
ฟิลิปปินส์ไม่พ้นแล้ง ถูกเอลนินโญ่พ่นพิษ
พื้นที่นาขั้นบันไดนาบานัว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของฟิลิปปินส์ กำลังประสบภัยแล้งอย่างหนัก จากปรากฏการณ์เอลนินโญ่
พื้นที่นาขั้นบันไดนาบานัว แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของฟิลิปปินส์ กำลังประสบภัยแล้งอย่างหนัก จากปรากฏการณ์เอลนินโญ่
ผู้ช่วยผู้ว่าเทศบาลเมืองบานัว กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวชมทัศนียภาพที่สวยงามของนาขั้นบันไดแห่งนี้ ต่างพบกับความผิดหวัง เมื่อผืนนาที่เคยเขียวขจีแปรเปลี่ยนเป็นความแห้งแล้ง
จูเลียต มาธิโอ เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวของบานัว กล่าวว่า นาข้าวที่เคยเขียวชอุ่มเพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน ขณะนี้ได้แปรสภาพเป็นความแห้งแล้ง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากปรากฏการณ์เอลนินโญ่
"ปกติข้าวที่ปลูกบนที่ลาดบานัวนั้น ต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าจะให้ผลผลิต ต่างจากการปลูกบนพื้นราบ ที่ใช้เวลาพียง 3 เดือน ซึ่งเธอคาดว่าข้าวที่หว่านไปเมื่อธ.ค.และม.ค. ที่ผ่านมา จะไม่สามารถอยู่รอด เพื่อให้ผลผลิตได้ในกลางปีนี้" มาธิโอกล่าว
มาธิโอยังกล่าวอีกว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาผู้ว่าราชการจังหวัดอีฟูเกาได้ประกาศให้บานัวเป็นเหตุภัยพิบัติแล้งแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้ข้าราชการในท้องถิ่น ระดมทุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือเกษตร
บานัว ถือเมืองแห่งการปลูกข้าวแบบขั้นบันไดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว่า 53,000 เอเคอร์ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของฟิลิปปินส์ และได้รับการยกย่องให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก







