posttoday
พม่าคืบหน้าปฏิรูปประเทศ หวังตะวันตกเลิกคว่ำบาตร

พม่าคืบหน้าปฏิรูปประเทศ หวังตะวันตกเลิกคว่ำบาตร

08 เมษายน 2555

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น

ข่าวคราวของประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่าง พม่า เพราะเป็นสัปดาห์ที่มีการเลือกตั้งซ่อมครั้งประวัติศาสตร์ขึ้น

และเป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ หลัง อองซานซูจี นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญของพม่า ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อมครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา

พรรคเอ็นแอลดีสามารถกวาดที่นั่งในการเลือกตั้งซ่อมได้ 43 ที่นั่งจากทั้งหมด 45 ที่นั่ง โดยอองซานซูจีสามารถคว้าชัยในเขตกอว์มูได้อย่างถล่มทลาย โดยได้รับคะแนนเสียงราว 99% ส่งผลให้อองซานซูจีคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรพม่าเป็นครั้งแรก

อองซานซูจี ประกาศว่า พม่ากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ โดยผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ชัยชนะของพรรค แต่เป็นชัยชนะของประชาชนพม่าที่ตัดสินใจมีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองของประเทศ พร้อมออกมาเรียกร้องให้แต่ละพรรคหันมาร่วมมือกันเพื่อสร้างบรรยากาศความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในพม่า

พม่าคืบหน้าปฏิรูปประเทศ หวังตะวันตกเลิกคว่ำบาตร

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กลับมองว่า ชัยชนะของอองซานซูจีและพรรคเอ็นแอลดีไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากนัก เพราะเป็นเสียงส่วนน้อยในสภา โดยมีเพียง 43 เสียงจากทั้งหมด 664 เสียง

ขณะเดียวกัน ผู้นำชาติสมาชิกประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ร่วมกันเรียกร้องให้ต่างชาติยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรพม่าทั้งหมด หลังการเลือกตั้งซ่อมครั้งที่ผ่านมาเป็นไปอย่างโปร่งใสและสะท้อนให้เห็นถึงความจริงใจของรัฐบาลพม่าในการปฏิรูปประเทศ

ขณะที่ฝรั่งเศสให้คำมั่นว่า ฝรั่งเศสพร้อมทำหน้าที่เรียกร้องให้ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่า ในระหว่างการประชุมสุดยอดของรัฐมนตรีต่างประเทศอียู ที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 เม.ย. ที่ลักเซมเบิร์ก เพื่อแสดงความสนับสนุนการดำเนินการปฏิรูปประเทศเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยของพม่า

นอกจากนี้ รัฐบาลพม่าเริ่มลอยตัวค่าเงินสกุลจ๊าดเมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยใช้ระบบลอยตัวแบบจัดการ ซึ่งหมายความว่า แม้อัตราแลกเปลี่ยนจะถูกกำหนดโดยตลาดในขั้นแรก แต่ธนาคารกลางสามารถเข้าแทรกแซงได้ทุกเมื่อ

ธนาคารกลางพม่าประกาศค่ากลางของเงินจ๊าดเป็นอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงที่ 818 จ๊าดต่อเหรียญสหรัฐ โดยอัตราอ้างอิงนั้นถูกกำหนดหลังการประมูลของธนาคารเอกชนและรัฐราว 10 แห่ง

ทั้งนี้ การลอยตัวค่าเงินสกุลจ๊าด ถือเป็นการลดช่องว่างค่าเงินในอัตราแลกเปลี่ยนของทางการกับตลาดมืดที่แตกต่างกันมากกว่า 100 เท่า เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนในตลาดมืดอยู่ที่ราว 800 จ๊าดต่อเหรียญสหรัฐ ทว่าอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 6 จ๊าด ต่อเหรียญสหรัฐเท่านั้น

การลอยตัวค่าเงินในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการผลิตและเกษตรของประเทศ และจะช่วยป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐที่มักหาผลประโยชน์จากช่องว่างของอัตราแลกเปลี่ยนของทางการและของตลาดมืดอีกด้วย

ขณะเดียวกัน การเจรจาหยุดยิงระหว่างรัฐบาลพม่าและสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลกลุ่มใหญ่ที่สุดในพม่าครั้งที่ 2 ซึ่งมีขึ้นที่เมืองผาอัน เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยงเปิดฉากขึ้นแล้ว โดยการเจรจาดังกล่าวครอบคลุมถึงการร่างแนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อยุติสงครามกลางเมืองและการปะทะกันอันยืดเยื้อ

การเจรจาดังกล่าว ถือเป็นความคืบหน้าล่าสุดของการดำเนินการตามแผนการปรองดองกับชนกลุ่มน้อยในประเทศทั้ง 16 กลุ่ม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแผนปฏิรูปประเทศเพื่อไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลร่างไว้ 3 ข้อ โดยก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

พม่าคืบหน้าปฏิรูปประเทศ หวังตะวันตกเลิกคว่ำบาตร

 

นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่มเคเอ็นยูมีกำหนดเข้าเจรจากับอองซานซูจี ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นการหารือครั้งสำคัญครั้งแรกของอองซานซูจี ในฐานะนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุด

ปิดม่านประชุมอาเซียน

ผู้นำเสียงแตกยุติพิพาททะเลจีนใต้

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 20 ที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา ระหว่างวันที่ 2-4 เม.ย. ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานว่า เกิดความไม่ลงรอยกันครั้งใหญ่ระหว่างบรรดาผู้นำ 10 ประเทศสมาชิก กรณียุติข้อพิพาทเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้

ผู้นำอาเซียนไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะเชิญ จีน ซึ่งเป็นประเทศผู้พิพาทหลักเข้าร่วมการเจรจาร่างแนวทางปฏิบัติเพื่อหาข้อสรุปในกรณีพิพาทร่วมกัน (ดีโอซี) ตามข้อเสนอของกัมพูชาหรือไม่ หลังฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม เห็นพ้องให้มีการร่างขึ้นภายในอาเซียน ก่อนที่จะนำร่างดังกล่าวไปเสนอให้จีน

ทั้งนี้ จีนและอีก 5 ชาติสมาชิกอาเซียน ได้แก่ เวียดนาม ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และบรูไน ต่างอ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำในทะเลจีนใต้ ซึ่งเต็มไปด้วยแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุ และเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ทางทหารและเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญ ซึ่งในขณะนี้จีนอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทั้งหมด จนนำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงสิทธิในการทำประมง

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมอาเซียนได้มีมติเรียกร้องให้ตะวันตกยกเลิกคว่ำบาตรพม่าในทันที โดยรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะเตรียมดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่ออียูให้มีการประกาศยุติคว่ำบาตรพม่าทางเศรษฐกิจในทันที

นอกจากนี้ ผู้นำชาติอาเซียนยังออกแถลงการณ์แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติโครงการที่มีเป้าหมายระงับโครงการยิงจรวดพิสัยไกลของเกาหลีเหนือ เพราะการกระทำใดๆ อาจยิ่งส่งผลให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเลวร้ายลง

ทั้งนี้ รัฐบาลกรุงเปียงยางประกาศยิงจรวดพิสัยไกลเพื่อส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศในระหว่างวันที่ 12-16 เม.ย. โดยตะวันตกมองว่า เกาหลีเหนือพยายามลักลอบทดสอบขีปนาวุธผ่านการยิงจรวด ซึ่งเกาหลีเหนือกล่าวปฏิเสธและยืนยันว่า แผนการยิงจรวดเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 100 ปีของ คิมอิลซุง ผู้ก่อตั้งประเทศ

ยุโรปยังโคม่า ว่างงานพุ่งสูงสุดรอบ 15 ปี

ศก.สเปนร่อแร่ ส่อตามรอยกรีซ

ด้านสถานการณ์ฝั่งยุโรป ดูเหมือนว่าวิกฤตหนี้สาธารณะจะทวีความรุนแรงขึ้น หลังสำนักงานข้อมูลยุโรป (ยูโรแสตต) เปิดเผยว่า อัตราการว่างงานในกลุ่มยูโรโซน 17 ชาติ ที่ใช้เงินสกุลยูโรพุ่งขึ้นแตะ 10.8% ในเดือน ก.พ. และเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 15 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นที่ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 10 แล้ว

ขณะที่ สเปน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยูโรโซน เริ่มส่ออาการไม่สู้ดี หลังกระทรวงการคลังสเปนคาดการณ์ว่าระดับหนี้สาธารณะต่อผลผลิตมวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) จะพุ่งขึ้นจากเดิมที่ 68.5% ไปแตะ 79.8% เกินกว่าเพดานที่กลุ่มยูโรโซนกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60% สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนว่าสเปน อาจเป็นประเทศถัดไปที่ต้องเดินตามรอยกรีซ

ขณะเดียวกัน อัตราการว่างงานในสเปนปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกัน โดยพุ่งขึ้นไปแตะที่ 9.63% แล้ว ในเดือน มี.ค. คิดเป็นคนว่างงานถึง 4.75 ล้านคน ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติเมื่อปี 2539 และยังคาดว่าเศรษฐกิจสเปนในปีนี้จะถดถอยอยู่ที่ 1.7% หลังจากเมื่อปีที่แล้วเกิดการขยายตัวน้อยมาก ที่ 0.7% เท่านั้นเอง

นอกจากนี้ มีรายงานอีกว่าสกุลเงินยูโรส่ออ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 แตะที่ 1.3068 เหรียญสหรัฐ หลังร่วงหนัก 1.3035 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค. หลังนักลงทุนเกิดความกังวลต่อสถานการณ์หนี้ของสเปนว่าอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นจนจุดชนวนวิกฤตหนี้ยุโรประลอกใหม่


 

 

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา