
ปิดฉากคดี "เพชรสีเลือด" ศาลโลกลงดาบผู้นำไลบีเรีย
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่า 10 ปี แต่ตราบใดที่เป็นเรื่องของสงครามที่ทำให้มีผู้คนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากแล้ว การชำระบัญชีและประวัติศาสตร์ล้วนไม่มีคำว่าสายเกินไป และ “ชาร์ลส์ เทย์เลอร์” ผู้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ “เพชรสีเลือด” (Blood Daimond) ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็น
แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่า 10 ปี แต่ตราบใดที่เป็นเรื่องของสงครามที่ทำให้มีผู้คนล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากแล้ว การชำระบัญชีและประวัติศาสตร์ล้วนไม่มีคำว่าสายเกินไป และ “ชาร์ลส์ เทย์เลอร์” ผู้เป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ “เพชรสีเลือด” (Blood Daimond) ก็คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่พิสูจน์ให้เห็น
ศาลโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้มีคำพิพากษาครั้งประวัติศาสตร์ในสัปดาห์นี้ว่า อดีตประธานาธิบดี ชาร์ลส์ เทย์เลอร์ แห่งไลบีเรีย มีความผิดจริงในข้อหาเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมสงคราม และการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำประเทศถูกศาลตัดสินให้มีความผิด นับตั้งแต่มีการพิจารณาคดีกลุ่มนาซีที่นูเรมเบิร์ก เมื่อกว่า 40 ปีก่อน
เทย์เลอร์ ถูกตั้งข้อหา 11 กระทงเกี่ยวกับการฆาตกรรม ข่มขืน เกณฑ์เด็กๆ ไปบังคับเป็นทหาร และมีการบังคับเป็นทาสทางเพศ ระหว่างที่เกิดสงครามกลางเมืองในประเทศเซียร์ราลีโอน ซึ่งเจ้าตัวเป็นประธานาธิบดีของไลบีเรียอยู่ในขณะนั้น สงครามดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึงกว่า 5 หมื่นคน
สงครามกลางเมืองระหว่างปี 2534–2545 เป็นที่ทราบดีถึงความโหดร้ายและอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมถึงการข่มขืน การบังคับผู้หญิงให้เป็นทาสทางกามารมณ์ การฆ่าตัดคอและชำแหละศพ และความน่าหวาดกลัวในรูปแบบต่างๆ ที่ก่อขึ้นโดยเหล่านักรบ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นทหารเด็กจำนวนมาก
ข้อความหนึ่งจากการอ่านคำพิพากษาของศาล ระบุถึงความสยดสยองดังกล่าวเอาไว้ว่า พลเรือนคนหนึ่งถูกสังหารท่ามกลางสายตาของสาธารณชนทุกคู่ จากนั้นได้ถูกชำแหละและมีการนำลำไส้ไปขึงบนถนนเพื่อทำเป็นด่านตรวจ ส่วนเด็กและสตรีก็ถูกข่มขืนในที่สาธารณะ ผู้คนถูกเผาทั้งเป็นภายในบ้านของตัวเอง โดยสิ่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน
ในการอ่านคำพิพากษานานกว่า 2 ชั่วโมง ศาลมีคำตัดสินว่าอดีตผู้นำไลบีเรีย วัย 64 ปี มีความผิดจริงฐานเป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏอาร์ยูเอฟ ทั้งเงินทุน อาวุธ และสิ่งจำเป็นต่างๆ เพื่อแลกกับเพชรในเซียร์ราลีโอน หรือที่รู้จักกันดีไปทั่วโลกว่า เพชรสีเลือด ที่เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วในชื่อเดียวกันเมื่อปี 2549
มีรายงานว่าในจำนวนเพชรที่เทย์เลอร์ ได้มา มีเพชรขนาด 45 กะรัต 1 เม็ด และเพชรขนาด 25 กะรัต 2 เม็ดรวมอยู่ด้วย
คดีดังกล่าวซึ่งมีกระบวนการพิจารณาคดีมานานถึง 5 ปี ได้รับความสนใจจากทั่วโลกมากขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน หลังจากที่นางแบบระดับซูเปอร์โมเดล “นาโอมิ แคมป์เบลล์” ถูกกล่าวหาว่าเคยได้รับเพชรเป็นของขวัญระหว่างที่พบกับเทย์เลอร์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแห่งหนึ่ง ซึ่งแคมป์เบลล์นั้นถูกอัยการเรียกตัวไปเป็นพยานในภายหลัง เพื่อเป็นหลักฐานมัดว่าเทย์เลอร์รู้ดีว่ามีการค้าอาวุธแลกกับเพชร
แม้อดีตผู้นำไลบีเรียจะพ้นผิดในข้อกล่าวหาที่ว่าเป็นผู้สั่งการหรือวางแผนให้มีการกระทำทารุณต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลให้การตัดสินโทษในเดือน พ.ค.นี้ มีบทลงโทษที่รุนแรงน้อยลง ทว่าบรรดานักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนต่างก็ยินดีกับการตัดสินครั้งนี้ โดยมองว่าเป็นเหมือนการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้นำเผด็จการทั้งหลายในพื้นที่ขัดแย้งทั่วโลกไปในตัวด้วย
“การตัดสินคดี เทย์เลอร์ เป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่า แม้จะอยู่ในตำแหน่งสูงสุด คุณก็สามารถถูกดำเนินคดีในอาชญากรรมต่างๆ ที่ทำลงไปได้ หลังคดีที่นูเรมเบิร์กเป็นต้นมา ก็ไม่มีศาลอาชญากรสงครามใดๆ เลยที่ตัดสินลงโทษผู้นำประเทศ นี่คือชัยชนะของเหยื่อในเซียร์ราลีโอน และทุกคนที่แสวงหาความยุติธรรมจากการล่วงละเมิดอันโหดร้ายอย่างถึงที่สุด” เอลลิส เคปเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของกลุ่มสิทธิมนุษยชนฮิวแมนไรต์วอตช์ กล่าวกับรอยเตอร์ส







