posttoday
จับตาจัดตั้งรัฐบาลใหม่กรีซ 'ซ้ายจัด'เร่งหาแนวร่วม  แผนแก้หนี้ส่อสะเทือน

จับตาจัดตั้งรัฐบาลใหม่กรีซ 'ซ้ายจัด'เร่งหาแนวร่วม แผนแก้หนี้ส่อสะเทือน

09 พฤษภาคม 2555

จับตาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกรีซ พรรคซ้ายจัดเร่งหาแนวร่วมใน 3 วัน แผนแก้หนี้อียูส่อสะเทือน

จับตาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกรีซ พรรคซ้ายจัดเร่งหาแนวร่วมใน 3 วัน แผนแก้หนี้อียูส่อสะเทือน

เอพีรายงานเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า อเล็กซิส ทซิ ปราส หัวหน้าพรรคฝ่ายซ้าย “ไซริซา” ซึ่งชูนโยบายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดอย่างแข็งกร้าว ซึ่งเป็นพรรคที่เข้าวินเป็นอันดับ 2 ในการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เปิดการเจรจาหาแนวร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วมกรีซขึ้นใหม่อย่างเร่งด่วนแล้ว หลังจากที่ผลการเลือกตั้งนั้นไม่มีพรรคการเมืองใดชนะได้เสียงเด็ดขาดจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้ทันที

การเปิดการหารือของพรรค ไซริซา นั้นมีขึ้นหลังจากที่พรรคกลางขวาประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดี) ของกรีซ ซึ่งได้คะแนนเสียงไปมากที่สุดนั้น ไม่สามารถหาแนวร่วมเพื่อจัดตั้งพรรครัฐบาลร่วมได้สำเร็จ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองของกรีซในขณะนี้อาจส่งผลให้มาตรการรัดเข็มขัดของกรีซต้องหยุดชะงักลง และส่งผลให้วิกฤตหนี้ยุโรปทวีความรุนแรงขึ้น

พรรคประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจประเทศได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 เพียง 18.85% หรือได้จำนวนที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 108 ที่นั่ง จากทั้งหมด 300 ที่นั่ง ซึ่งไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลร่วมเพื่อคุมที่นั่งในสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ เปิดทางให้พรรคฝ่ายซ้ายไซริซา ซึ่งได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 2 ที่ 16.78% หรือ 52 ที่นั่ง รับหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลร่วมแทน

ทั้งนี้ พรรคฝ่ายซ้าย “ไซริซา” จะมีเวลาเพียง 3 วัน ในการดำเนินการหาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งหากทางพรรคไซริซาไม่สามารถหาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ หน้าที่การจัดตั้งรัฐบาลจะตกเป็นของพรรคกลางซ้ายปาซก ที่ได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับ 3 ที่ 13.18% หรือ 42 ที่นั่ง จัดตั้งแทน

จับตาจัดตั้งรัฐบาลใหม่กรีซ 'ซ้ายจัด'เร่งหาแนวร่วม  แผนแก้หนี้ส่อสะเทือน

 

หากท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีพรรคการเมืองใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จทันกำหนดภายในวันที่ 17 พ.ค.นี้ กรีซจำเป็นต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่อีกครั้งในเดือน มิ.ย. ซึ่งหลายฝ่ายวิตกกังวลว่าแผนกู้วิกฤตหนี้กรีซอาจต้องหยุดชะงักลง หากกรีซไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ และหากพรรคเล็กของกรีซ ซึ่งต่อต้านการออกมาตรการรัดเข็มขัด เข้ามามีอำนาจในการบริหาร เนื่องจากมาตรการรัดเข็มขัดถือเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ยุโรปกำหนดเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือกรีซ

ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนของพันธบัตรระยะ 6 เดือน ที่รัฐบาลกรีซเปิดประมูลได้ 1,300 ล้านยูโร (ราว 5,200 ล้านบาท) เมื่อวันที่ 8 พ.ค.นั้น ได้พุ่งขึ้นไปอย่างรวดเร็วทันที หลังผลการเลือกตั้ง โดยอัตราดอกเบี้ยผลตอบแทนปรับขึ้นไปอยู่ที่ 4.69% จากเดิมเมื่อครั้งการประมูลในเดือน เม.ย. ที่ 4.55%

