
มะกันตั้งทูตประจำ‘พม่า’
สหรัฐแต่งตั้งทูตประจำพม่าคนแรกในรอบ 22 ปี ชี้เป็นรางวัลตอบแทนพม่าที่ปฏิรูปประเทศ พร้อมประกาศผ่อนข้อจำกัดการลงทุนในพม่าของเอกชนมะกัน
สหรัฐแต่งตั้งทูตประจำพม่าคนแรกในรอบ 22 ปี ชี้เป็นรางวัลตอบแทนพม่าที่ปฏิรูปประเทศ พร้อมประกาศผ่อนข้อจำกัดการลงทุนในพม่าของเอกชนมะกัน
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ประกาศแต่งตั้ง เดเรค มิตเชลล์ ผู้ประสานงานสหรัฐว่าด้วยนโยบายพม่า เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำพม่าคนแรกในรอบ 22 ปี เพื่อเป็นรางวัลตอบแทนพม่าที่ได้ดำเนินมาตรการปฏิรูปประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและพม่า” โอบามา แถลง
ความเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของจอห์น แมคเคน และมิทช์ แม็คคอนเนลล์ สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐ โดยทั้งคู่นั้นได้กล่าวแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งครั้งนี้
ทั้งนี้ สหรัฐถอนเอกอัครราชทูตออกจากพม่า เมื่อปี 2533 เพื่อประท้วงคณะปกครองทหารพม่าที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมเมื่อปี 2531 และที่ไม่ยอมรับผลเลือกตั้ง ซึ่งพรรคสันติบาตเพื่อประชาธิปไตยของอองซานซูจี สามารถคว้าชัยได้ โดยการแต่งตั้งมิตเชลล์ในครั้งนี้ แม้ยังคงต้องรอการยืนยันจากวุฒิสภาสหรัฐ แต่ก็เป็นไปตามคาดการณ์ของบรรดานักวิเคราะห์เนื่องจากมิตเชลล์นั้น ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ด้านพม่าโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่พม่ามีการปฏิรูปประเทศ
ทว่า ประธานาธิบดี โอบามา ได้ออกโรงเตือนว่าสหรัฐยังคงกังวลต่อสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า อาทิ การจำคุกนักโทษทางการเมือง และการสู้รบระหว่างทหารกับกลุ่มกบฏชนกลุ่มน้อย
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐยังได้ประกาศคลายข้อจำกัดในการลงทุนในพม่าภายหลังมีเสียงเรียกร้องจากทั้งนักธุรกิจและนักการเมืองในสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ให้สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่า
ภายใต้คำสั่งผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุน รัฐบาลสหรัฐจะอนุญาตให้มีการลงทุนในภาคบริการการเงินบางประเภท และอนุญาตให้ภาคธุรกิจของสหรัฐเข้าไปดำเนินงานในพม่าได้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐยังคงจำกัดการลงทุนกับกองทัพพม่าต่อไป
ทั้งนี้ ในช่วงปีที่ผ่านมา พม่าได้ดำเนินมาตรการปฏิรูปประเทศต่างๆ เช่น การปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองบางส่วน การลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับกลุ่มกบฏภายในประเทศ และการคืนอิสรภาพให้กับอองซานซูจี ส่งผลให้ชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นยุโรป หรือแคนาดา เดินหน้าผ่อนมาตรการคว่ำบาตรพม่าอย่างต่อเนื่อง
ด้านสหรัฐกลับเฝ้าสังเกตการณ์ในพม่าอย่างใกล้ชิด โดยที่ยังคงไม่ยอมผ่อนมาตรการคว่ำบาตรพม่า ซึ่งล่าสุดนั้น อองซานซูจี ได้ออกโรงเตือนสหรัฐให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่กระบวนการปฏิรูปสู่ประชาธิปไตยของพม่าจะหวนคืนกลับได้







