posttoday
แรร์เอิร์ธไม้ตายแดนมังกรเขย่าโลก

แรร์เอิร์ธไม้ตายแดนมังกรเขย่าโลก

25 มีนาคม 2555

ถ้าจะแปลกันอย่างตรงตัว “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth) ก็คือสินแร่หายาก

โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์

ถ้าจะแปลกันอย่างตรงตัว “แรร์เอิร์ธ” (Rare Earth) ก็คือสินแร่หายาก ที่ต้องอาศัยการทำเหมืองในการขุดร่อนออกมาจากผืนดิน อันเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่มักจะคิดตรงกันว่า เป็นเรื่องไกลตัวจากชีวิตประจำวัน เนื่องจากเป็นสินค้าที่ไม่คิดจะซื้อหาอยู่แล้ว

ทว่า ในความเป็นจริงแล้ว “แรร์เอิร์ธ” คือสิ่งที่นับได้ว่าได้รับความนิยมสูงสุดจากประชากรมนุษย์เกือบค่อนโลกในปัจจุบัน เพียงแต่อยู่ในรูปของอุปกรณ์ที่เรียกว่า สมาร์ตโฟน หรือไอโฟน ไอแพด ชิปคอม พิวเตอร์ ตลอดจนสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงนั่นเอง

เรียกได้ว่า ในยุคที่มีการพึ่งพาเทคโนโลยีในการดำรงชีวิตมากขึ้น “แรร์เอิร์ธ” ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้าดังกล่าวจึงทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่ที่น่าหวั่นเกรงมากไปกว่านั้นก็คือว่า ความสำคัญของแรร์เอิร์ธ ในปัจจุบัน กำลังกลายเป็นชนวนเกรียวกราวก่อสงครามการค้ารอบใหม่ ระหว่าง จีน พญามังกรแห่งตะวันออก กับ สหรัฐ พญาเหยี่ยวแห่งตะวันตก

เป็นประเด็นร้อนแรงที่เพิ่มขึ้นมาจากปัญหาเดิมซึ่งยังคงงัดข้อกันอยู่ในเรื่องของการแทรกแซงค่าเงินหยวนของจีน และเป็นชนวนที่ทำให้ทุกประเทศทั่วโลกอดรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ไม่ได้

เมื่อ “แรร์เอิร์ธ” กำลังอินเทรนด์อยู่ในกระแส ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจแล้วว่าแรร์เอิร์ธคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และมีค่ามากแค่ไหนที่เหล่าบรรดามหาอำนาจต้องมาขับเคี่ยวกันเพื่อสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรแร่ดังกล่าว

ตามตำราธรณีวิทยาแล้ว แรร์เอิร์ธ คือกลุ่มธาตุ 17 ชนิด ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า แลนทาไนด์ มีคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับเหล็ก แต่มีความแตกต่างจากธาตุอื่นๆ

ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวดังกล่าว ส่งผลให้มีการนำ แรร์เอิร์ธ ไปใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์แทบจะทุกชนิด ไล่เรียงตั้งแต่ อุปกรณ์เลเซอร์ หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ สายใยแก้วนำแสง โทรทัศน์จอแบน โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน หน้าจอคอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฮบริด แท่นขุดเจาะน้ำมัน เครื่องยนต์ของเครื่องบิน ตลอดไปจนถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ทางการทหารขั้นสูง

สำหรับที่มาของชื่อ แรร์เอิร์ธ นี้ เจฟเฟอรี โพสต์ นักวิจัยด้านธรณีวิทยา แห่งสถาบันสมิธโซเนียน อธิบายว่าเป็นเพราะแร่ชนิดนี้จะอยู่แบบกระจัดกระจายไม่ได้อยู่รวมกันในที่เดียว เหมือนเช่นพวก แร่เหล็ก ทองแดง หรือนิกเกิล ดังนั้นจึงทำให้ยากต่อการขุดเจาะเพื่อทำเหมืองแร่ชนิดนี้ในที่เดียวกัน

นอกจากนี้ กระบวนการแยกแร่แรร์เอิร์ธ ออกจากแร่อื่นๆ ทั่วไป ยังทำได้ยาก โดยต้องใช้กระบวนการทางเคมีแบบพิเศษและมีความซับซ้อน

สรุปแล้วก็คือ ที่เรียกว่า แรร์เอิร์ธ ก็เพราะเป็นแร่ที่ทั้งกระบวนการหาและกระบวนการร่อนคัดแยกยาก สมกับชื่อของแร่นั่นเอง

ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ประเทศที่เป็นผู้ผลิตแร่แรร์เอิร์ธ มากเป็นอันดับ 1 ของโลกก็คือ จีน โดยคิดเป็นสัดส่วนการผลิตทั้งหมดที่ผลิตได้ในโลกประมาณ 9597% ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะชาติอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี อย่างสหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี จำต้องพึ่งพาการนำเข้าแร่ แรร์เอิร์ธ จากจีนด้วยกันทั้งสิ้น

สำหรับสาเหตุที่ทำให้จีนมหาอำนาจอันดับสองของโลกมีบทบาทก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออก แรร์เอิร์ธ อันดับ 1 ของโลกได้นั้น ศาสตราจารย์ แพทริค โชเวนซ์ แห่งสถาบันเศรษฐศาสตร์และการจัดการแห่งมหาวิทยาลัยชิงหวา จากจีน อธิบายว่า ไม่ใช่เพราะจีนมีแหล่งแร่ดังกล่าวอยู่เยอะ แต่เป็นเพราะ จีนมีต้นทุนการผลิตที่สามารถผลิตและทำออกมาได้ถูกกว่าที่อื่นๆ มาก ดังนั้น ประเทศอื่นๆ จึงเลิกการผลิตไป เช่น บ่อแร่ผลิต แรร์เอิร์ธ ที่เมาท์เทนพาสไมน์ ซึ่งตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ต้องปิดตัวลงในปี 2544 แล้วหันมานำเข้าแร่แรร์เอิร์ธจากจีนแทน

เมื่อรู้ตัวดีว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่า เนื่องจากครองสัดส่วนในการผลิตมากที่สุดในโลก จีนจึงเริ่มใช้การส่งออกแร่ แรร์เอิร์ธ เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างยืนยันก็คือ รายงานจากทางการญี่ปุ่นซึ่งระบุว่า ภายหลังจากที่แดนอาทิตย์อุทัยมีเรื่องพิพาทกับจีนเกี่ยวกับการจับกุมเรือประมงจีน ในปี 2554 จีนได้งดขายแร่แรร์เอิร์ธให้กับญี่ปุ่นทันที

ขณะที่อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การประกาศจำกัดโควตาการส่งออก การเก็บภาษีขนส่งให้สูงขึ้น และประกาศปิดโรงงานผลิตแรร์เอิร์ธหลายแห่ง ในช่วง 23 ปีที่ผ่านมาของจีน โดยอ้างเหตุผลเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์แพทริค โชเวนซ์ แสดงความเห็นว่า มาตรการที่จีนนำมาใช้นี้ น่าจะเป็นแผนการเพื่อบีบให้เหล่าบริษัทอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นนำของโลกที่ไม่ได้อยู่ในจีน ยอมย้ายฐานการผลิตเข้าไปลงทุนในจีน ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าย้ายเข้าไปลงทุนในจีน บริษัทเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงแร่แรร์เอิร์ธได้ในต้นทุนต่ำกว่าการที่ต้องนำเข้าจากจีน เหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม แผนการดังกล่าวของจีนก็ใช่ว่าจะบรรลุเป้าหมายที่หวังไว้ได้โดยง่าย เพราะมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกอย่างสหรัฐ ดูจะรู้เท่าทันเกมที่จีนพยายามเล่นอยู่ในขณะนี้

หลักฐานยืนยันก็คือ การที่สหรัฐนำเรื่องการจำกัดโควตาการส่งออก แร่แรร์เอิร์ธ ของจีนเข้าฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกล่าวหาว่า จีน ใช้การจำกัดการส่งออกอย่างไม่เป็นธรรม โดยไม่ใช่มีแต่สหรัฐเพียงชาติเดียวเท่านั้นที่ฟ้อง แต่ยังมีสหภาพยุโรป (อียู) และญี่ปุ่น ร่วมกันเป็นโจทก์ร่วมกับสหรัฐอีกด้วย

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐได้ประกาศชัดว่า จะไม่ยอมให้บริษัทที่ผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ชั้นสูงออกไปจากสหรัฐ พร้อมให้คำมั่นว่า รัฐบาลสหรัฐจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้บริษัทเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบดังกล่าวได้

ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า สาเหตุที่ โอบามาต้องทำเช่นนี้ เป็นเพราะ แรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ไร้การเติบโตต่อเนื่องหลายปี และเป็นประเด็นเฉพาะหน้าที่ประธานาธิบดีโอบามาจะต้องรีบแก้ไขก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูเลือกตั้งเพื่อป้องกันตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในปลายปีนี้ โดยปัจจุบันตัวเลขการว่างงานสหรัฐยังคงสูงอยู่ที่ 8.3% ขณะที่เมื่อปีที่ผ่านมา แม้รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโอบามาจะออกมาย้ำแล้วย้ำอีกว่าได้กดดันให้จีนแก้ไขปัญหาการกดค่าเงินให้ต่ำกว่ามูลค่าจริงแล้ว แต่การขาดดุลของสหรัฐต่อจีนเมื่อปีก่อนก็ยังคงสูงถึง 2.95 แสนล้านเหรียญ (ราว 88.5 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการพึ่งพากลไกจากดับเบิลยู ทีโอของบรรดาชาติตะวันตกที่จะบีบให้จีนยกเลิกมาตรการจำกัดการส่งออกแร่ แรร์เอิร์ธ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อย เนื่องจากสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เคยบรรลุผลมาแล้วในการฟ้องให้จีนยกเลิกการจำกัดการส่งออกแร่ที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม 9 ชนิด อาทิ ซิงค์ ฟอสฟอรัสเหลือง เมื่อช่วงสิ้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา

แต่ด้วยขบวนการพิจารณาในดับเบิลยูทีโอนั้น เป็นไปค่อนข้างช้าและใช้เวลานาน พิสูจน์ได้จากคดีก่อนหน้าที่สหรัฐและอียูชนะจีนได้นั้นต้องรอคอยผลมานานกว่าครึ่งปี หลังจากที่ยื่นฟ้องต่อดับเบิลยูทีโอ เมื่อเดือน ก.ค.ปีก่อน จึงส่งผลให้ในช่วงระหว่างนั้น จีนมีโอกาสดำเนินมาตรการสะเทือนตลาดแรร์เอิร์ธอย่างไม่ต้องสงสัย

ดังนั้น หลายๆ ประเทศ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี จึงเริ่มมองหาวิธีการรับมือปัญหาระยะยาวกันแล้ว ด้วยการออกสำรวจและดำเนินการผลิตแร่ แรร์เอิร์ธแทนที่จะหวังพึ่งพาการนำเข้าจากจีนเหมือนเช่นที่เคยเป็นมา

และการเดินทางเยือนคาซัคสถานของแองเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา คือหลักฐานยืนยันได้เป็นอย่างดี

แม้นายกรัฐมนตรีแมร์เกิลจะชี้แจงแถลงไขถึงจุดประสงค์ของการเดินทางมายังประเทศคาซัคสถานว่าเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ แต่บรรดานักวิเคราะห์ต่างเห็นตรงกันว่า เป้าหมายแท้จริงที่ซ่อนเร้นอยู่ของเยอรมนีก็คือการทำข้อตกลงว่าด้วยการให้สิทธิแก่บริษัทเอกชนเยอรมนีเพื่อสามารถเข้าสำรวจแหล่งแร่ แรร์เอิร์ธ ภายในประเทศคาซัคสถานได้มากกว่า

นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นยังได้เสนอตัวจัดเวทีการหารือเรื่องการหาวิธีเพื่อลดการพึ่งพา และมองหาตัวเลือกอื่นๆ เพื่อมาทดแทน แร่แรร์เอิร์ธ จากจีน ตลอดจนหาวิธีรีไซเคิลเพื่อนำแรร์เอิร์ธกลับมาใช้ใหม่ในวันที่ 28 มี.ค. นี้ โดยได้เชิญตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการของสหรัฐ และอียูเข้าร่วมการหารือครั้งนี้

เรียกได้ว่า ไม่ว่าผลการตัดสินของดับเบิลยูทีโอจะออกมาเช่นไร แต่สิ่งที่เห็นชัดที่สุดในตอนนี้คือการที่หลายๆ ประเทศเริ่มมองหาวิธีเพื่อจะลดการพึ่งพาสินแร่ แรร์เอิร์ธจากจีนกันแล้ว

อย่างน้อย ก็เพื่อไม่ให้จีนใช้เป็นเครื่องมือทางการค้าที่เอารัดเอาเปรียบกันเกินไป และแน่นอนว่า หากมีการค้นพบแหล่งแร่ใหม่ที่สามารถทดแทนการนำเข้าจากจีนได้เมื่อใด พลังอำนาจในการต่อรองของจีนก็จะถูกลดทอนลง

ทว่า เมื่อไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าใด ในระหว่างนี้ โลกอาจต้องเผชิญอาวุธของพญามังกรถล่มสักทีสองทีก่อนก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน