posttoday
จีนอาการแย่เอฟดีไอร่วง5เดือนติด

จีนอาการแย่เอฟดีไอร่วง5เดือนติด

18 เมษายน 2555

ชี้หนี้ยุโรปค่าแรงแพงเป็นเหตุหวั่นสะเทือนแผนคลายหยวน

ชี้หนี้ยุโรปค่าแรงแพงเป็นเหตุหวั่นสะเทือนแผนคลายหยวน

เอฟดีไอจีน หดตัว 5 เดือนติดกัน นักวิเคราะห์ชี้หยวนแข็ง ค่าแรงแพงเป็นเหตุหลัก จีนหวั่นวิกฤตยุโรปสะเทือนลงทุน

กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า ยอดปริมาณการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เข้ามาในจีนรอบเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีปริมาณลดลงที่ 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือราว 11,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าการหดตัวของยอดเอฟดีไอในเดือนนี้ถือเป็นการหดตัวในเดือนที่ 5 ติดต่อกันแล้ว

รายงานได้ระบุโดยอ้างถ้อยแถลงของ เฉินตานหยิง โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ที่กล่าวว่า การหดตัวของปริมาณเอฟดีไอในเดือนที่ 5 ติดต่อกันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตหนี้ยุโรป โดยเห็นได้จากยอดปริมาณเอฟดีไอจากยุโรปที่เข้ามาลงทุนในจีนของไตรมาสแรก ในปีนี้หดตัวลงถึง 31.2% เมื่อเทียบกับจากช่วงไตรมาสแรกของปีก่อน หรือที่ 1,400 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่จีนต้องเผชิญกับการแข่งขันที่มาจากตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ที่เข้ามาดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไป

นอกจากนี้ การหดตัวของเอฟดีไอก็ยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อการปรับทิศทางค่าเงินให้หยวนแข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐของจีนในปัจจุบันนี้อีกด้วย

“การขยายตัวของจีดีพีจีนในไตรมาสแรกของปีนี้ต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา และการออกมาตรการขยายช่วงอัตราสูงสุดและต่ำสุดของการแลกเปลี่ยนค่าเงินระหว่างหยวนและเงินเหรียญสหรัฐ ข้างละ 1% เมื่อเร็วๆ นี้ ก็บ่งชี้ว่าจีนต้องแบกรับการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินทั้งสองด้านหนักขึ้นอีก ขณะที่แนวโน้มการลงทุนก็ยังคงซบเซา เนื่องมาจากผลกระทบของวิกฤตการณ์หนี้ยุโรป และการแข่งขันที่สูงขึ้นจากประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ ที่ต้องการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ” เฉิน กล่าว

นักวิเคราะห์มองว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้การหดตัวของเอฟดีไอที่ต่อเนื่องกันนั้น เป็นเพราะว่าแรงดึงดูดของจีนที่มีต่อนักลงทุนจากต่างประเทศกำลังเริ่มเสื่อมมนต์ขลังลงไปทุกขณะ

อีกทั้ง เมื่อต้องเผชิญกับสภาวะค่าเงินหยวนที่แข็งค่าขึ้นอันเกิดมาจากนโยบายที่ต้องการลดการควบคุมการแลกเปลี่ยนค่าเงิน ประกอบกับที่ต้นทุนค่าแรงภายในจีนที่สูงขึ้นขึ้น ก็ยิ่งทำให้นักลงทุนจากต่างชาติไม่อยากเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นไปอีก

“การหดตัวของเอฟดีไออย่างต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้ยอดเงินเกินดุลที่ได้จากการส่งออกลดน้อยลง และจะยิ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อการปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้นของจีนในปัจจุบันอีกด้วย” ดาริอุส โควักซ์ นักวิเคราะห์ จากธนาคารเครดิตอกริโกร ซีไอบี สาขาฮ่องกง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางด้านกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า แม้ว่ายอดเอฟดีไอของจีนจะปรับลดอย่างต่อเนื่อง แต่ยอดปริมาณการลงทุนในต่างประเทศของจีนไม่ว่าจะเป็นการลงทุนสร้างโรงงานหรือการซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศ กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินในไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 94.5% ทีเดียว เมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน