนไม่กล้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง และในขณะเดียวกันธนาคารรายใหญ่ในยุโรปก็ถอนทุนออกจากตลาดในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพื่อนำไปเพิ่มทุนและปรับโครงสร้างเพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ยุโรปที่กำลังถาโถมอยู่ในขณะนี้
ปัจจุบันธนาคารเพื่อการลงทุนหลายแห่งเริ่มลดการคาดการณ์การเติบโตของตลาดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ลง โดยธนาคารบาร์เคลย์สปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้ลง 0.2% มาอยู่ที่ 5.6% และอีก 0.1% สำหรับปี 2556 เหลือที่ 6.2% ด้านเครดิตสวิส ปรับลดจีดีพีกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ลง 0.4% ทั้งในส่วนของปีนี้และปีหน้าลงมาอยู่ที่ 5.1% และ 5.6% ตามลำดับ







