
เยอรมนีร่างแผนกระตุ้นอียู
เสนอทางเลือกปลายเดือนนี้จี7ถกด่วนแก้หนี้ภาคแบงก์
เสนอทางเลือกปลายเดือนนี้จี7ถกด่วนแก้หนี้ภาคแบงก์
เยอรมนีร่างแผนสำรองกระตุ้นเศรษฐกิจยุโรปแล้ว หลังถูกกลุ่ม จี20 กดดัน ด้าน จี7 หารือฉุกเฉินแก้วิกฤตหนี้
รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนีเผยว่า รัฐบาลได้ร่างแผนกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคแล้ว ซึ่งคาดว่าจะยื่นต่อประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อพิจารณาในการประชุมปลายเดือนนี้ โดยเนื้อหาสาระของแผนดังกล่าว ประกอบด้วย คำแนะนำให้สมาชิกดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และให้แต่ละประเทศเสนอความเห็นในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ
ก่อนหน้านี้ วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่จากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ (จี20) เผยว่า กลุ่มจี20 ประกาศกดดันเยอรมนี และประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อื่นๆ ให้เพิ่มการใช้จ่ายในประเทศเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจและวิกฤตหนี้ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
“ประเทศที่มีสถานะทางการเงินที่มั่นคงจะได้รับการสนับสนุนให้กระตุ้นการใช้จ่าย โดยเฉพาะเยอรมนีและแคนาดา ซึ่งมีศักยภาพด้านการเงินมากที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว” เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่เปิดเผยนามกล่าว
ทั้งนี้ เยอรมนีซึ่งเป็นสมาชิกที่แข็งแกร่งที่สุดของยูโรโซนกำลังถูกกดดันมากขึ้นจากทั้งภายในและนอกยุโรป ให้หันมามุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อนมาตรการรัดเข็มขัด เพื่อช่วยป้องกันการแตกแยกของกลุ่มยูโรโซน และวิกฤตทางการเงินทั่วโลก
ด้าน ลอร์เดส อรันดา เจ้าหน้าที่อีกรายจากกลุ่มจี20 เผยอีกว่า รัฐมนตรีคลังของสมาชิก จี20 เตรียมอัดฉีดเงินให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อช่วยกู้วิกฤตหนี้ยุโรป โดยจะเปิดเผยระหว่างการประชุมสุดยอดกลุ่มจี20 ที่เม็กซิโก ระหว่างวันที่ 18-19 มิ.ย.
อรันดา ระบุว่า ปัจจุบันรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ จี20 อยู่ระหว่างการหารือว่า แต่ละประเทศจะอัดฉีดเงินเท่าใด โดยย้ำว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดเกิดใหม่จะให้เงินช่วยเหลือมากกว่าในอดีต
วันเดียวกัน รัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศผู้นำอุตสาหกรรม (จี7) ประกอบด้วย สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลี ได้หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับวิกฤตหนี้ และภาคธนาคารยุโรปที่อ่อนแอ ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าวิกฤตจะลุกลามสู่ชาติยุโรปอื่นๆ
ล่าสุด มีรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ภาคบริการของยูโรโซนเดือน พ.ค. ทำสถิติหดตัวมากที่สุดในรอบ 3 ปี อยู่ที่ 46.0 จุด จาก 46.7 จุด ในเดือน เม.ย.







