
อีซีบีหยอดน้ำเลี้ยงกรีซ
ธนาคารกลางบางแห่งแอบให้ ซื้อใจ‘เอเธนส์’อยู่ต่อยูโรโซน
ธนาคารกลางบางแห่งแอบให้ ซื้อใจ‘เอเธนส์’อยู่ต่อยูโรโซน
กูรูเชื่อธนาคารกลางยุโรปบางแห่งแอบช่วยกรีซผ่านโครงการเงินช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน ซื้อใจกรีซอยู่ยูโรโซน
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานโดยอ้างคำกล่าวของนักเศรษฐศาสตร์หลายสถาบันว่า ธนาคารกลางบางแห่งในกลุ่มยูโรโซนกำลังให้ความช่วยเหลือภาคการเงินกรีซอย่างลับๆ ผ่านโครงการเงินช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) ของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ซึ่งเป็นแผนช่วยเหลือชั่วคราวเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้กับประเทศที่ประสบปัญหาฝืดเคือง
รายงานระบุว่า โครงการดังกล่าวเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดของบรรดาธนาคารกลางหลายชาติ เนื่องจากผลกระทบของความเสี่ยงจากการให้เงินช่วยเหลือกรีซจะจำกัดอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ลุกลามไปทั่วธนาคารทั้งภูมิภาค
ทีมนักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ส ได้ข้อสรุปหลังจากรวบรวมข้อมูลจากแถลงการณ์ของอีซีบีและเหล่าธนาคารกลางประเทศต่างๆ ว่า ขณะนี้กรีซได้ใช้เงินจากโครงการอีแอลเอแล้ว 9.6 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.74 ล้านล้านบาท) ขณะที่ไอร์แลนด์ใช้ไปแล้ว 4.1 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.59 ล้านล้านบาท) และไซปรัสใช้ไปแล้ว 4,000 ล้านยูโร (ราว 1.56 แสนล้านบาท) ซึ่งมากเกินระดับมาตรฐานของปริมาณเงินที่ธนาคารในกลุ่มยูโรโซนจะให้กู้ยืมสำหรับการดำเนินนโยบายทางการเงินหนึ่งๆ ถึง 10%
ทั้งนี้ การเสริมสภาพคล่องในปริมาณมหาศาลเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเงินเฟ้อได้ง่าย ทำให้โครงการอีแอลเอที่มีมูลค่าเกินกว่า 500 ล้านยูโร (ราว 2.25 หมื่นล้านบาท) ต้องได้รับการยินยอมจากคณะกรรมการอีซีบีทั้ง 23 คนเสียก่อน โดยที่ 2 ใน 3 ของคณะกรรมการมีสิทธิสั่งระงับเงินช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ
ลอเรนท์ แฟรนโซเลต์ นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ส กล่าวว่า โครงการอีแอลเอเหมือนการซื้อใจยื้อให้กรีซอยู่กลุ่มยูโรโซนต่อไป เพราะภาคธนาคารกรีซจำต้องพึ่งพาเงินในโครงการดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงสภาวะล้มละลาย และอาจเป็นช่องทางที่ช่วยให้กรีซตัดสินใจทำตามเงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือเหมือนกับประเทศไอร์แลนด์
วันเดียวกัน องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เผยรายงานคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกประจำปี 2555 ระบุว่า การเติบโตในปีนี้จะยังคงอยู่ในระดับที่ 3.4% และที่ 4.2% ในปี 2556
ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกขณะนี้ยังคงเป็นเรื่องหนี้สาธารณะในยุโรป โดยเฉพาะเมื่อความเสี่ยงที่วิกฤตหนี้จะหลุดเข้าสู่กับดักของมาตรการรัดเข็มขัดเริ่มมีแนวโน้มชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยโออีซีดีได้เตือนให้สหภาพยุโรป (อียู) หาทางผ่อนความเข้มงวดของแผนรัดเข็มขัด เพราะเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจอียูเข้าสู่ภาวะถดถอย







