
ไอเอ็มเอฟระดมทุน กองทุนฉุกเฉินทะลุเป้า
ไอเอ็มเอฟระดมทุนกองทุนฉุกเฉินตั้งเกราะป้องกันโลกจากวิกฤตหนี้ยูโรโซนได้ทะลุเป้าเกิน 4 แสนล้านเหรียญ บริคส์โอเคยอมช่วย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ไอเอ็มเอฟระดมทุนกองทุนฉุกเฉินตั้งเกราะป้องกันโลกจากวิกฤตหนี้ยูโรโซนได้ทะลุเป้าเกิน 4 แสนล้านเหรียญ บริคส์โอเคยอมช่วย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็ม เอฟ) สามารถระดมทุนได้เกินเป้าเข้าสมทบในกองทุนฉุกเฉิน เพื่อรับมือกับวิกฤตหนี้ยูโรโซนที่อาจจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก กลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ไฟเขียวร่วมสมทบทุนแต่ยังมีความวิตกกังวลกันว่า ไอเอ็มเอฟจะนำเงินไปช่วยเหลือกลุ่มยูโรโซนแทนที่จะกันไว้สำหรับการช่วยเหลือประเทศสมาชิก
ไอเอ็มเอฟระบุว่า กลุ่มบริคส์ อันประกอบไปด้วย จีน รัสเซีย อินเดีย และบราซิล ได้ให้คำมั่นที่จะสมทบทุนเข้ากองทุนฉุกเฉินในครั้งนี้ทำให้ปริมาณเงินทุนบรรลุเป้าหมายเกินกว่า 4 แสนล้านเหรียญ ไปอยู่ที่ 4.3 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามากกว่าศักยภาพการปล่อยกู้ของไอเอ็มเอฟมากกว่าเท่าตัวทีเดียว
คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า ตัวเลขเงินสมทบทุนที่ได้นั้น ถือว่าเป็นสัญญาณอันแข็งแกร่งจากประชาคมโลกที่จะช่วยร่วมกันแก้ปัญหา และสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการเงินโลก และยังจะช่วยให้เส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกนั้นกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศบริคส์ และกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดกลางในที่สุดก็ให้คำมั่นที่จะสมทบทุนช่วยเหลือเป็นเงิน 6.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่กลุ่มยูโรโซนให้อยู่ที่ 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อีก 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐมาจากญี่ปุ่น ส่วนอังกฤษ เกาหลีใต้ และซาอุดีอาระเบียได้ให้ชาติละ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เหลือมาจากกลุ่มประเทศสแกนดินีเวีย รัฐบาลชาติยุโรปอื่นๆ และสิงคโปร์
“เราต่างเห็นด้วยว่าถือเป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องตั้งเกราะป้องกันในช่วงนี้” ธาร์มัน ชันมุกรัตนัม ประธานของคณะกรรมการด้านการกำหนดนโยบายของไอเอ็มเอฟ ชาวสิงคโปร์ กล่าว
กระนั้นก็ตาม ธาร์มันย้ำว่า แม้ว่าการสร้างเกราะป้องกันจะเป็นเรื่องจำเป็น แต่การแก้ไขปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ ยุโรปจำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหางบประมาณของตัวเอง และต้องดำเนินการปฏิรูปที่โครงสร้างเพื่อเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุของวิกฤตนี้
การระดมทุนของไอเอ็มเอฟในครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากที่ไอเอ็มเอฟ ได้ให้คำมั่นที่จะให้เงินช่วยเหลือนับหมื่นล้านเหรียญให้กับโปรตุเกส ไอร์แลนด์ และกรีซ อีกทั้ง การสมทบทุนครั้งนี้ยังถือเป็นการทดสอบกลุ่มประเทศบริคส์ ว่าจะให้การสนับสนุนไอเอ็มเอฟมากเพียงใดอีกด้วย
ในการประชุมร่วมกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ 24 ประเทศเมื่อวานนี้ คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ ยืนยันว่า กองทุนฉุกเฉินล่าสุดนั้นจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการช่วยเหลือยุโรปแน่นอน แต่จะนำไปใช้เพื่อการช่วยเหลือชาติสมาชิกไอเอ็มเอฟทุกชาติ
ทั้งนี้ ในการระดมทุนดังกล่าว แคนาดาและสหรัฐ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกที่ไม่มีส่วนร่วมด้วย ทำให้ไอเอ็มเอฟ ต้องลดเป้าการระดมทุนจากเดิมที่ 5 แสนล้านเหรียญลงมาอยู่ที่ 4 แสนล้านเหรียญแทน หลังจากที่การระดมทุนดังกล่าวถูกต่อต้านจากประเทศผู้บริจาคจำนวนไม่น้อยเพราะเห็นว่า ไอเอ็มเอฟ อาจจะนำเงินไปช่วยอุ้มยุโรปแทนที่จะช่วยสมาชิกทุกชาติในโลกแทน
ทั้งรัฐบาลกรุงวอชิงตัน และแคนาดาต่างย้ำว่า ยุโรป มีเงินทุนของตัวเองอย่างเพียงพอที่จะหยุดวิกฤตของตัวเอง และฟื้นความมั่นใจขึ้นเองได้ โดยทางด้าน จิม ฟลาเฮอร์จี รัฐมนตรีคลังแคนาดา กล่าวว่า แคนาดาไม่ต้องการที่จะสมทบทุนในกองทุนที่ดูเหมือนว่าจะนำไปช่วยยุโรป และประเทศต่างๆ ก็มีความวิตกกังวลเช่นนี้เหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากชาติยุโรปมีอิทธิพลอยู่ในไอเอ็มเอฟมาก ซึ่งทำให้สมาชิกของยูโรโซนมักจะได้รับการปฏิบัติต่อจากไอเอ็มเอฟที่ดีกว่า
“มีความไม่สบายใจนักต่อเรื่องนี้ ไอเอ็มเอฟไม่ควรจะปฏิบัติกับใครก็ตามแบบแตกต่างกัน และความเป็นจริงก็คือ ชาติยุโรปนั้นร่ำรวยมาก และเราก็บอกพวกเขามาหลายครั้งแล้วว่าพวกเขาควรจะตั้งกองทุน และแก้ปัญหาด้วยตัวของพวกเขาเอง” จิม กล่าว
ขณะที่ทางด้าน กุยโด แมนเตกา รัฐมนตรีคลังบราซิล หนึ่งในประเทศสมาชิกบริคส์ แสดงความวิตกกังวลว่า ระบบโควตาการออกเสียงของไอเอ็มเอฟนั้นก็ยังให้พลังการโวตกับยุโรป และสหรัฐมากกว่าชาติอื่นๆ อย่างเช่นบราซิล ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกนั้นมีเสียงโหวตเพียงครึ่งหนึ่งของอังกฤษ ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่ามาก
“ไอเอ็มเอฟจำเป็นที่จะต้องได้รับการจัดการที่ดีพอ และไร้ซึ่งอคติ ถ้าหากยังต้องการความชอบธรรมในการดำเนินงานอยู่” กุยโดกล่าว







