
‘ซูคอย’ดับฝันหมีขาวที่1บินโลก
กูรูชี้ “ซูคอย” โหม่งโลก สกัดฝันรัสเซียหวนผงาดการบินโลก จี้ค้นความจริงฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดฯ พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน
กูรูชี้ “ซูคอย” โหม่งโลก สกัดฝันรัสเซียหวนผงาดการบินโลก จี้ค้นความจริงฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดฯ พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 12 คน
รอยเตอร์ส รายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ในรัสเซีย ซึ่งส่วนใหญ่ลงความเห็นตรงกันว่า อุบัติเหตุเครื่องบินโดยสาร ซูคอย ซูเปอร์เจ็ต 100 ขนาด 98 ที่นั่ง ซึ่งบรรทุกสื่อมวลชนและผู้ทรงเกียรติจำนวน 45 คน พุ่งชนภูเขาไฟซาลักในอินโดนีเซีย ระหว่างการบินสาธิตเพื่อโปรโมตยอดขายเครื่องบินสัญชาติรัสเซียในตลาดต่างประเทศ ได้ส่งผลทางจิตวิทยาต่อตลาด โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในเรื่องความปลอดภัย สกัดความหวังของประเทศในการที่จะหวนกลับมารุ่งโรจน์ในธุรกิจอุตสาหกรรมการบินเทียบชั้นสหรัฐและยุโรปอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการบินระบุในเบื้องต้นว่า ขณะนี้ยังคงเร็วเกินไปที่จะประเมินความเสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ และสิ่งที่ทางการรัสเซียควรลงมือทำนอกจากการใช้ความช่วยเหลือแก่ญาติของผู้เสียชีวิต ก็คือการสืบค้นและตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้
ทอม ชรูสซส์ ผู้อำนวยการของฟิทช์ หนึ่งในสถาบันจัดอันดับชั้นนำ กล่าวว่า ผลลัพธ์จากการสืบสวนอาจสามารถเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้าและนักลงทุนให้กลับมาอีกครั้ง หากว่าสาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความผิดพลาดทางเทคนิคหรือเครื่องยนต์ แต่เป็นความประมาทของนักบิน
ด้าน บอริส ไรบัก ผู้อำนวยการ อินโฟ โมสต์ องค์กรอิสระของรัสเซีย กล่าวว่า หากอุบัติเหตุไม่ได้มาจากความผิดพลาดของนักบิน ภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการบินของรัสเซียในตลาดโลกจะเข้าสู่วิกฤตทันที
ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ประกาศไว้ว่าจะผลิตและขายเครื่องบินให้ได้ 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.75 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2568 เพื่อแซงหน้าสหรัฐและยุโรป ในการเป็นประเทศผู้ผลิตเพื่อการส่งออก หลังจากที่เคยเป็นประเทศผลิตเครื่องบินรบชั้นนำของโลกในยุคสหภาพโซเวียต
ทั้งนี้ ซูคอย บริษัทผู้ผลิตเครื่องบินลำที่เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ คืออดีตผู้ผลิตเครื่องบินรบยักษ์ใหญ่ที่สุดของประเทศ ก่อนที่จะหยุดผลิตไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุเครื่องบินตก เอเอฟพี รายงานว่า ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียสามารถเดินทางเข้าไปยังจุดที่เกิดเหตุ ซึ่งมีซากชิ้นส่วนของเครื่องบินตกกระจัดกระจายในบริเวณไหล่เขาลาดชันของภูเขาไฟซาลัก ทางตอนใต้ของกรุงจาการ์ตา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่พบร่างของผู้เสียชีวิตจำนวน 12 คน
ดาร์ยัตโม หัวหน้าหน่วยค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย กล่าวว่า ทางทีมงานจะเดินหน้าค้นหาผู้โดยสารรายอื่นๆ ซึ่งทางการอินโดนีเซียเชื่อว่าเสียชีวิตทั้งหมดต่อไป โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการเคลื่อนย้ายร่างเหยื่อออกมาจากที่เกิดเหตุ เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากนิติเวชตรวจพิสูจน์เทียบดีเอ็นเอต่อไป







