posttoday
ชี้ชาติกำลังพัฒนารับมือวิกฤต

ชี้ชาติกำลังพัฒนารับมือวิกฤต

14 มิถุนายน 2555

แนะปรับนโยบายการเงินให้ยืดหยุ่น คาดเศรษฐกิจโลกในปีนี้โตแค่2.5%

แนะปรับนโยบายการเงินให้ยืดหยุ่น คาดเศรษฐกิจโลกในปีนี้โตแค่2.5%

เวิลด์แบงก์เตือนชาติกำลังพัฒนาเร่งปรับนโยบายการเงินให้ยืดหยุ่นพร้อมเปลี่ยนแปลงเสมอ หลังแนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้โตลดลง จากผลพวงวิกฤตยุโรป

ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ออกโรงเตือนกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก ให้เร่งเตรียมพร้อมรับมือความผันผวนระยะยาวในตลาดทุนโลกจากปัญหาหนี้ยุโรป ด้วยการลดหนี้ระยะสั้น ลดงบประมาณขาดดุล และดำเนินนโยบายการเงินที่เป็นกลางให้มากขึ้น เพื่อให้มีความยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์โลกหากมีความจำเป็น

รายงานระบุว่า กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาควรเปลี่ยนจากการหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ารายวัน และหันไปมุ่งเน้นที่การปฏิรูปและการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจให้รับมือกับผลกระทบระยะยาวจากวิกฤตหนี้ยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พร้อมกันนี้ เวิลด์แบงก์ได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาว่าอาจขยายตัวช้าลง อยู่ที่ 5.3% ในปีนี้ จาก 6.1% เมื่อปีที่แล้ว แต่เชื่อว่าเศรษฐกิจของชาติกำลังพัฒนาจะกลับมาขยายตัวแข็งแกร่งอีกครั้งที่ 5.9% ในปี 2557 และพุ่งแตะ 6% ในปี 2558 พร้อมคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกในปีนี้ไว้เท่าเดิมจากการคาดการณ์เมื่อเดือน ม.ค. ที่ 2.5%

ทั้งนี้ รายงานของเวิลด์แบงก์สอดคล้องกับรายงาน ฟิทช์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชื่อดัง ที่เตือนว่า วิกฤตหนี้ยุโรปที่รุนแรงขึ้นอาจกระทบต่ออันดับเครดิตของประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย เช่น ศรีลังกา อินเดีย และอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศเหล่านี้ต้องพึ่งพาการระดมทุนจากภายนอก โดยเฉพาะจากยุโรปเป็นหลัก โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอกอย่างน้อย 30% ของปริมาณกองทุนมั่งคั่งของประเทศทั้งหมด

ขณะเดียวกัน อดีตรองที่ปรึกษาศูนย์วิจัยด้านนโยบายของรัฐบาลจีนกล่าวเตือนว่า เศรษฐกิจจีนอาจขยายตัวช้าลงต่ำกว่าระดับ 7% ในไตรมาส 2 ของปีนี้ หากตัวเลขกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย. ขยายตัวในระดับอ่อนแอ บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสองของโลกกำลังเผชิญภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน

ทว่าศูนย์วิจัยพิวในสหรัฐเผยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า ประชาชนกว่า 41% ใน 21 ชาติทั่วโลก โดยเฉพาะในยุโรป เชื่อว่าจีนได้ขึ้นแท่นเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกไปแล้ว เฉือนเอาชนะสหรัฐ ซึ่งอยู่ที่ 40% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่เชื่อว่ามหาอำนาจทางเศรษฐกิจโลกในวันนี้คือจีนไม่ใช่สหรัฐ

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เทมาเซก โฮลดิ้ง กองทุนเพื่อการลงทุนของสิงคโปร์ มองว่า วิกฤตยุโรปถือเป็นวิกฤตที่สร้างโอกาสให้กับบริษัทสิงคโปร์ให้สามารถลงทุนได้เพิ่มขึ้น โดยเทมาเซกเตรียมแผนให้เงินทุนแก่บริษัทยุโรปเพื่อขยายการลงทุนในตลาดที่กำลังเติบโตเช่นในเอเชียและละตินอเมริกาสูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสิงคโปร์ทีเดียว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI