
‘กรุงเทพฯ’ติดอันดับ61 เมืองน่าลงทุนสุดในโลก
ดิอีโคโนมิสต์ชี้ กทม. ติดที่ 61 เมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ
ดิอีโคโนมิสต์ชี้ กทม. ติดที่ 61 เมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ
จาก 120 เมืองทั่วโลก ขณะที่ นิวยอร์ก มาวินเป็นที่ 1 ส่วนสิงคโปร์คว้าที่ 1 เอเชีย
หน่วยวิจัยดิอีโคโนมิสต์ (อีโคโนมิสต์อินเทลลิเจนต์ยูนิต) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของดิอีโคโนมิสต์นิตยสารกูรูด้านการวิเคราะห์เศรษฐกิจชื่อดัง เปิดเผยรายงานผลการจัดอันดับ 120 เมือง ที่มีศักยภาพทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจมากที่สุดของโลกในปี 2555 ผลปรากฏว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) อยู่ในอันดับที่ 61 โดยได้ 49 คะแนนจากการประเมินดังกล่าว ส่วนในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนั้น กทม.อยู่ในอันดับที่ 16 ตามหลังสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่ 1 ของเอเชียแปซิฟิก โตเกียว ปักกิ่ง และกัวลาลัมเปอร์
ขณะเมืองที่ได้รับคะแนนสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 จากการจัดอันดับครั้งนี้ คือ นิวยอร์ก ของสหรัฐ ซึ่งได้ 71.4 คะแนน ส่วนเมืองอื่นๆ ที่ได้รับคะแนนในอันดับรองลงมา คือ ลอนดอน ของอังกฤษ (70.4 คะแนน) สิงคโปร์ (70 คะแนน) ฮ่องกง ของจีน และปารีส ของฝรั่งเศส (69.3 คะแนนเท่ากัน)
ด้านเมืองที่ได้รับการจัดในอันดับท้ายๆ ได้แก่ โฮจิมินห์ ของเวียดนาม อยู่ในอันดับที่ 109 (36.5 คะแนน) ไนโรบี ของเคนยา อยู่ที่ 115 (34.6 คะแนน) ส่วนเตหะราน ของอิหร่าน อยู่ในอันดับสุดท้าย (27.2 คะแนน)
ทั้งนี้ อีโคโนมิสต์ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “เมืองที่มีศักยภาพในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ” ไว้ว่า เป็นเมืองที่มีความน่าสนใจ ในการนำเงินไปลงทุนเริ่มต้นธุรกิจ รวมถึงสามารถดึงดูดนักธุรกิจและผู้มีศักยภาพและมากความสามารถให้เข้ามาอยู่ได้ นอกจากนั้นยังมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเริ่มต้นธุรกิจและไอเดียใหม่ๆ ทางธุรกิจได้ดี
เกณฑ์ที่นำมาใช้ชี้วัดเพื่อใช้ในการจัดอันดับดังกล่าวนั้น ทางดิอีโคโนมิสต์ เปิดเผยว่า ใช้เกณฑ์ชี้วัดหลายตัวมาใช้ในการประเมินร่วมกัน อาทิ ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรมนุษย์ ความน่าเชื่อถือของภาคการเงิน การมีระบบสถาบันการเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือ สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดี
สำหรับ 120 เมืองทั่วโลกที่นำมาใช้ในการจัดอันดับในครั้งนี้ มีนัยความสำคัญต่อพลวัตและความเป็นไปต่อเศรษฐกิจโลกพอสมควร เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของประชากรโลกกว่า 750 ล้านคน และมีผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) 29% ของจีดีพีโลก







