posttoday
ยุโรปเข้มปรับกฏการนำเข้าไม้ 2556 ไทยเร่งเตรยมความพร้อมเจรจา

ยุโรปเข้มปรับกฏการนำเข้าไม้ 2556 ไทยเร่งเตรยมความพร้อมเจรจา

18 มีนาคม 2555

ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2556 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (อียู)

ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2556 เป็นต้นไป สหภาพยุโรป (อียู) จะเริ่มบังคับใช้ข้อปฏิบัติด้านการป่าไม้แห่งสหภาพยุโรป (EU Timber Regulation) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่ โดยมีบทบัญญัติสำคัญที่ “ห้ามการนำเข้าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย” ซึ่งถือเป็นมาตรการล่าสุดของแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าของสหภาพยุโรป (EU Flegt Action Plan)

สิ่งที่ตามมาเพื่อสอดรับกับมาตรการใหม่ของอียูก็คือ “ข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ” (Voluntary Partnership Agreements : VPA) หรือข้อตกลงทางการค้าระหว่างอียูกับประเทศผู้ส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ เพื่อส่งเสริมการจัดการป่าไม้แบบยั่งยืน ส่งเสริมระบบธรรมาภิบาล และยังลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ

ปัจจุบันหลายประเทศได้เริ่มการเจรจา VPA กับอียูแล้ว อาทิ มาเลเซีย และเวียดนาม ขณะที่อินโดนีเซียบรรลุการเจรจาเสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบดังกล่าว

ทว่า ประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้รายสำคัญไปยังยุโรป โดยมีมูลค่าการส่งออกในปี 2553 ที่ผ่านมาราว 7,200 ล้านบาท กลับยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเตรียมตัวที่จะ “เริ่มเจรจา” เท่านั้น

ยุโรปเข้มปรับกฏการนำเข้าไม้ 2556 ไทยเร่งเตรยมความพร้อมเจรจา

 

ในการประชุมเชิงปฏิบัติการณ์เรื่อง “การเตรียมการเจรจาต่อรองในการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ ต่อการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าในประเทศไทย : การทำความเข้าใจระบบการดำเนินการเกี่ยวกับป่าไม้ และการทำผังความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมป่าไม้ และโครงการสนับสนุนภูมิภาคเอเชียให้มีการบังคับใช้กฎหมาย Flegt ที่ประชุมได้เสนอผลการศึกษาพบว่า มีความเสี่ยงหลักๆ ที่เกี่ยวกับความพร้อม และความสม่ำเสมอของการจัดทำข้อมูล การตั้งข้อยกเว้นทางกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในเนื้อไม้บางชนิดเพื่อการค้าพาณิชย์ (ซึ่งหมายรวมถึง ไม้ยางและยูคาลิปตัส)

นอกจากนี้ ยังรวมถึงความซับซ้อนของอุตสาหกรรมการแปรรูปไม้ภายในประเทศ ที่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ห่วงโซ่ของระบบการควบคุม การควบคุมความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ส่งออก และการขาดระบบที่สมบูรณ์แบบและมีความถูกต้อง สำหรับการตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย การควบคุม และการติดตามห่วงโซ่อุปทาน

ความซับซ้อนเหล่านี้ ยังรวมถึงการต้องรับรองความถูกต้องของไม้จากแหล่งกำเนิดสินค้า ในกรณีที่ไทยนำเข้าไม้มาแปรรูปในประเทศด้วย

ทั้งนี้ จากข้อมูลของเว็บไซต์ thaieurope.net พบว่า กฎระเบียบใหม่ของอียูครอบคลุมการส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้เกือบทุกประเภท ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไม้ กรอบรูปไม้ ชิ้นส่วน

ที่ทำจากไม้ หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้เกือบทุกประเภท รวมทั้งไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ที่ได้มาจากป่าปลูกเพื่อการพาณิชย์ เช่น ไม้ยางพารา ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากเศษไม้อัด (Wood in Chips or Particles) ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากขี้เลื่อยและเศษไม้ รวมไปถึงไม้ MDF ไม้ Particle Board ไม้ลามิเนต กระดาษและเยื่อกระดาษด้วย ภายใต้ข้อยกเว้นบางประการ

ทั้งนี้ หลังจากที่กฎระเบียบใหม่ของอียูมีผลบังคับใช้ในเดือน มี.ค. 2556 ผู้ส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ไปยังอียูจะต้องแสดงใบอนุญาต Flegt หรือใบอนุญาตที่ได้จากการบรรลุข้อตกลง VPA ซึ่งเป็นเอกสารรับรองสถานะความถูกต้องของไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ โดยจะช่วยให้สินค้าได้รับการยกเว้นจากขั้นตอนพิสูจน์สถานะที่จะมีขึ้นตามกฎระเบียบใหม่ของอียู

ทว่า สินค้าที่มาจากประเทศที่ไม่ได้เป็นภาคี VPA จะถูกตรวจพิสูจน์สถานะตามขั้นตอน ซึ่งหากตรวจพบว่าไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่นำเข้านั้นได้มาจากธุรกิจผิดกฎหมาย บริษัทผู้นำเข้าในยุโรปจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้ผู้นำเข้าไม้จากอียู จึงอาจรู้สึกถึงแรงกดดันและเลือกที่จะหันไปนำเข้าไม้จากประเทศที่เป็นภาคี VPA มากกว่า

เท่ากับว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ในไทย จึงเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 1 ปี ในการทำความเข้าใจกันเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเจรจา VPA กับยุโรป หรือหาทางรับประกันด้วยวิธีอื่นๆ ว่า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ที่ส่งออกไปจะไม่เจออุปสรรคจากกฎระเบียบใหม่ของอียู

ไม่อย่างนั้น ไทยอาจเสียอีกหนึ่งในหลายๆ โอกาส ในยามที่เพื่อนบ้านรุดหน้ากันไปไกล

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน