
'ซ้าย'ทะลวงเก้าอี้ผู้นำฝรั่งเศส ออลลองด์ขึ้นประธานาธิบดี หวั่นแผนแก้หนี้ยุโรปสะดุด
ฝ่ายซ้ายขึ้นครองบัลลังก์ฝรั่งเศส สะท้อนเสียงประชาชนไม่เอา “รัดเข็มขัด” หุ้นทั่วโลกร่วงระนาว ส่อแผนแก้วิกฤตหนี้ยูโรโซนสะดุด
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ฝ่ายซ้ายขึ้นครองบัลลังก์ฝรั่งเศส สะท้อนเสียงประชาชนไม่เอา “รัดเข็มขัด” หุ้นทั่วโลกร่วงระนาว ส่อแผนแก้วิกฤตหนี้ยูโรโซนสะดุด
ผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบตัดเชือกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยม ซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายได้รับคะแนนโหวตมากที่สุดเฉือนเอาชนะ นิโกลาส์ ซาร์โกซี ที่หวังจะบริหารปกครองประเทศต่ออีกหนึ่งสมัย ด้วยคะแนน 51.62% ต่อ 48.38% หรือคิดเป็นจำนวนโหวตมากกว่าซาร์โกซีถึง 1.13 ล้านคน
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ได้สร้างประวัติ ศาสตร์ให้ออลลองด์ กลายเป็นประธานาธิบดีคนแรกจากฝ่ายซ้าย ซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบสังคมนิยม เอาใจประชาชน และแรงงานได้ขึ้นปกครองประเทศในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่สมัยของอดีตประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ มิตแตรองด์ ซึ่งครองบัลลังก์ผู้นำฝรั่งเศส 2 สมัย ระหว่างปี 1981-1995
ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ซาร์โกซีกลายเป็นผู้นำฝรั่งเศสคนแรกในรอบ 30 ปีที่ชวดตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ด้วย
ภายหลังจากทราบผล ซาร์โกซีได้แสดงความยินดีกับออลลองด์ พร้อมประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ โดยซาร์โกซีมีกำหนดมอบอำนาจให้กับออลลองด์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พ.ค.นี้
ขณะที่บรรดาผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างส่งสารแสดงความยินดีต่อชัยชนะของออลลองด์เช่นกัน โดยประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐได้โทรศัพท์แสดงความยินดีพร้อมเชิญออลลองด์ ให้บินมาร่วมหารือกับสหรัฐในปลายเดือนนี้ เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล แห่งเยอรมนี
แมร์เกิล ยังย้ำว่าเยอรมนีจะทำงานร่วมกับฝรั่งเศสอย่างใกล้ชิดเพื่อฝ่าฟันวิกฤตเศรษฐกิจของภูมิภาค พร้อมเชิญออลลองด์ เดินทางมาเยือนเยอรมนีเพื่อร่วมหารือแนวทางแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
ทั้งนี้ แม้ผู้นำเยอรมนียังคงยืนยันที่จะเดินหน้าทำงานร่วมกับประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสอย่างดี ทว่า สตีเฟน ไซย์เบิร์ต โฆษกรัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่า เยอรมนีจะไม่เปิดการเจรจาใหม่กับผู้นำฝรั่งเศสคนใหม่ในประเด็นที่จะรื้อแผนสหภาพการคลังเพื่อผ่อนวินัยการใช้จ่ายและหาแผนกระตุ้นการเติบโตที่มีแต่จะทำให้หนี้พอกพูนมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ ออลลองด์ ได้กล่าวไว้ระหว่างหาเสียงว่า จะหาทางให้ยุโรปเปิดการเจรจาขึ้นใหม่เพื่อรื้อแผนสหภาพการ คลังดังกล่าว ที่ยุโรปจำเป็นจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรัดเข็มขัด
ขณะเดียวกัน ด้านนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งอังกฤษยืนยันที่จะรักษาสัมพันธ์ของทั้งสองชาติให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ด้านจีนและญี่ปุ่น สองประเทศในเอเชียซึ่งถือครองตราสารหนี้ของยูโรโซนไว้มากที่สุดในภูมิภาค ต่างออกมาแสดงความยินดีกับออลลองด์เช่นกัน
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุ ขอรอดูท่าทีและนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส และย้ำสั้นๆ เพียงว่า ความมั่นคงมั่งคั่งของเศรษฐกิจยุโรปมีผลอย่างมากต่อชะตากรรมเศรษฐกิจของเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น
ทางด้านเศรษฐกิจโลกมีกระแสตอบรับไม่สู้ดีนักหลังชัยชนะของออลลองด์ เนื่องจากเห็นว่าแนวทางของออลลองด์ อาจกระทบต่อแผนกู้วิกฤตอียู ที่ออลลองด์ จะกลับมาใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเอาใจแรงงานแทนที่จะรัดเข็มขัด
ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ตลาดน้ำมัน เงินยูโรร่วงทันที เนื่องจากนักลงทุนหวั่นว่าแผนแก้หนี้ของยุโรปอาจสะดุดลง
นอกจากนั้น เมื่อประกอบกับผลการเลือกตั้งในกรีซที่ 2 พรรคใหญ่คือ พรรคปาซก และพรรคเอ็นดี ที่ได้ให้คำมั่นว่าจะรักษาคำมั่นที่ให้ไว้กับยุโรปที่จะเดินหน้านโยบายรัดเข็มขัด ไม่ได้รับเสียงข้างมากตามที่คาดหวังกันไว้ด้วย ยิ่งตอกย้ำให้เห็นกระแสการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองครั้งใหญ่ของภูมิภาคที่ต่อต้านความเป็นสหภาพยุโรป (อียู) อย่างชัดเจน
ตลาดหุ้นทั่วยุโรปปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน โดยดัชนีรวมยูโร สต๊อก ลดลงเฉลี่ยเกือบ 2% ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ดัชนีดังกล่าวปรับตัวลดลงแล้วกว่า 1.9% หรือ 2,204.73 จุด ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2554
ดัชชี ซีเอซี-40 ของฝรั่งเศสลดลง 1.57% ดัชนีกรีซลดลงหนักถึง 7.6% และดัชนีแดกซ์เยอรมนีลดลง 2.2%
ขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียดำดิ่งหนักสุด โดยดัชนีโตเกียวร่วง 2.78% หรือ 261.11 จุด ดัชนีสิงคโปร์ลด 2.19% หรือ 65.64 จุด และดัชนีฮั่งเส็ง ฮ่องกง ปรับลด 2.61% หรือ 549.35 จุด
นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า ผลการเลือกตั้งบ่งชี้ให้เห็นสัญญาณความแตกแยกของแนวทางการแก้วิกฤตหนี้ของภูมิภาค ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นกับอนาคตของอียู ซึ่งนอกจากจะส่งผลต่อกระแสการลงทุนในตลาดแล้ว ยังส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศส 10 ปี สูงขึ้นอยู่ที่ระดับ 2.842% เมื่อช่วงเที่ยงวันของวันที่ 7 พ.ค.
ขณะที่ค่าเงินยูโรก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน เนื่องจากนักลงทุนต่างเห็นว่ายูโรกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยค่าเงินยูโรเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาลดลงต่ำสุดตั้งแต่เดือน ม.ค. มาอยู่ที่ 1.2954 เหรียญสหรัฐต่อยูโร
ส่วนพันธบัตรระยะยาว 10 ปีของฝรั่งเศสก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันที โดยผลตอบแทนพุ่งขึ้นไป จากเดิมเมื่อวันศุกร์ที่ 2.809% ไปที่ 2.842% แล้ว
ด้านราคาน้ำมันโลกดิ่งลงอย่างแรงเช่นเดียวกัน โดยเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 พ.ค. สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิลยูทีไอ) ที่ตลาดสิงคโปร์ ส่งมอบเดือน มิ.ย. ปรับลดลง 86 เซนต์ อยู่ที่ 97.63 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ส่งมอบเดือน มิ.ย. ปรับตัวลดลง 73 เซนต์ อยู่ที่ 112.45 เหรียญสหรัฐ ที่ตลาดลอนดอน
“ราคาน้ำมันปรับตัวลงรุนแรงเนื่องจากผลการเลือกตั้งที่กรีซและฝรั่งเศสสร้างความกังวลว่ายุโรปอาจไม่สามารถเอาชนะวิกฤตหนี้ได้” นิก ทรีเวธาน นักยุทธศาสตร์จากเอเอ็นซีรีเสิร์ช กล่าว







