posttoday
โลกลุ้นศึกชี้ชะตา'กรีซ' เตือนวิกฤตนี้เทียบ'เลห์แมน บราเธอร์ส'

โลกลุ้นศึกชี้ชะตา'กรีซ' เตือนวิกฤตนี้เทียบ'เลห์แมน บราเธอร์ส'

18 มิถุนายน 2555

โลกลุ้นผลการเลือกตั้งกรีซ ชี้ชะตาอนาคตของประเทศและยูโรโซน คาดไม่มีพรรคใดชนะขาด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

โลกลุ้นผลการเลือกตั้งกรีซ ชี้ชะตาอนาคตของประเทศและยูโรโซน คาดไม่มีพรรคใดชนะขาด ด้านประธานเวิลด์แบงก์เตือนประเทศกำลังพัฒนาเตรียมตัวรับมือให้ดี คาดการล่มสลายของยูโรโซนจุดวิกฤตรุนแรงเหมือนครั้งเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลาย

ทั่วโลกลุ้นผลการเลือกตั้งทั่วไปรอบสองของกรีซ ซึ่งถือเป็นศึกเลือกตั้งชี้ชะตาอนาคตของประเทศในกลุ่มยูโรโซน รวมทั้งอนาคตของเงินยูโรที่อาจถึงคราวล่มสลาย หากกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายของกรีซ ซึ่งประกาศฉีกสัญญาเงินกู้ที่กรุงเอเธนส์ทำกับยุโรป เป็นฝ่ายคว้าชัย ท่ามกลางเสียงเตือนจากประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ว่า การล่มสลายของยูโรโซนเสี่ยงจุดประกายวิกฤตเศรษฐกิจโลกระลอกใหม่ ซึ่งมีระดับความรุนแรงไม่แพ้เมื่อครั้งเลห์แมน บราเธอร์ส อดีตสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐล้มละลายเมื่อปี 2551

เอเอฟพี รายงานว่า ชาวกรีกผู้มีสิทธิเลือกตั้งราว 9.8 ล้านคนทั่วประเทศ ได้ออกไปใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ โดยในเบื้องต้นนั้น การคาดเดาผู้ชนะยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะแม้ชาวกรีกส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศอยู่ในยูโรโซนต่อไป ทว่าก็ไม่ต้องการให้รัฐบาลผลักดันนโยบายรัดเข็มขัดเพิ่มเติม เช่น การปลดข้าราชการ และการตัดลดสวัสดิการ ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนอย่างมาก

“ผมเลือกพรรคฝ่ายขวาที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัด เพราะกรีซไม่สามารถแก้วิกฤตได้ หากไร้ความช่วยเหลือจากยุโรป” สตราทอส อีโคโนมู เจ้าของร้านเบเกอรีแห่งหนึ่งในกรีซ กล่าว

ขณะที่ โทเนีย คาเทรินี สถาปนิกชาวกรีก วัย 54 ปี เปิดเผยว่า ได้ลงคะแนนให้กับพรรคไซริซา ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้าย เพราะมองว่ากรีซต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลังรัฐบาลที่ผ่านมาล้มเหลวในการแก้ปัญหาของประเทศ

โลกลุ้นศึกชี้ชะตา'กรีซ' เตือนวิกฤตนี้เทียบ'เลห์แมน บราเธอร์ส'

 

ทั้งนี้ ผลการสำรวจความเห็นชาวกรีกล่าสุด ซึ่งจัดทำขึ้นสองสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้ง ระบุว่า จะไม่มีพรรคใดชนะขาดและได้เสียงข้างมากพอที่จะตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นคาดว่าในสัปดาห์ข้างหน้านี้ กรีซเสี่ยงเผชิญกับปัญหาทางตันทางการเมืองอีกครั้งดังเช่นที่เกิดขึ้นหลังศึกเลือกตั้งรอบแรกเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ หลายฝ่ายยังกังวลว่า ชัยชนะของพรรคไซริซาอาจสั่นคลอนสถานะของกรุงเอเธนส์ในยูโรโซน พร้อมจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจฉุดประเทศอื่นๆ ซึ่งกำลังประสบปัญหาหนี้เช่นกัน อย่าง สเปน ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพิ่งถูก มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส สถาบันจัดอันดับชื่อดัง ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง รวมทั้งอิตาลี ให้เดินตามรอยกรีซ ซึ่งในที่สุดก็อาจหมายถึงจุดจบของยูโรโซน

“เรากำลังเผชิญความเสี่ยงของการแตกสลายของยูโรโซน โดยที่กรีซคือชนวนของความเสี่ยงครั้งนี้” นิโคลัส สไปร์โร จากบริษัทที่ปรึกษาด้านการเงินในกรุงลอนดอน กล่าว

ก่อนหน้าที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีขึ้น ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของยุโรปได้ออกมาเรียกร้องให้ชาวกรีกคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก หลายฝ่ายมองว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณทางอ้อมเพื่อเรียกร้องไม่ให้ชาวกรีกเลือกพรรคฝ่ายซ้าย

ฌอง คลอดด์ จุงเกอร์ ประธานกลุ่มรัฐมนตรีคลังยูโรโซน เตือนชาวกรีกไม่ให้หันหลังให้กับยูโรโซน พร้อมย้ำชัดว่าชาวกรีกจะต้องตระหนักให้ดีว่าการออกจากยูโรโซนจะสร้างความเสียหายมากน้อยเพียงใด

ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ซึ่งแสดงความคาดหวังว่า ชาวกรีกจะเลือกรัฐบาลที่ปฏิบัติตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเจ้าหนี้ พร้อมยืนกรานว่าจะไม่มีการเปิดเจรจาเงื่อนไขของแผนช่วยเหลือกรีซครั้งใหม่อย่างแน่นอน สวนทางกับข้อเสนอของ แองเจิล เกอร์เรีย เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ซึ่งล่าสุดได้เสนอให้ยุโรปเปิดเจรจาเงื่อนไขแผนช่วยเหลือกรีซใหม่

“หากสิ่งนี้จะช่วยให้กรีซได้อยู่ในยูโรโซนต่อไป ยุโรปก็ควรให้โอกาสกรีซ” เกอร์เรีย กล่าว

วันเดียวกัน โรเบิร์ต โซลลิค ประธานเวิลด์แบงก์ ออกโรงเตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับวิกฤตเหมือนครั้งที่เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลายเมื่อปี 2551 จนจุดชนวนวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก

“หากไม่มีการจัดการที่ดี วิกฤตครั้งนี้ก็จะทวีความรุนแรงเหมือนเมื่อครั้งเลห์แมน บราเธอร์ส ล้ม” โซลลิค กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ดิ ออบเซอร์เวอร์ ของอังกฤษ โดยเจ้าตัวยังได้เตือนให้ประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีความเปราะบางสูง เตรียมตัวรับมือกับความไม่แน่นอนและความผันผวนในตลาดให้ดี

“ทางที่ดี ประเทศกำลังพัฒนาควรหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ระยะสั้น และควรหันมาลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” โซลลิค ระบุ พร้อมย้ำว่า ความไม่แน่นอนในตลาดการเงินปัจจุบันกำลังส่งผลให้ประเทศกำลังพัฒนาเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ประธานเวิลด์แบงก์ยังได้ตำหนิวิธีการแก้ปัญหาของบรรดาผู้นำยุโรปในช่วงเวลาที่ผ่านมาว่าล่าช้าและลงมือแก้ปัญหาน้อยเกินไป ยกตัวอย่างเช่น พอเกิดปัญหาก็จะมีการอัดฉีดเงินอย่างเดียว ซึ่งวิธีดังกล่าวก็เป็นเพียงแค่การซื้อเวลาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์เปิดเผยรายงาน ระบุว่า การออกจากกลุ่มยูโรโซนของกรีซอาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเหมือนเมื่อครั้งเลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลาย เนื่องจากนักลงทุนมีเวลาเตรียมตัวนานหลายปี ซึ่งต่างกับเมื่อครั้งวิกฤตปี 2551 ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

“แม้ในที่สุดกรีซจะต้องออกจากยูโรโซน แต่การออกครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างเร่งรีบและกะทันหันอย่างแน่นอน โดยจะต้องเป็นการออกอย่างมีระเบียบ” รายงานระบุ

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ประเด็นเรื่องวิกฤตยุโรปจะกลายเป็นประเด็นหารือหลักของที่ประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) ระหว่างวันที่ 1819 มิ.ย. ที่ประเทศเม็กซิโก โดยนักวิเคราะห์กำลังจับตามองการประชุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดหวังว่าที่ประชุมจะสามารถบรรลุข้อสรุปสำคัญเพื่อแก้วิกฤตยุโรป

ทว่าด้านผู้นำเยอรมนีก็ย้ำชัดว่า ทุกฝ่ายไม่ควรคาดหวังว่าที่ประชุม จี20 จะแก้วิกฤตยุโรปได้

“อย่าคาดหวังว่าเยอรมนีและที่ประชุม จี20 จะสามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้เพียงจากการประชุมครั้งนี้เพียงครั้งเดียว” แมร์เกิล กล่าว พร้อมย้ำว่า ขีดความสามารถในการแก้ปัญหาของเยอรมนีก็มีขีดจำกัดเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI