
เอเชียจ่อเพิ่มทุนสกัดหนี้
อาเซียนบวกสาม เล็งอัดฉีดเงินกองทุนสำรองพหุภาคีซีเอ็มไอเอ็ม หวั่นวิกฤตหนี้ยุโรปลาม
อาเซียนบวกสาม เล็งอัดฉีดเงินกองทุนสำรองพหุภาคีซีเอ็มไอเอ็ม หวั่นวิกฤตหนี้ยุโรปลาม
เว่ยเปิงหัว ผู้อำนวยการสำนักงาน วิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียนบวกสาม ในสิงคโปร์ เปิดเผยว่า รองรัฐมนตรีคลังในกลุ่มอาเซียนบวกสาม มีกำหนดหารือประเด็นอัดฉีดเงินเพิ่มเติมในกองทุนสำรอง พหุภาคีภายใต้มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ (ซีเอ็มไอเอ็ม) เพื่อป้องกันผลกระทบจากวิกฤตหนี้ยุโรปที่อาจลุกลามมาเอเชีย และเพื่อเป็นการลดการพึ่งพาแหล่งเงินทุนเดิมจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) หลังยุโรปต้องการเงินทุนดังกล่าวเพื่อยับยั้งวิกฤตหนี้
รองรัฐมนตรีคลังทั้งหมดจะประชุมกันที่กรุงพนมเปญของกัมพูชาในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือกระบวนการอัดฉีดเงินเพิ่มเติมในกองทุนซีเอ็มไอเอ็ม ซึ่งก่อตั้งโดย กลุ่มอาเซียนบวกสาม หรือ 10 ชาติ สมาชิกอาเซียน รวมกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เพื่อใช้เป็นแหล่งกู้ยืมของประเทศสมาชิกที่ประสบปัญหาสภาพคล่องจากการสำรองอัตราแลกเปลี่ยน จากเดิมที่ 1.2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (36 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นเป็น 2.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (72แสนล้านบาท) ก่อนส่งร่างดังกล่าวให้รัฐมนตรีคลังอนุมัติภายในเดือน พ.ค.
การอัดฉีดเงินกองทุนเพิ่มเติม จะเปิดทางให้ประเทศต่างๆ เช่น อินโดนีเซีย หรือไทย ซึ่งเคยได้รับเงินกู้จากไอเอ็มเอฟ สามารถใช้เป็นแหล่งเงินทุนป้องกันยามเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจได้ เนื่องจากไอเอ็มเอฟจำเป็นต้องอัดฉีดเงินเพื่อแก้วิกฤตหนี้ยุโรปถึงราว 80% ของจำนวนเงินในกองทุนทั้งหมดในปี 2557
“เศรษฐกิจโลกอ่อนแอและวิกฤตหนี้ยุโรปที่ทวีความรุนแรง ล้วนส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลและตลาดไร้เสถียรภาพ ประเทศต่างๆ จึงจำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อป้องกันวิกฤตลามมากเท่าที่จะทำได้”ไท หุย นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดกล่าว
ทว่า ราวี เมนอน ผู้อำนวยการธนาคารกลางสิงคโปร์ กล่าวว่า แม้เอเชียจะเพิ่มทุนเพื่อป้องกันวิกฤตหนี้ลาม แต่ภูมิภาคเอเชียยังคงต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินจากไอเอ็มเอฟเป็นหลักอยู่เช่นเดิม







