
‘แชบอล’...มิใช่บอลธรรมดา
โดย เพียงออ วิไลย
โดย เพียงออ วิไลย
หากโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคมของประเทศกำลังย่ำแย่ ร่อแร่เสียหายจาก “สงครามที่ยืดเยื้อยาวนาน”...นอกถนนเต็มไปด้วยการฉกฉวยแย่งชิงและซากปรักหักพัง ข้าวยากหมากแพง ขาดแคลนปัจจัยสี่ ทั้งข้าว น้ำสะอาด เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย และยา “คุณยังจะเลือกที่จะให้มีการถกเถียงของ สส.ในสภา ผ่านร่างวาระจัดสรรงบประมาณที่กู้ยืมมา ซึ่งอาจจะตกถึงปากท้องของชาวบ้านเพียงแค่ 20%... แทนที่จะมีใครสักคนลุกขึ้นมาสั่งการด้วยอำนาจเด็ดขาดที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ อยู่หรือไม่”
นักประชาธิปไตยนิยม อาจจะตอบว่าไม่... ไม่ยอมเด็ดขาดที่จะให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร แต่คนเกาหลีได้เลือกไปแล้ว และในที่สุดก็พิสูจน์ว่า ทางเลือกที่จะยอมให้ประเทศถูกควบคุมโดยเผด็จการทหารในสถานการณ์ที่ล่อแหลมนั้น ถูกต้องยิ่งกว่าพึ่งพานักการเมืองที่สนุกกับการสำแดงโวหาร แต่ทำงานล่าช้าและไล่ล่าผลประโยชน์... คนเกาหลีขึ้นชื่อว่ามีความเป็น “ชาตินิยมจัด” ทั้งนี้ เพราะประวัติศาสตร์ของเขา “ขมขื่น” กับการที่ต้องถูกลากไปมาระหว่างจีนกับญี่ปุ่น จึงทำให้ความรักชาติและความเป็นเกาหลีอัดแน่นอยู่ในใจของคนส่วนใหญ่ ความรักชาติจึงเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปลูกฝังลงในจิตใจของเด็กทุกคน ตั้งแต่ในบ้านจนถึงโรงเรียน
กลยุทธ์การพัฒนาเกาหลีหลายแนวทาง ในช่วงหลังจากที่ประธานาธิบดี ปักจองฮี ผู้นำทหารได้ปฏิวัติยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนมาแล้ว เป็นความมหัศจรรย์ของความรักชาติของคนเกาหลี ที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการยกระดับจากประเทศที่ยากจนที่สุดในเอเชีย ขึ้นสู่แท่นผู้นำทางเศรษฐกิจได้ การสร้างความนิยมใน “สินค้าที่ผลิตในประเทศ และส่งเสริมธุรกิจของคนเกาหลี” เอง ทำให้เกิดการขยายตัวของระบบเศรษฐกิจภายใต้การดำเนินงานของธุรกิจของคนในประเทศ ในที่สุดได้สร้างป้อมปราการที่แข็งแกร่งให้กลุ่มธุรกิจของคนเกาหลี ได้เกิดและเติบโตขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เรียกว่า “แชบอลภ็น๚” ...ช่างสวนทางกับแนวทางของประเทศอันงดงามในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศหนึ่ง ที่เกาหลียกย่องแกมอิจฉาว่าได้รับพรจากพระเจ้า เพราะ “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” แตกต่างจากเกาหลีที่มีข้อจำกัดในการเพาะปลูก แต่เธอกลับกำลังไล่ฐานการผลิตออกไปนอกประเทศ...
“แชบอล” มีความหมายตามคำศัพท์แปลว่า กลุ่มตระกูลที่มั่งคั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีกิจการครอบคลุมหลากหลายประเภทในมือ ปัจจุบันมีประมาณ 30+ แชบอล ซึ่งครอบครองทรัพย์สินในประเทศมากกว่า 70% ในขณะที่สร้างงานและรายได้ให้แก่คนเกาหลีเกือบทั้งประเทศ เช่น กลุ่มบริษัท ซัมซอง แอลจี หรือ ฮยอนเด แดอู (อ่านเป็นภาษาเกาหลีจริงๆ แบบนี้ค่ะ) ...
ต้นกำเนิดของ “แชบอล” หลายบริษัทได้จัดตั้งมาตั้งแต่ก่อนโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในยุคนั้นมีชาวเกาหลีที่เป็นเจ้าของกิจการน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นกิจการของชาวญี่ปุ่นที่เข้ามายึดครองประเทศ หลังจากญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกและปลดปล่อยเกาหลี บางธุรกิจก็ได้รับโอนสินทรัพย์บางส่วนของบริษัทญี่ปุ่นไป หลังจากสงครามเกาหลีสงบ การแบ่งประเทศและก่อตั้งสาธารณรัฐประสบผลสำเร็จ บริษัทเหล่านี้เข้าเชื่อมโยงกับกลุ่มนักการเมืองในรัฐบาลพลเรือนเพื่อความอยู่รอดและขยายธุรกิจ ทำให้เกิดการคอร์รัปชันกลายเป็นธุรกิจการเมืองและเรื่องของผลประโยชน์
ในที่สุด ผู้นำทหารโดยนายพลปักจองฮี ได้ปฏิวัติและภารกิจหนึ่ง คือการไล่ตามขจัดอิทธิพลของกลุ่มธุรกิจการเมือง สั่งยุบ ยกเลิก และสั่งปรับกลุ่มธุรกิจมากมาย... ทว่า การจะสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจได้ ต้องพึ่งพากลุ่มธุรกิจเหล่านี้ รัฐบาลทหารจึงประนีประนอมและสร้างข้อตกลงร่วมมือที่จะนำประเทศก้าวออกจากความยากจน โดยการสนับสนุนธุรกิจและให้สิทธิพิเศษ เช่น รัฐบาลรับประกันเงินกู้ให้ การควบคุมค่าแรงให้อยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ ตั้งหน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลกิจการโดยตรง ในขณะที่แชบอลก็ต้องร่วมมือในการวางแผน และปฏิบัติตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจของชาติควบคู่กันไป จึงทำให้ธุรกิจอุตสาหกรรมเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วตามยุทธศาสตร์การผลิตเพื่อการส่งออกตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 เรื่อยมา มิฉะนั้น เกาหลีคงไม่มีทางที่จะก้าวขึ้นสู่แท่นผู้นำเศรษฐกิจแห่งเอเชียได้ และประชาชนอาจจะยังคงยากจนต่อไป... แชบอลไหน ทำอะไรบ้าง ติดตามฉบับหน้าค่ะ
หมายเหตุ... หนังสือ “เกาหลีทีเด็ด” ฉบับรวมเล่ม 1 และ “เตรียมตัวไปเป็นเฟรชชี่ที่เกาหลี” จำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ และซีเอ็ด ทุกสาขา...







