
อินเดียเสี่ยงถูกมะกันคว่ำบาตร
แหล่งข่าววงในมะกันเผย อินเดียมีสิทธิถูกคว่ำบาตร เหตุยังรั้นและไม่ยอมลดการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
แหล่งข่าววงในมะกันเผย อินเดียมีสิทธิถูกคว่ำบาตร เหตุยังรั้นและไม่ยอมลดการซื้อน้ำมันจากอิหร่าน
แหล่งข่าวจากวงในรัฐบาลสหรัฐ เปิดเผยกับบลูมเบิร์ก ว่า ภาคธนาคารอินเดียที่เกี่ยวข้องกับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านมีโอกาสที่จะถูกรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตร ด้วยการห้ามยุ่งเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินในระบบธนาคารสหรัฐทั้งหมดในช่วงกลางปีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันอินเดียยังคงไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่าด้วยการลดปริมาณการซื้อน้ำมันจากอิหร่านที่สหรัฐประกาศบังคับใช้มาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
สำหรับกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดห้ามสถาบันการเงินและธนาคารทุกแห่งในโลกติดต่อทำธุรกรรมการเงินกับอิหร่าน เพื่อเป็นการกดดันและสร้างความยากลำบากในการชำระค่าน้ำมันดิบต่ออิหร่าน และยังเป็นการกดดันให้ชาติอื่นๆ ที่ยังคงซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านอยู่ต้องลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านลงในภายในช่วงครึ่งปีนี้
ขณะเดียวกันหากชาติใดที่ยังไม่ลดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินและการธนาคารจากสหรัฐ ซึ่งเอกชนของประเทศนั้นๆ จะไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินในสหรัฐได้
นอกเหนือจากสหรัฐแล้ว สหภาพยุโรปก็ออกมาตรการงดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป้าหมายทั้งหมดเพื่อกดดันให้อิหร่านยอมยกเลิกโครงการพัฒนาโครงการนิวเคลียร์
ทั้งนี้ ในรายงานขององค์การพลังงานระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา อินเดียกลับเพิ่มปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเป็นจำนวนมาก
ด้านสำนักงานข้อมูลด้านพลังงานสหรัฐยังเผยอีกว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปีที่ผ่านมา อินเดียนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านเฉลี่ยมากถึงวันละ 3.28 แสนบาร์เรลต่อวัน จากตัวเลขที่ออกมาว่าอินเดียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและญี่ปุ่น
ขณะที่ มาร์ก ดูโดวิซ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของสถาบันปกป้องประชาธิปไตยในสหรัฐ แสดงความเห็นว่า อินเดียไม่ควรคิดไปเองว่าจะรอดจากการคว่ำบาตรไปได้ หากยังไม่แสดงให้เห็นว่าจะลดการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้
“ไม่มีเหตุผลเลยที่อินเดียจะได้รับการยกเว้น ในขณะที่ยุโรปและญี่ปุ่นต่างลดปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบจากอิหร่านกันหมดแล้ว ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปก็จะไม่มีชาติไหนเชื่อว่าหากไม่ทำตามก็จะถูกลงโทษจริงๆ” ดูโดวิซ กล่าว







