posttoday
จับตา 3 วันอันตราย ต่างชาติชี้ ศก.ไทยเสี่ยง

จับตา 3 วันอันตราย ต่างชาติชี้ ศก.ไทยเสี่ยง

11 มีนาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — นักวิเคราะห์ต่างชาติเร่งจับสัญญาณ 3 วันอันตราย ส่วนใหญ่ฟันธงกระทบเศรษฐกิจการลงทุนระยะยาว ขณะที่แบงก์ออสซีมองแง่ดี วุ่นแค่ไหนก็พรากรอยยิ้มสยามไปไม่ได้ เหตุแนวโน้มเศรษฐกิจน่าดึงดูดมากขึ้น

รอยเตอร์ส รายงานอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ต่างชาติ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ถึงการประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการท่องเที่ยว รวมถึงแนวโน้มการลงทุนในระยะยาว

รายงานระบุว่า ราคาสินทรัพย์ในไทยนั้นมีความผันผวนสูงกับระดับปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง เพราะแม้เศรษฐกิจไทยจะสามารถฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งจากภาวะถดถอย ทว่าตลาดหุ้นกลับมีอัตราส่วนของราคาต่อกำไรจากที่ประเมินในปี 2011 เพียง 10.1 เท่า เท่านั้น ซึ่งนับว่าถูกที่สุดในย่านเอเชีย รองจากปากีสถาน

สถานการณ์ของตลาดทุนในไทยนั้นเริ่มดำเนินมาได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ก็หลังจากที่ผ่านพ้นเหตุประท้วงครั้งสำคัญมา คือการบุกยึดสนามบินของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดือน พ.ย. 2551 และการประท้วงของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่กรุงเทพฯ และพัทยา เดือน เม.ย. ปีที่แล้ว

ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ระบุในงานวิจัยล่าสุดว่า โครงการด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานในไทยที่ยังต้องการการลงทุนอีกมาก จะเป็นภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุดจากเหตุความวุ่นวายครั้งนี้

“เราเชื่อว่าความไม่แน่นอนทั้งหลายในบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้ อาจส่งผลต่อประสิทธิผลของการดำเนินนโยบายของรัฐบาล รวมถึงความต้องการเข้ามาร่วมลงทุนของภาคเอกชน เมื่อมองไปยังสถานการณ์ข้างหน้า เราเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นปัจจัยฉุดให้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค” โกลด์แมน แซคส์ ระบุ

ขณะที่อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนต์ ยูนิต จากนิตยสารดิ อีโคโนมิสต์ มองว่า การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและค่าเงิน ถูกขับเคลื่อนด้วยแนวโน้มระยะสั้นเป็นหลัก

“เราจะเห็นผลกระทบมากขึ้นต่อการลงทุนโดยตรงในระยะยาว ซึ่งแน่นอนว่าจะได้รับความเสียหายจากความไร้เสถียรภาพและความวิตกกังวลต่อแนวโน้มทางการเมืองของไทย บรรดานักลงทุนอาจไม่ตัดสินใจขยายการลงทุนในไทยอีก เมื่อมองเทียบกับบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน จะเห็นว่าเขาสามารถจัดการกับปัญหาทางการเมืองได้ดี เช่นที่อินโดนีเซีย” อีไอยู ระบุ

ด้านสถานีวิทยุวีโอเอนิวส์ ในสหรัฐ รายงานอ้าง จอห์น โคลโดว์สกี โฆษกสมาคมการขนส่งทางอากาศเอเชียแปซิฟิก (พาตา) ว่าปัจจุบัน นักท่องเที่ยวก็ตื่นตระหนกกับความตึงเครียดทางการเมืองไทยอยู่แล้ว การชุมนุมล่าสุดจะยิ่งทวีความตึงเครียด และบรรดาข่าวลือว่าอาจเกิดความรุนแรงขึ้นนั้น ก็ยิ่งรังแต่จะทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก

อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินบางแห่งกลับเห็นว่าเรื่องนี้ จะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจของไทยที่มีแนวโน้มดีขึ้น

“ต้องยอมรับว่า เมฆหมอกแห่งความเสี่ยงทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ ทว่าเรื่องนี้ก็ไม่สามารถพรากรอยยิ้มไปจากคนไทยได้เช่นกัน เมื่อมองจากแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่น่าดึงดูดมากขึ้น ในสยามเมืองยิ้มแห่งนี้” ธนาคารแมกควอรี ในออสเตรเลีย ระบุในรายงานล่าสุด

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI