
เปิดตัวเฟิสต์เลดี้พันธุ์ดุ...‘วาเลอรี ทริเยร์แวเลร์’
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
โดย...ณัฐสุดา จิตตปาลพงศ์
ต้องยอมรับว่า ทันทีที่ ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา แสงสปอตไลต์ดวงใหญ่ก็ฉายสาดส่องพุ่งตรงมายัง “วาเลอรี ทริเยร์แวเลร์” นักข่าวสาววัย 47 ปี แทบจะในทันที ในฐานะ “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่” ของเมืองน้ำหอม
แม้จะไม่มีดีกรีความสวยระดับอดีตนางแบบหุ่นชะลูดอย่าง “คาร์ลา บรูนี” ศรีภรรยายอดเสน่หาของอดีตประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แต่วาเลอรีก็ได้รับการยกย่องให้เป็นหญิง “เก่ง” และ “แกร่ง” ที่น่าจับตามองคนหนึ่ง
เพราะก่อนจะผันตัวเองมาเป็น “คุณนายออลลองด์” นั้น วาเลอรีคือหนึ่งในนักข่าวโต๊ะการเมืองแถวหน้าของฝรั่งเศส แถมบรรดาเพื่อนพ้องในวงการข่าวต่างยกให้สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งรายนี้เป็นผู้หญิงที่เก่งและฉลาดสุดๆ
ทั้งนี้ ความไม่ธรรมดาของวาเลอรีฉายให้เห็นอย่างเด่นชัดในด้านการศึกษาและการงาน
เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่มีประวัติน่าสนใจมากคนหนึ่ง
วาเลอรี ทริเยร์แวเลร์ เกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลางที่เมืองแองเกอร์ ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส จบการศึกษาปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ และปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์จาก “ซอร์บอน” มหาวิทยาลัยชั้นนำของฝรั่งเศส
และด้วยประสบการณ์การทำงานกว่า 20 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วาเลอรีจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญในช่วงศึกเลือกตั้งฝรั่งเศสมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ผู้สมัคร หรือการทำหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์การเมือง โดยภารกิจการเกาะติดศึกเลือกตั้งเมื่อปี 2007 ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วาเลอรีได้มีโอกาสรู้จัก และตกหลุมรักกับออลลองด์
นับได้ว่าเป็นเฟิสต์เลดี้ที่เพียบพร้อมของฝรั่งเศสคนหนึ่งเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ดูเหมือนว่าวาเลอรีจะต้องเผชิญหน้ากับมรสุมข่าวฉาวเสียแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ข่าวคราวที่สื่อเมืองน้ำหอมตีแผ่อยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทุกวันนี้แซบสุดๆ จนแทบจะลบภาพลักษณ์ความเป็น “เวิร์กกิง วูแมน” ที่วาเลอรีใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างมากับมือโดยสิ้นเชิง
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น กำลังบดบังรัศมีอันเจิดจ้าของออลลองด์คู่ชีวิตและว่าที่ผู้นำคนใหม่ของฝรั่งเศส
ไล่เรียงตั้งแต่ “สถานะ” ทางกฎหมายของสาวเจ้าที่ทุกวันนี้ยังคงเป็น “หญิงโสด” แม้จะอยู่กินกับออลลองด์มานานถึง 6 ปีก็ตาม ส่งผลให้วาเลอรีกลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งคนแรกของฝรั่งเศสที่ไม่ได้แต่งงาน
เรียกได้ว่า แปรสภาพจาก “เฟิสต์เลดี้” ของผู้นำประเทศ เหลือเพียงแค่คู่ควง หรือ “เฟิสต์ พาร์ตเนอร์” ทันที
งานนี้สารพัดกลุ่มอนุรักษนิยมในฝรั่งเศสจึงรีบออกมากดดันออลลองด์ให้คุกเข่าขอวาเลอรีแต่งงานเสียที เพราะนอกจากการอยู่กินฉันสามีภรรยาก่อนเข้าพิธีวิวาห์จะเป็นสิ่งที่ “รับไม่ได้” แล้ว นักอนุรักษ์เหล่านั้นยังเกรงว่า หากในอนาคตออลลองด์ต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่เข้มงวดเรื่องพิธีรีตองแล้วละก็ วาเลอรีก็ไม่อาจได้รับ “สิทธิพิเศษ” ที่มากับตำแหน่ง “สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง” อย่างที่ มิเชล โอบามา หรือ ซาแมนธา คาเมรอน ศรีภรรยาคนสวยของนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษ ได้รับนั่นเอง
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ วาเลอรีอาจไม่มีสิทธิควงแขนสามีเดินลงจากเครื่อง เพราะสถานะความสัมพันธ์กับออลลองด์ยังถือว่าคลุมเครือตามบรรทัดฐานทางกฎหมาย
แถมอาจเลวร้ายถึงขั้นต้องเดินทางพร้อมกับขบวนข้ารับใช้!
นอกจากนี้ วาเลอรียังถูกโจมตีว่าเป็น “หญิงชั่ว” ที่แย่งสามีชาวบ้าน เพราะเจ้าตัวและออลลองด์จะเริ่มคบหากันในขณะที่ออลลองด์ยังอยู่กินกับภรรยาเก่าแล้ว ก่อนที่ในที่สุดออลลองด์ก็ตัดสินใจทิ้งภรรยาและลูกๆ ถึง 4 หน่อเพื่อมาอยู่กับวาเลอรี
ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้บรรดาคุณนายเมืองน้ำหอมต่างอยากล้วง “เคล็ดลับ” ของวาเลอรีที่ใช้ “มัดใจ” ออลลองด์
เพราะเพียงไม่นานหลังออลลองด์แยกทางกับภรรยาเก่า เจ้าตัวก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเลยว่า กำลังคบหากับวาเลอรีจริง พร้อมหยอดว่า “ผู้หญิงคนนี้ คือ รักแท้ของผม”
แล้วแบบนี้จะไม่ให้สาวๆ อิจฉาได้อย่างไรไหว
อย่างไรก็ตาม คงไม่มีข่าวใดฉาวโฉ่ได้เท่ากับข่าวการ “ปะ ฉะ ดะ” กับเพื่อนร่วมงานเมื่อหลายปีก่อน จนสาววาเลอรีได้รับชื่อเล่นสุดน่ารักจากสื่อเมืองน้ำหอมว่า “ร็อตไวเลอร์”
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า วาเลอรีได้ “ตบหน้า” เพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งอย่างจังกลางงานปาร์ตี้หลังชายคนดังกล่าวพูดจาดูถูกผู้หญิง
เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังขึ้นชื่อในเรื่องความ “ปากไว” โดยถึงขั้นด่าทอนิตยสารแห่งหนึ่งอย่างหนักหลังลงข่าวว่าตนเป็นเพียง “สินทรัพย์” ของออลลองด์เท่านั้น
แม้พฤติกรรมดังกล่าวจะส่งผลให้เธอกลายเป็นฮีโร่ในสายตาของหญิงสาวยุคใหม่ ทว่าชาวฝรั่งเศสส่วนหนึ่งกลับไม่ปลื้มกับพฤติกรรมสุดฉาวของวาเลอรีมากเท่าใดนัก เนื่องจากคาดหวังว่า “เฟิสต์เลดี้” จะต้องเป็นสุภาพสตรีผู้เพียบพร้อม งามทั้งภายนอกและภายใน เก่ง และที่สำคัญก็คือ จะต้องอยู่ใน “โอวาท” ไม่ก้าวร้าวและดุดัน
ทว่า เฟิสต์เลดี้คนใหม่นั้นกลับตรงกันข้ามกับเฟิสต์เลดี้ในอุดมคติโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ความดุ” ของเธอ
จะดุแค่ไหน งานนี้คงต้องย้อนกลับไปดูบทสัมภาษณ์ก่อนๆ ของวาเลอรี
“เขา (ออลลองด์) มีหน้าที่ซื้อของและทำอาหาร” วาเลอรี กล่าว
ถือเป็นการประกาศอย่างเด่นชัดว่าใครคือ “ช้างเท้าหน้า” ตัวจริงของครอบครัว
ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้าที่ออลลองด์จะลงสมัครเลือกตั้งนั้น เจ้าตัวได้ผ่านการ “เมกโอเวอร์” ครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการรีดน้ำหนักมากถึง 20 ปอนด์ หรือการเปลี่ยน “ลุค” ตัวเองให้ดูทันสมัยขึ้นด้วยการทิ้งแว่นตาสุดเชยมาสวมใส่แว่นตาใหม่ที่ดูเท่และสมาร์ตมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือผลงานการกำกับของวาเลอรี
เรียกได้ว่า วาเลอรีคือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการ “ปั้น” ออลลองด์ให้เป็นนักการเมือง และที่สำคัญก็คือ “ผู้นำ” ที่สมบูรณ์แบบนั่นเอง
แม้จะถูกกระแสข่าวฉาวถาโถมเข้าอย่างหนัก แต่วาเลอรีกลับไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลใจเลยแม้แต่น้อย โดยเจ้าตัวยืนยันว่าตนและออลลองด์จะใช้ชีวิตปกติ ไม่อู้ฟู่หรูหราเหมือน “ใครบางคน” อย่างแน่นอน
แต่นักวิจารณ์หลายรายก็ออกโรงเตือนว่า นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของวาเลอรี
“เธอเป็นคนที่ทำงานมาโดยตลอด ความสำเร็จและทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอได้มานั้นล้วนมาจากความมุ่งมั่นและการทำงานหนักของเธอ ดังนั้น รับรองได้เลยว่าชีวิตในฐานะเฟิสต์เลดี้ของวาเลอรีจะต้องลำบากอย่างแน่นอน ต่อไปนี้เธอไม่อาจกระทำการใดๆ หรือพูดอะไรตามใจชอบได้อีกต่อไป” ฟิลิป ลาโบร นักข่าวรายหนึ่ง กล่าว
อย่างไรก็ตาม การจะตัดสินว่า วาเลอรี ทริเยร์แวเลร์ จะทำหน้าที่สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้ดีเพียงใดนั้น เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์
‘เฟิสต์เลดี้’ เมืองน้ำหอม
วาเลอรี ทริเยร์แวเลร์ vs. คาร์ลา บรูนี
อายุ : 47 44
สัญชาติ : ฝรั่งเศส อิตาเลียนฝรั่งเศส
อาชีพ : นักข่าว นางแบบนักร้องทายาทมรดกเงินล้าน
ดีกรีความฉาว : ตบหน้าเพื่อนร่วมงาน ภาพเปลือยสมัยสาวๆ ถูกประมูล
ขึ้นชื่อเรื่องความ “ดุ”