วันเดียวกัน ด้าน คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนประเทศต่างๆ ในยูโรโซนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหนี้ว่า ควรจะให้ความสำคัญต่อการดำเนินตามมาตรการทางการคลังที่มีประสิทธิภาพ มากกว่าดำเนินการให้สำเร็จตามเป้าแต่เพียงอย่างเดียว ส่งสัญญาณให้เห็นว่าไอเอ็มเอฟต้องการให้ยุโรปลดการยึดติดการใช้มาตรการตัดลดการขาดดุลอันเข้มงวด เพื่อบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้แต่เพียงอย่างเดียว

ดังที่เห็นได้จากกรีซ ซึ่งแม้ว่าจะสามารถดำเนินมาตรการรัดเข็มขัดได้ตามเป้าหมาย แต่สภาพเศรษฐกิจของประเทศตกอยู่ในสภาวะถดถอยอย่างหนัก

ลาการ์ด กล่าวว่า ไอเอ็มเอฟเข้าใจดีว่าการปฏิบัติตามมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อตัดลดหนี้เป็นการฉุดการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดการชะลอตัวทางเศรษฐกิจครั้งรุนแรง ดังนั้นต่อจากนี้ไปการดำเนินมาตรการตัดลดค่าใช้จ่าย ควรเป็นไปอย่างมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

“ประเทศต่างๆ ควรจะเตรียมรับมือให้ดีๆ เพราะถ้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจแย่กว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ พวกเขาก็ควรพร้อมที่จะประกาศใช้มาตรการทางการคลังมากกว่าการประกาศเป้าหมายทางการคลังแต่เพียงอย่างเดียว หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ รัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่ควรจะมีความขัดแย้งเรื่องผลของการจัดเก็บรายได้จากภาษีอากรที่ลดลง หรือค่าใช้จ่ายของรัฐที่เพิ่มขึ้น เพราะว่าเศรษฐกิจกำลังแย่ลงเรื่อยๆ” ลาการ์ด กล่าว

ขณะเดียวกัน มาเรียโน ราจอย นายกรัฐมนตรีสเปน เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมดำเนินการเสนอมาตรการฉบับใหม่เพื่อช่วยอุ้มภาคธนาคารในการประชุมสภาในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสเปนอาจต้องขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากนานาชาติ

รายงานระบุว่า รัฐบาลเตรียมดำเนินการช่วยเหลือธนาคารบังเกีย เอสเอ ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ที่ถือว่าได้รับผลกระทบจากภาวะฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสเปนอย่างรุนแรง หลังการเกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551 ส่งผลให้ธนาคารมีสินทรัพย์เสียสูงถึง 3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.2 ล้านล้านบาท)

ทั้งนี้ ภาวะฟองสบู่แตกในภาคอสังหาริมทรัพย์ของสเปนหลังเกิดวิกฤตทางการเงินทั่วโลกเมื่อปี 2551 ส่งผลให้ภาคธนาคารสเปนต้องรับภาระหนี้เสีย หลังอัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้นและประชาชนไม่สามารถจ่ายเงินจำนองได้

“สิ่งสุดท้ายที่ผมจะทำคือการอัดฉีดเงินหรือการยืมเงินจากนานาชาติ แต่ถ้าวิธีการนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ผมก็จะไม่ลังเลที่จะทำ เหมือนกับสิ่งที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปได้ทำ” ราจอย กล่าว

ด้าน เฮอร์แมน แวน รอมพาย ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศว่า จะมีการประชุมผู้นำสหภาพยุโรปนัดพิเศษในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เพื่อหารือเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจในอียู โดยจะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการของเหล่าผู้นำยุโรปบนโต๊ะอาหารค่ำ ซึ่งจะมีขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำอียู ระหว่างวันที่ 28–29 พ.ค.

การประชุมนัดพิเศษนี้มีขึ้นในขณะที่กรรมาธิการยุโรปกำลังถกความเป็นไปได้เรื่องการกลับมาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะยิ่งเพิ่มภาระทางการคลังให้กับอียูมากขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI