posttoday
ซื้อ‘ไข่’สาวผู้ดีหัวกะทิสุดบูม

ซื้อ‘ไข่’สาวผู้ดีหัวกะทิสุดบูม

14 พฤษภาคม 2555

ธุรกิจนายหน้าค้า “ไข่บริจาค” เมืองผู้ดีสุดบูม บุกมหาวิทยาลัยชื่อดังขอซื้อ “ไข่” นักศึกษาสาวระดับหัวกะทิ หวังผลิต “ซูเปอร์เบบี้”

ธุรกิจนายหน้าค้า “ไข่บริจาค” เมืองผู้ดีสุดบูม บุกมหาวิทยาลัยชื่อดังขอซื้อ “ไข่” นักศึกษาสาวระดับหัวกะทิ หวังผลิต “ซูเปอร์เบบี้”

เว็บไซต์เดลีเมล์แห่งอังกฤษ เปิดเผยว่า ธุรกิจนายหน้าค้า “ไข่บริจาค” สำหรับผู้ที่มีบุตรยากในอังกฤษ กำลังปรับเปลี่ยนเป้าหมายและวิธีการหารับบริจาคไข่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการทุ่มเงินตระเวนขอ “ซื้อไข่” กันถึงในมหาวิทยาลัยชื่อดัง หวังได้รับไข่จากสาวระดับหัวกะทิมากขึ้น ซึ่งหลายฝ่ายวิตกกังวลว่า อาจเป็นหนึ่งในความพยายามผลิต “ซูเปอร์เบบี้” หรือเด็กสุดยอดอัจฉริยะนั่นเอง

ซื้อ‘ไข่’สาวผู้ดีหัวกะทิสุดบูม

 

ดังที่เห็นได้จาก แอลทรู ซึ่งเป็นบริษัทนายหน้าค้าไข่บริจาคในนอร์ท ยอร์กเชียร์ของอังกฤษ บุกเข้าไปหาเป้าหมายถึงในมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษ

ทางบริษัทได้ระดมติดแผ่นพับใบปลิวดังกล่าว เขียนข้อความเชิญชวนอย่างน่าเห็นใจให้บริจาคไข่อย่างเอิกเกริกทั่วมหาวิทยาลัยว่า “ถ้าคุณเป็นคนใจดีและมีสุขภาพดี อายุระหว่าง 1835 ปี คุณจะช่วยเราได้ไหม เพราะคงไม่มีของขวัญอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการให้โอกาส ให้บุคคลหนึ่งได้รักและทะนุถนอมเด็กที่ต้องการ”

“เราต้องการหานางฟ้าตัวจริงที่จะบริจาคไข่ โดยเรามีค่าตอบแทนให้ถึง 750 ปอนด์ (ราว 3.6 หมื่นบาท)”

กระแสการขอรับบริจาคไข่เกิดขึ้นอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ อันเป็นผลมาจากค่าตอบแทนในการบริจาคแต่ละครั้งที่สูงลิ่ว ส่งผลให้ในปัจจุบันธุรกิจ “นายหน้าค้าไข่” ที่มาหากินกับชีวิตมนุษย์เพิ่มจำนวนมากขึ้นและแฝงตัวอยู่ในสังคมอย่างเงียบๆ

นักวิจารณ์หลายฝ่ายออกโรงเตือนกับกระแสการติดต่อซื้อขายไข่จากสาวๆ หัวกะทิว่าเด็กสาวหลายคนยังรู้เท่าไม่ถึงการณ์เรื่องความเสี่ยงของการบริจาคไข่ เนื่องจากผู้บริจาคไข่จำเป็นต้องรับประทานยากระตุ้นการผลิตไข่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนและเสียชีวิตได้สูง

นอกจากนี้ ยังมองว่าวิธีการรับบริจาคไข่ด้วยวิธีดังกล่าว ถือเป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ เพราะถือว่าเป็นวิธีการที่หากินกับชีวิตมนุษย์ โดยบริษัทนายหน้าจะคิดบริการคู่สมรสที่มีบุตรยากในการหาซื้อไข่หนึ่งครั้งถึง 1,300 ปอนด์ (ราว 6.24 หมื่นบาท)

“วิธีดังกล่าวไม่ใช่วิธีการบริจาคไข่ที่อยู่ภายใต้ความสมัครใจของผู้ให้อีกต่อไป แต่เป็นการซื้อขายไข่ต่างหาก” รายงานระบุ

ฟีบี พลัคโรด โอลีเวอร์ นักศึกษาเคมบริดจ์วัย 22 ปี กล่าวว่า ทันทีที่ได้รับใบปลิวดังกล่าว ก็มีความรู้สึกว่าอยากไปขายไข่ตัวเองเช่นเดียวกัน

“แต่เมื่อลองมานั่งคิดดูดีๆ ก็คิดว่าเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงอยู่มาก เลยตัดสินใจไม่ทำ แต่เชื่อว่าสำหรับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน วิธีการขายไข่นี้ อาจทำให้พวกเธอไปทำก็เป็นได้” ฟีบี กล่าว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI