posttoday
ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 1

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 1

10 มิถุนายน 2555

พาท่านผู้อ่านย้อนอดีตไปร่วม 3 เดือน ขอพักรบไว้ที่ โอดะโนบุนากะก่อนที่จะเบื่อ

พาท่านผู้อ่านย้อนอดีตไปร่วม 3 เดือน ขอพักรบไว้ที่ โอดะโนบุนากะก่อนที่จะเบื่อ

เพราะสังเกตจากเวลาที่ผมนำทัวร์ พอเข้าเรื่องประวัติศาสตร์ทีไรลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหลับคอพับคออ่อนทุกที ต่อให้เล่าสนุกชวนติดตามแค่ไหน แต่ด้วยประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นกับไทยเรานั้นไม่ค่อยมีอะไรจะข้องเกี่ยวกัน พระนามของจักรพรรดิ ชื่อของโชกุน ขุนพล และขุนศึกทั้งหลายไม่ได้คุ้นหูคนไทย ชื่อสถานที่และสนามรบก็มีทั้งที่เหมือนและไม่เหมือนกับสถานที่ในปัจจุบัน (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่เหมือน) ก็เลยเป็นเหตุให้ฟังไปไม่รู้เรื่องไป ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เลยหลับโดยเฉพาะตั้งแต่กลางรถบัสไปจนถึงท้ายรถ ส่วนคนที่นั่งหน้าๆ ก็พยายามฟังเพื่อไม่ให้พวกผมเสียกำลังใจ แต่จนแล้วจนรอดหลับเกือบหมดคัน บางที่ผมกับไกด์ก็นัดกันว่าเมื่อไหร่ที่อยากให้ลูกค้าได้พักผ่อน ก็จะเริ่มเล่าประวัติศาสตร์ ถือเป็นกุศโลบายประการหนึ่งที่เพื่อนๆ ร่วมอาชีพก็คงเคยใช้วิธีเดียวกันกับผมมาบ้าง

สัปดาห์นี้และต่อไปอีกหลายสัปดาห์ผมจะมาว่าด้วยเรื่องการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองกันครับ เหตุที่อยากจะเขียนเรื่องเหล่านี้ก็เพราะปัจจุบันนี้มีคนไทยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันมากขึ้น และในสัดส่วนของการไปเที่ยวนั้น เป็นการไปเที่ยวเองเสีย 40% และนับวันสัดส่วนของการไปเที่ยวเองยิ่งมากขึ้นจนทำให้เกิดการคาดหมายจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่นว่า ในเร็ววันนี้ สัดส่วนของคนไปเที่ยวเองจะเท่ากันกับคนไปเป็นหมู่คณะหรือไปกับกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งตรงกับการคาดหมายส่วนตัวของผม (ที่ผมได้แอบไปโม้ไว้กับการท่องเที่ยวของแต่ละจังหวัด) ว่าอนาคตคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเองมากกว่าไปกับกรุ๊ปแน่นอน ก็เริ่มมีสัญญาณชัดเจนขึ้นมาแล้วจากนโยบาย การออกวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้ง (Muliple Visa) ของสถานทูตญี่ปุ่นที่เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวชาวไทยขอวีซ่าแบบนี้ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลายท่านอาจทักท้วงว่าเคยได้รับวีซ่าแบบเข้าออกได้หลายครั้งมาแล้ว ซึ่งก็ถูก แต่วีซ่าเหล่านั้นเป็นวีซ่าแบบธุรกิจไม่ใช่ท่องเที่ยว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกสำหรับวีซ่าประเภทท่องเที่ยวจริงๆ ครับ และด้วยเหตุนี้แหละครับที่จะทำให้คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นกันเองมากขึ้น เพราะถ้ามีวีซ่าติดเล่มตลอดเวลา เมื่อไหร่นึกอยากไปก็ไปได้เลย เหมือนยุคนึงสมัยนึงที่เราอยากกินข้าวมันไก่หรือบะกุ๊ดเต๋ก็บินไปกินที่สิงคโปร์ อยากกินขนมจีบซาลาเปา บะหมี่เกี๊ยว เป็ดย่างหมูแดงอร่อยๆ ก็บินไปกินที่ฮ่องกง ยุคจากนี้ใครนึกอยากกินราเมนรสต้นตำรับ ซูชิปั้นสดๆ ใหม่ๆ ก็บินไปกินที่ญี่ปุ่นกันได้ง่ายๆ

ท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง 1

นอกจากเรื่องวีซ่าแล้ว องค์ประกอบสำคัญตัวอื่นๆ ก็ดาหน้ากันออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเองกันแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน โรงแรมที่พัก และที่สำคัญคือระบบสำรองห้องพักหรือธุรกิจท่องเที่ยวดอตคอม อย่าง agoda หรือ expedia ที่ลงมาจับตลาดนี้และได้ลูกค้าเนื้อๆ ไปเต็มๆ เป็นคู่แข่งที่น่าสะพรึงกลัวของบริษัททัวร์เป็นยิ่งนัก สายการบินเองก็ไม่น้อยหน้า เริ่มลงมาเล่นกับนักท่องเที่ยวโดยตรงแล้ว เพราะไม่อยากเสียตลาดให้กับสายการบินต้นทุนต่ำที่นับวันจะเติบโตเกินหน้าเกินตาสายการบินมาตรฐาน (และต้นทุนสูง) ปัจจัยเหล่านี้ทำให้องค์ประกอบของการเดินทางมันหาได้ง่าย ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาเปิดปิด นักท่องเที่ยวที่มีความชำนาญหรือมีเพดานบินสูงๆ ก็ไม่รีรอที่จะใช้บริการเหล่านี้ แต่นักท่องเที่ยวมือใหม่ที่ไม่เคยเที่ยวเองแต่ก็ไม่อยากไปกับกรุ๊ปทัวร์นี่สิครับที่ต้องการความมั่นใจ วิธีการหาความมั่นใจที่นิยมที่สุดในยุคดิจิตอลก็คือ ไปอ่านรีวิวตามเว็บฮิตๆ อย่าง Pantip หรือ Sanook แต่ก็มีไม่น้อยที่ยังชอบค้นคว้าจากหนังสือตำรา ใครที่ไปเดินร้านหนังสือบ่อยๆ โดยเฉพาะโซนคู่มือท่องเที่ยว นับเล่มกันเลยครับ ผมว่าญี่ปุ่นมีเยอะสุด ทั้งเรื่องเที่ยวทั่วไป เที่ยวเจอะลึก เที่ยวเรื่อยเปื่อย ไปจนเที่ยวมั่วๆ มีให้เลือกได้ตามใจคนอ่าน ถ้าการอ่านเยอะๆ จะทำให้ท่านมั่นใจมากขึ้นก็อ่านเถอะครับ ตอนผมไปเที่ยวเองครั้งแรกเมื่อ 25 ปีที่แล้ว มันอัตคัดขัดสนกว่านี้มาก อย่าว่าอินเทอร์เน็ตเลยครับ หนังสือหรือพ็อกเกตบุ๊กญี่ปุ่นนี่หาแทบไม่ได้ แหล่งเดียวที่พึ่งพึงได้ก็คือ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ในยุคนั้นสมัยนั้น ไม่มีคู่มือท่องเที่ยวของประเทศไหนจะดีไปกว่าของ อสท.ญี่ปุ่น แม้กระทั่งปัจจุบัน เอกสารส่งเสริมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นก็ยังครองความสมบูรณ์อยู่ในอันดับต้นๆ ไม่ได้ด้อยกว่าคนอื่นนะครับ แค่มีคนอื่นทำได้ดีเทียบเท่าญี่ปุ่น แต่ถ้าวัดจากความหลากหลายแล้วละก็ ของญี่ปุ่นกินขาดเลยครับ จะเอาอะไรเขามีให้หมด เครื่องมือหากินอย่างแผนที่นี่มีครบทุกจังหวัด แผ่นพับรายละเอียดที่เที่ยวมีครบทุกจังหวัด ผมจึงอยากแนะนำให้ท่านที่อยากเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นและกำลังวางแผนว่าจะไปเที่ยวเอง ลองแวะไปเก็บเอกสารที่ อสท.ญี่ปุ่นมานั่งอ่าน นั่งศึกษาก่อนเป็นลำดับแรก อย่าเพิ่งไปเสียเงินซื้อหนังสือเลยครับ เพราะหนังสือหลายเล่มที่ผมเคยผ่านตามา ก็นำข้อมูลจากเอกสารของ อสท.ญี่ปุ่นมาใส่ไว้ในหนังสือของตน แทนที่เราเสียเงิน 200 บาทเพื่อแลกกับความรู้ที่หาไม่ได้ กลับกลายเป็นความรู้ที่เป็นสาธารณะเสีย 150 บาท อีก 50 บาท เป็นค่าจัดพิมพ์และค่าการตลาดไป อย่างนี้เสียดายแทนครับ

นอกจากเอกสารมาตรฐานแล้ว ที่ อสท.ญี่ปุ่น ยังมีเอกสารอีก 2 เล่มที่น่าสนใจมากสำหรับท่านที่จะเดินทางเอง เล่มแรกเป็นคู่มือท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ที่รวบรวมข้อมูลที่สำคัญสำหรับการวางแผนเที่ยวเองไว้ครบถ้วน กับอีกเล่มคือ คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นดังใจที่ต้องการ เล่มนี้จะเป็นการแนะนำเส้นทางยอดนิยมของเมืองใหญ่ๆ เช่น โตเกียว โอซากา นาโงย่า ฯ คู่มือ 2 เล่ม บวกกับแผนที่ญี่ปุ่น แผนที่เมืองที่ท่านจะไป เอกสารประกอบการท่องเที่ยวของจังหวัดนั้นๆ เพียงเท่านี้ท่านก็สามารถวางแผนการเที่ยวด้วยตัวท่านเองได้แล้ว ไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ลองดูนะครับ ใครว่าของฟรีแล้วดีไม่มีในโลก ผมขอเถียงสุดใจเลยว่า มีและดีด้วย ที่องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นนี่แหละครับ มีเพียบเลย


 

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน