
ศก.โลกทรุดหนัก เจอปัจจัยลบอื้อ ฉุดหุ้น-น้ำมัน-ทองคำ-เงินมะกัน-ยูโรดิ่ง
กลายเป็นสัปดาห์ส่งท้ายเดือน พ.ค. ที่เล่นงานนักลงทุนและนักธุรกิจทั่วโลกจนหวาดผวาไปตามๆ กัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
กลายเป็นสัปดาห์ส่งท้ายเดือน พ.ค. ที่เล่นงานนักลงทุนและนักธุรกิจทั่วโลกจนหวาดผวาไปตามๆ กัน เมื่อสารพัดปัจจัยลบจากฝั่งยุโรปดาหน้าเข้ามาเต็มที่ ก่อนตบท้ายด้วยปัจจัยลบจากฝั่งสหรัฐ จนส่งผลให้ตลาดทุนโลกแปรสภาพเป็นพฤษภาทมิฬ ปรับตัวดิ่งลงอย่างเร็วและอย่างแรงกันทั่วหน้า
ปัจจัยลบแรกสุด ยังคงมาจากภูมิภาคยุโรป โดยคราวนี้เป็นคิวของประเทศสเปนที่เริ่มส่อแวววิกฤตหนัก เมื่อ มาริอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน ออกมาก้มหน้ายอมรับว่า สถานการณ์ของประเทศในขณะนี้กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดมทุนอย่างหนัก หลังจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนความเสี่ยงพันธบัตรพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 6.79% เมื่อวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย. จุดกระแสความกังวลครั้งใหม่ว่า สเปนอาจต้องขอรับเงินช่วยเหลือจากนานาชาติเป็นรายต่อไปตามรอยกรีซ
ทั้งนี้ ภาวะการเงินสเปนกำลังเข้าขั้นวิกฤต เห็นได้จากก่อนหน้านี้แบงเกียซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 4 ขอเงินช่วยจากรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดถึง 1.9 หมื่นล้านยูโร (ราว 8 แสนล้านบาท) หลังต้องแบกรับหนี้เสียจากวิกฤตการเงินเมื่อปี 2551 ส่งผลให้หุ้นของธนาคารดิ่งทุบสถิติต่ำที่สุด
ขณะที่ยอดค้าปลีกสเปนเดือน เม.ย. ดิ่งหนักเป็นประวัติการณ์ที่ 9.8% จากเดือน มี.ค. ที่หดตัวเพียง 3.8% ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจสเปนกำลังหดตัวอย่างหนัก โดยธนาคารกลางสเปนคาดว่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ปีนี้จะถดถอยต่อเนื่อง เนื่องจากผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงอย่างหนัก
ส่วนปัจจัยลบที่สอง มาจากยักษ์ใหญ่แห่งตะวันออกอย่างจีน ที่ออกมาส่งสัญญาณไม่ขอทุ่มการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 เหมือนในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากเศรษฐกิจของจีนในขณะนี้ไม่มีวงเงินเพียงพอ ขณะเดียวกันก็หวาดวิตกกับปัญหาเงินเฟ้อและปริมาณหนี้
คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (เอ็นดีอาร์ซี) และเหล่านักวิชาการ ได้แสดงความเห็นผ่านสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ระบุว่า การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่เหมือนในช่วงหลังวิกฤตการณ์ภาคการเงินสหรัฐ เมื่อปี 2551 อาจเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนออกมาดับฝันทั่วทั้งโลก ที่ต้องการจะได้ประโยชน์ร่วมไปด้วยจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนอีกครั้ง ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของเอพีที่ระบุว่า จีนกำลังพิจารณาการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่อย่างระมัดระวัง เนื่องจากแผนการกระตุ้นครั้งใหญ่หลังวิกฤตการณ์ทางการเงินสหรัฐในปี 2551 ได้ส่งผลให้จีนต้องเผชิญปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรงและมีหนี้พอกพูนขึ้นมาก
ขณะเดียวกันตัวเลขภาคการผลิตจีนหดตัวรุนแรงได้รับผลกระทบจากยุโรปและสหรัฐอย่างรุนแรง โดยดัชนีภาคการผลิตลดลงไปอยู่ที่ 50.4 จุด ในเดือน พ.ค. จากเดิมที่ 53.3 จุด ในเดือน เม.ย. ถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือนทีเดียว
ปัจจัยลบประการสุดท้าย ที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกแปรปรวนก็คือตัวเลขการจ้างงานประจำเดือน เม.ย. ของสหรัฐที่มีตำแหน่งงานเพิ่มขึ้นเพียง 6.9 หมื่นตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งนับได้ว่าต่ำสุดในรอบปี แถมยังทำให้อัตราการว่างงานของสหรัฐในเดือนเดียวกันเพิ่มขึ้นจาก 8.1% เป็น 8.2%
สัญญาณดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐยังไม่อาจเรียกได้ว่าอยู่ในขั้นฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่ และมีสิทธิเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอีกระลอก
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณร้ายรุนแรง โดยตลาดหลักทรัพย์ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและน้ำมัน ค่าเงินยูโร และค่าเงินเหรียญสหรัฐ ปรับตัวร่วงลงอย่างหนักทำสถิติในย้ำแย่ที่สุดในรอบหลายเดือน
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดเดือน พ.ค. ดัชนีเอสแอนด์พี –500 ของตลาดหุ้นวอลสตรีตปรับลดลงไปรวมถึง 7% ขณะที่ดัชนีแนสแดกก็ปรับตัวลงไปรวมแล้วถึง 6% นับเป็นเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 2 ปีที่แล้ว ส่วนดัชนีรวมตลาดหุ้นรวมทั่วโลกนั้นก็ปรับลดลงรวมไปแล้วถึง 10%
ส่วนค่าเงินยูโรก็ต้องพบกับวิกฤตอย่างหนักจากสถานการณ์ที่ยังคงเสี่ยงหนักในวิกฤตหนี้ โดยเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงไปอยู่ที่ 1 ยูโร ต่อ 1.2358 เหรียญสหรัฐ เป็นราคาที่อ่อนที่สุดในรอบ 23 เดือน ส่วนค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1 เหรียญสหรัฐต่อ 78.09 เยน ซึ่งนับว่าอ่อนสุดในรอบ 11 เดือน
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ตลาดลอนดอนก็ร่วงลงหลุดระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลแล้วไปอยู่ที่ 99.60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้งเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ร่วงลงไปทั้งสิ้นกว่า 15% ถือเป็นเดือนที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2551
ด้านราคาน้ำมันดิบเบาที่ตลาดนิวยอร์ก ล่าสุดก็ปรับลดลงอีกไปอยู่ที่ 84.78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เป็นราคาต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. 2554
ทางราคาทองคำในการซื้อขายที่ตลาดโคเม็กซ์อยู่ที่ 1,563 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ โดยรวมทั้งเดือน พ.ค. ลดลงไปแล้ว 6% ถือเป็นเดือน พ.ค. ที่แย่ที่สุดในรอบ 30 ปี และราคาทองแดงในตลาดโลกก็แย่ที่สุดในรอบ 5 เดือนลงไปอยู่ที่ 7,438 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ทั่วอังกฤษชื่นมื่นฉลองครบรอบ 60 ปีควีนครองราชย์
นับเป็นอีกหนึ่งงานยิ่งใหญ่แห่งปี และเป็นอีกหนึ่งหน้าบันทึกประวัติศาสตร์โลกสำหรับพระราชพิธีพัชราภิเษก หรือพระราชพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยพระราชพิธีตลอดทั้ง 4 วัน ระหว่างวันที่ 2–5 มิ.ย.นี้ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษประกาศให้เป็นวันหยุดราชการนั้น จะมีพระราชพิธีและการแสดงต่างๆ อย่างคับคั่ง ซึ่งรวมถึงการจัดขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค 1,000 ลำ การประกอบพิธีทางศาสนาที่มหาวิหารเซนต์พอล และการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินทั่วทั้งเกาะอังกฤษ โดยสื่อหลายสำนักต่างคาดการณ์ว่าจะมีประชาชนนับล้านแห่เข้าร่วมพิธีที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้







