
โลกอ่อนไหวธรณีเขย่าตุรกีอีกตายอื้อ
สั่นแต่เช้ารุนแรง6.0ริกเตอร์ บ้านพังระนาวตายแล้วครึ่งร้อย
โพสต์ทูเดย์
— ตุรกีเหยื่อรายล่าสุดแผ่นดินไหวแรง 6.0 ริกเตอร์ ดับแล้วครึ่งร้อยโลกสั่นสะเทือนไม่หยุด เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เกิดเหตุแผ่นดินไหววัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.0 ริกเตอร์ เขย่าภาคตะวันออกของตุรกี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 57 คน และคาดว่าผู้เสียชีวิตจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย
สำหรับเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีขึ้นให้หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรง 8.8 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งชิลีไปไม่ถึง 10 วัน
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ตุรกีต่างพยายามเร่งมือค้นหาเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังกันอย่างเร่งด่วน ซึ่งหมู่บ้านหลายแห่งในเมืองการาโกคัน ในพื้นที่จังหวัดอีลาซิก นั้นได้รับความเสียหายรุนแรง อีกทั้งในพื้นที่ดังกล่าวบ้านเรือนประชาชนจะสร้างด้วยอิฐดินเหนียว
ทั้งนี้ แรงสั่นสะเทือนในครั้งนี้มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 5 กิโลเมตร โดยเริ่มสั่นไหวขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่เมื่อเวลาประมาณ 04.32 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งชาวบ้านยังคงนอนหลับกันอยู่
ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเมืองอีลาซิก กล่าวว่า ในขณะนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 57 คน ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 100 คนทีเดียว
สำหรับหมู่บ้านออกคูมาร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด ซึ่งมีประชาชนอยู่ราว 900 คนเท่านั้น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยก็เร่งมืออกช่วยเหลือแล้ว ในขณะที่ยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกเขย่าแผ่นดินเป็นระยะๆ
ด้านองค์กรการกุศล
“เรด เครสเซนต์” ได้ยื่นมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยได้นำเต็นท์ ผ้าห่ม อาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์ต่างๆ ส่งไปยังพื้นที่ขณะที่หมู่บ้านยูการี คานัตลี ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ได้รับความเสี่ยหายหนักจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ซึ่งอาคารบ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยอิฐดินเหนียว ซึ่งได้รับความเสียหายรุนแรง
ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี เซมิล ซิเซ็ก ได้เดินทางลงพื้นที่เกิดเหตุในทันที ส่วนทางด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สาขาตุรกี รายงานว่า แรงสั่นสะเมือนยังสามารถรู้สึกได้ในหลายจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ประชาชนต่างตื่นตระหนกและวิ่งหนีไปอยู่ในพื้นที่โล่งตามท้องถนน
อย่างไรก็ตาม โชคดีที่พื้นที่เกิดเหตุในครั้งนี้ไม่ใช่พื้นที่ที่มีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น ต่างจากเมื่อเดือน ส.ค. และ พ.ย. ปี 1999 ที่เกิดแผ่นดินไหวถล่มตุรกีขึ้นถึง 2 ครั้ง ในพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่นและเป็นแหล่งอุตสาหกรรม ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปราว 2 หมื่นคนทีเดียว







