
3 ยอดขุนพล แผ่นดินเดือด
ด้วยศึกภายในตระกูลโอดะเกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่หลายปี ประกอบกับ ไซโต้ โดซัน
3 ยอดขุนพล แผ่นดินเดือด (3)
ด้วยศึกภายในตระกูลโอดะเกิดขึ้นต่อเนื่องอยู่หลายปี ประกอบกับ ไซโต้ โดซัน ผู้เป็นพ่อตาและเป็นกำลังหนุนของโนบุนากะก็ได้ถูกโค่นอำนาจลงแล้วด้วยลูกชายแท้ๆ ทำให้ อิมากาวะ โยชิโมโต แห่งแคว้นซุรุงะ ประเมินว่าถึงเวลาแล้วที่ควรแผ่อิทธิพลกินแดนแคว้นโอวาริที่อ่อนแอ
ปีเอรกกุที่ 3 เดือน 5 วันที่ 12 อิมากาวะ โยชิโมโต นำทัพใหญ่เคลื่อนที่ออกจากซุมบุ เมืองหลวงของแคว้นซุรุงะ มุ่งสู่แคว้นโอวาริ ระหว่างทางมีบัญชาให้เจ้าปราสาทคุซึคาเคะ หัวเมืองขอบแคว้นชายแดนระหว่างซุรุงะกับโอวาริ ชื่อ มัตซึไดระ โมโตยาสึ (: ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น โตกุกาวะ อิเอะยาสึ) ได้นำกำลังทหารและเสบียงมาสมทบที่ปราสาทโอดากะ
ทางโยชิโมโตวางแผนไว้ว่าจะบุกล้อมปราสาทคิโยสึแล้วถล่มโจมตีแบบประชิดตัว ด้วยจำนวนทหารที่มีมากกว่าหลายเท่าตัวเช่นนี้ ถือเป็นการได้เปรียบทางการศึกและจะมีโอกาสชนะที่สูงกว่ามาก ตี 3 ของวันที่ 19 มัตซึไดระ โมโตยาสึ กับ อะซะฮินะ ยาสึโตโม รับหน้าที่เป็นหน่วยทะลวงฟันเปิดฉากโจมตีกับกำลังทหารแคว้นโอวาริที่ป้อมมารุเนะ และป้อมวาชิซึ
ทางโนบุนากะ เมื่อม้าเร็วแจ้งข่าวการถูกโจมตี โนบุนากะตื่นขึ้นมาแต่งตัวในชุดพร้อมรบแล้วก็ร่ายรำอะซึโมริ (: พิธีกรรมร่ายรำเสกยุทโธปกรณ์) ปัดพัดโบกลมเสกเครื่องยุทธ์ แล้วจึงสวมใส่ชุดเกราะ หมวกเหล็ก ในราวตี 4 นั้น จึงได้ออกศึกพร้อมกองคุ้มกันเพียงเล็กน้อย 8 โมงเช้า โนบุนากะแวะขอพรที่ศาลเจ้าอะซึตะ ( : ศาลเจ้าที่สถิตของพระแสงดาบอามาโนะมุราคุโมโนะซึรุกิ หนึ่งในเครื่องไตรราชกกุธภัณฑ์ของญี่ปุ่น) แล้วสายวันนั้น โนบุนากะและหน่วยติดตามก็เข้าสมทบกับกำลังพล 2,000 นายที่ป้อมวัดเซนโจ ร่วมปิดล้อมปราสาทนารุมิ
อีกด้าน ที่ป้อมมารุเนะของ ซากุมะ โมริชิเกะ ตอนนี้มีกำลังพลเพียง 500 นาย ตัดสินใจทิ้งฐานที่มั่นเพื่อจะไปสมทบกับกำลังของ อิโนะโอ ทาดะมุเนะ ที่ป้อมวาชิซึ แต่ทว่า อิมากาวะวางแผนดักทางไว้ ให้มัตซึไดระนำกำลังปะทะกับโมริชิเกะ แล้วใช้ทัพใหญ่บดขยี้ป้อมวาชิซึ ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จงดงาม โมริชิเกะตายกลางสนามรบ ส่วนที่ป้อมวาชิซึ โนบุนากะก็ต้องเสีย ทาดะมุเนะและโอดะ ฮิเดะโตชิ ผู้ดูแลป้อมไป
ช่วงเที่ยง โยชิโมโตบัญชาการทัพให้บุกต่อไปทางปราสาทคุซึคาเคะ โนบุนากะตัดสินใจนำทัพเข้าที่มั่นที่ป้อมนากาชิมะ เตรียมประจันหน้ากับทัพใหญ่ของอิมากาวะ แต่ก่อนที่ทัพของโนบุนากะมาถึง ซัสซะ มาซาซึกุ กับ เซนชู สุเอทาดะ ผู้ดูแลป้อมนากาชิมะ นำกำลัง 300 นาย ออกปะทะทัพหน้าของอิมากาวะ เพื่อรักษาที่มั่นให้โนบุนากะ แต่ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่าพวกเขาก็ถูกบุกขยี้ในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว
บ่ายโมงเศษ สายฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาอย่างกะทันหัน ทัศนวิสัยปิดตัวมองไปไม่ได้ไกลมาก ทหารฝั่งอิมากาวะชะลอการโจมตีลง เมื่อฝนจางลงในช่วงบ่าย 2 โมง ทัพของโนบุนากะก็ตั้งประชิดกับทัพใหญ่ของอิมากาวะแล้ว ทัพใหญ่ของอิมากาวะมีราว 2 หมื่นนาย หากแต่ทัพของโนบุนากะมีเพียง 2,000 นาย โนบุนากะแปรทัพย่อยออกเป็นหลายสาย สลายกระบวนทัพของอิมากาวะ ให้ทุกหน่วยย่อยมุ่งเน้นเข้าตีหัวหมู่นายกองบังเกิดเป็นความโกลาหลไปทั่วทั้งทุ่งศึก โนบุนากะนำหน่วยติดตามและกำลังคุ้มกันมุ่งเข้าที่ทัพเอกที่โยชิโมโตบัญชาการอยู่ ให้แปลกที่เหมือนกับว่าทัพของโยชิโมโตเหมือนต้องมนต์นะจังงังเข้า เหล่าไพร่พลในทัพเอกของโยชิโมโตกลับยืนนิ่งเหมือนหุ่นฟางให้โนบุนากะและหน่วยทหารฟาดฟันล้มตายเป็นเบือ เพียงชั่วไม่นานโนบุนากะก็เข้าถึงตัวโยชิโมโตได้
ในบันทึกขุนท้าวโนบุนากะ บันทึกว่า โยชิโมโตลุกลี้ลุกลนหนีลงจากรถศึก แล้วซุกตัวเข้าในวงล้อมของกองคุ้มกัน 30 นาย ฮัตโทริ คาซึทาดะ หนึ่งในหน่วยจตุลังคบาทม้าศึกของโนบุนากะพุ่งเข้าปะทะก่อน แต่ถูกกองคุ้มกันของโยชิโมโตฟันเอาที่เข่าด้านขวา ในระหว่างนั้นโยชิโมโตขึ้นหลังม้าของพลคุ้มกันหมายที่จะหนีศึก แต่ทว่า โมริ โยชิคาซึ นายทหารหนุ่มผู้ติดตามกระโดดเข้าคว้าตัวของโยชิโมโตได้ ว่ากันว่าโยชิโมโตกัดนิ้วของโยชิคาซึเกือบขาด แต่ในที่สุดคมดาบของโยชิคาซึก็ลงบั่นคอของโยชิโมโตขาดติดมือมา เสียงของเหล่าทหารที่ติดตามโนบุนากะก็ตะโกนก้องออกมา “แม่ทัพอิมากาวะตายแล้ว” กลายเป็นเสียงโห่ร้องอื้ออึง ทำให้เหล่าทหารของอิมากาวะหมดกำลังใจยอมทิ้งดาบจำนนศึก
เสร็จศึก โนบุนากะสั่งให้จับแม่ทัพ หัวหมู่ นายกอง ของทัพใหญ่อิมากาวะมัดหลักแล้วปล่อยลอยแพไป พวกทหารเลวให้ส่งกลับแคว้นซุรุงะ และด้วยการที่เห็นแก่ มัตซึไดระ โมโตยาสึ ที่เป็นเพื่อนที่เคยเห็นกันมาแต่เด็ก จึงได้ปลดปล่อยตระกูลมัตซึไดระแห่งแคว้นมิคาวะ ออกจากการปกครองของซุรุงะ แต่กระนั้นในภายหลังโนบุนากะก็ยังได้รับการก่อกวนจากผู้เฒ่ารุ่นพ่อของโมโตยาสึอยู่บ้างประปราย แต่ในที่สุดโนบุนากะก็ลองใจโมโตยาสึโดยให้มัตซึไดระประกาศเป็นปฏิปักษ์กับอิมากาวะในศึกแก้แค้นให้กับพ่อตาที่แคว้นบิโน คราวนั้น โมโตยาสึได้ทำสนธิสัญญาความร่วมมือกับโนบุนากะขึ้นที่ปราสาทคิโยสึ
อันที่จริงระหว่างศึกติดพันกับด้านแคว้นซุรุงะนั้น ทางฝั่งแคว้นมิโนของไซโต้ ก็รุกบ้างถอยบ้างอยู่เรื่อยๆ จนในที่สุด ปีเอรกกุที่ 4 ไซโต้ ทัตสึโอกิ หลานของโดซันขึ้นรับตำแหน่งเจ้าแคว้นแทนบิดาที่เสียไปอย่างปัจจุบันทันด่วน โนบุนากะเห็นเป็นโอกาสจึงเข้าตีสลายอำนาจของตระกูลไซโต้ลง กระนั้นทัตสึโอกิก็พยายามหาช่องทางที่จะฟื้นอำนาจอยู่เนืองๆ แต่โนบุนากะก็ใช้วิเทโศบายผูกมิตรและปิดล้อมไม่ให้พวกไซโต้มีทางฟื้นอำนาจได้
และด้วยนโยบายผูกมิตรนี้เองทำให้ผู้นำแว่นแคว้นน้อยใหญ่ต่างๆ เริ่มยอมรับในอำนาจของโนบุนากะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วในปีเอรกกุที่ 10 โนบุนากะก็ได้ใช้ตรา “แผ่ยุทธ์ใต้ฟ้า” แทนตัวเอง นั่นหมายถึงความตั้งใจที่จะรวมใต้ผืนฟ้าไว้ในอำนาจเดียวหรือไม่







